ที่ตั้ง
พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยากรุงรัตนโกสินทร์จัดสร้างขึ้นที่บริเวณชั้นล่าง (ชั้นลอย) ของอาคาร 4 ชั้น ตึกเทียมคมกฤส คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตบางเขน เขตจตุจักร กรุงเทพ

ความเป็นมา

ในราวปลายปี พ.ศ. 2516 หม่อมเจ้าจักรพันธุ์เพ็ญศิริ จักรพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สมัยนั้น มีดำริที่จะจัดตั้งพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาขึ้นด้วยได้พิจารณาเห็นว่า ประเทศไทยมีทรัพยากรธรรมชาติประเภทต่าง ๆ เป็นจำนวนมาก เช่น ป่าไม้ สัตว์ป่าธรรมชาติ และแร่ธาตุชนิดต่างๆ เป็นต้น สมควรที่จะอนุรักษ์ไว้ในขอบเขตที่เหมาะสมเพื่อให้เป็นสมบัติของชาติสืบต่อไปชั่วกาลนาน และได้กำหนดวัตถุประสงค์ในการจัดตั้งดังต่อไปนี้
1. เพื่อเผยแพร่และแสดงตัวอย่างทรัพยากรธรรมชาติให้แก่เยาวชนและประชาชนทั่วไปได้ทราบและเข้าใจ
2. เพื่อประโยชน์ในด้านการวิจัยค้นคว้าและการศึกษา
3. เพื่อเผยแพร่ชื่อเสียงของประเทศและเพื่อประโยชน์ในด้านการส่งเสริมการท่องเที่ยว
4. เพื่อรักษาตัวอย่างทรัพยากรบางชนิดที่หาไม่ได้แล้วหรือหาได้ยาก หรือมีคุณลักษณะพิเศษบางอย่างให้คงอยู่เป็นสมบัติของประเทศตลอดไป
จึงได้เสนอเรื่องไปตามขั้นตอน ต่อมาคณะรัฐมนตรีได้ประชุมปรึกษาเมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2517 ลงมติเห็นชอบด้วย และอนุมัติตั้งกรรมการขึ้นชุดหนึ่งเพื่อพิจารณาดำเนินการตามวัตถุประสงค์ โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นประธานกรรมการ มี อธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มจ.จักรพันธุ์เพ็ญศิริ จักรพันธุ์) และ นายจงรัก ปรีชานนท์ รักษาการในตำแหน่งคณบดีคณะวนศาสตร์ร่วมเป็นกรรมการด้วย การดำเนินการส่วนใหญ่เป็นเพียงการวางแผน กำหนดนโยบาย และแนวคิดต่างๆ แต่ขาดงบประมาณและการดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม
โดยที่คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นสถาบันอุดมศึกษาที่ให้การศึกษาในด้านป่าไม้ สัตว์ป่าและการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติมาเป็นเวลาอันยาวนาน ได้ก่อสร้างตึกหลังใหม่ 4 ชั้น ขึ้นหลังหนึ่ง และได้เตรียมการจัดสรรพื้นที่ส่วนหนึ่งของตึกหลังใหม่นี้เตรียมจัดสร้างเป็นพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา และได้เก็บรวบรวมตัวอย่างพืชและสัตว์ป่ามาหลายปี ดังนั้นในปี พ.ศ. 2520 คณะวนศาสตร์ โดยนายจงรัก ปรีชานนท์ รักษาการในตำแหน่งคณบดี ได้มีคำสั่ง คณะวนศาสตร์ ที่ 11/2520 ลงวันที่ 26 กรกฎาคม 2520 แต่งตั้งคณะกรรมการจัดทำพิพิธภัณฑ์ป่าไม้ โดยมี นายสมศักดิ์ สุขวงศ์ เป็นประธานกรรมการ เพื่อดำเนินการจัดทำโครงการพิพิธภัณฑ์ป่าไม้ให้บรรลุผลเป็นรูปธรรม คณะกรรมการชุดนี้ได้เร่งดำเนินการจัดทำพิพิธภัณฑ์ซึ่งมีความก้าวหน้าเป็นลำดับ มีการขอความร่วมมือจากบุคคลและหน่วยงานต่างๆ เพื่อขอตัวอย่างไม้ ซากสัตว์ป่า และอื่นๆ เพื่อนำมาจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ป่าไม้ ต่อมาปลายปี พ.ศ. 2529 คณะวนศาสตร์ได้เสนอโครงการจัดทำพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา กรุงรัตนโกสินทร์เพื่อเป็นอนุสรณ์อันเป็นถาวรวัตถุในการร่วมสมโภชน์กรุงรัตนโกสินทร์ครบรอบ 200 ปี และคณะรัฐมนตรีได้ประชุมปรึกษาเมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2523 ลงมติเห็นชอบด้วย และอนุมัติตามคณะกรรมการจัดงานสมโภชน์กรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี ให้คณะวนศาสตร์ดำเนินการจัดทำพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติขึ้น และเป็นกิจกรรมหนึ่งในการสมโภชน์กรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี

การดำเนินการและลักษณะรูปแบบของการจัดแสดง

คณะวนศาสตร์ได้จัดสร้างพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา ระหว่างปี 2524-2529 จัดทำตู้จำลองสภาพธรรมชาติที่เคยปรากฏในบริเวณพระนคร สภาพป่า ความเป็นอยู่ในยุคต้นๆ ของกรุงรัตนโกสินทร์ และได้รวบรวมตัวอย่างพืชและสัตว์ที่มีหลักฐานว่าเคยพบในบริเวณกรุงเทพมหานครไว้ให้เป็นแหล่งศึกษาค้นคว้าสำหรับอนุชนและประชาชนที่สนใจ มีการดำเนินงานต่างๆ ได้รวบรวมสิ่งของบริจาค เช่น เขาสัตว์ กระโหลกสัตว์ หนังสัตว์ที่หายากและสิ่งของธรรมชาติอื่นๆ จัดทำแบบแปลนก่อสร้างตู้เก็บสิ่งของและบูชแสดงแบบจำลองสภาพธรรมชาติของป่าในลักษณะต่างๆ ชนิดละ 1 ตู้ คือ ป่าดงดิบชื้น ป่าดงดิบเขา ป่าเบญจพรรณผลัดใบ ป่าเต็งรัง ป่าชายเลน ป่าพรุน้ำจืด และสภาพทุ่งหญ้า มีคำอธิบายรายละเอียดประกอบ ค่าใช้จ่ายในการดำเนินการได้จากการบริจาค และขอรับการสนับสนุนด้านงบประมาณจากรัฐบาลมาเป็นระยะระหว่างปีงบประมาณ พ.ศ. 2524-2527 และปี 2529-2530 ทำให้โครงการดังกล่าวพัฒนาขึ้นเป็นรูปธรรมได้ตามเป้าหมายเป็นลำดับ จนถึงปัจจุบัน และสามารถให้บริการแก่คณะครู อาจารย์ นักเรียน นิสิตนักศึกษา ประชาชนผู้สนใจทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศจำนวนมากที่ขอเข้าชมพิพิธภัณฑ์ฯ ตลอดมาโดยไม่เสียค่าเข้าชมแต่อย่างใด
อย่างไรก็ตาม พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาแห่งนี้จำเป็นต้องได้รับการดูแล บำรุงรักษา ปรับปรุงซ่อมแซมและจัดหาสิ่งของธรรมชาติเพื่อเก็บรวบรวมไว้ให้คงอยู่และสมบูรณ์ต่อไป จึงควรที่จะได้รับการสนับสนุนด้านงบประมาณจากรัฐตามความจำเห็นเพื่อดำรงรักษาไว้ให้อนุชนและเยาวชนของชาติไว้เป็นแหล่งศึกษาหาความรู้และบริการทางวิชาการแก่สังคมตลอดไปชั่วกาลนาน