พิพิธภัณฑ์แมลง เป็นสถานที่เก็บรวบรวมและรักษาตัวอย่างแมลงโดยทั่วไป เพื่อใช้เป็นหลักฐานสำหรับงานศึกษา,วิจัย ของนักอนุกรมวิธาน นิสิต นักศึกษา หรือผู้สนใจเกี่ยวกับแมลงชนิดต่างๆ ทั้งที่มีคุณประโยชน์และที่มีโทษต่อมนุษย์ ทำให้เข้าใจถึงลักษณะความเป็นไปของแมลงต่างๆ และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันอย่างได้ผล
ตัวอย่างแมลง ที่เก็บไว้ในห้องพิพิธภัณฑ์แมลง โดยมากนิยมเก็บ ตัวเต็มวัย เป็นตัวอย่างแห้ง ตัวอ่อน หรือ ตัวหนอนที่ดองไว้ในแอลกอฮอล์ ถ้าเป็นแมลงที่มีขนาดเล็กมากไม่สามารถเก็บแห้งแบบธรรมดาได้ ก็จะเก็บรักษาไว้บนแผ่นกระจกแบบถาวร ตัวอย่างแมลงในพิพิธภัณฑ์ จึงมีบทบาทที่สำคัญมาก เพื่อใช้เป็นหลักฐานทางวิชาการ ซึ่งเปรียบเสมือนเป็นศูนย์ข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับแมลงที่พบ ทั้งในอดีต ปัจจุบัน อนาคต แมลงอาจจะถูกทำลายให้หมดไปได้โดยภัยพิบัติทางธรรมชาติหรือโดยกิจกรรมของมนุษย์ ซึ่งมีผลกระทบทำให้แมลงบางชนิดสูญพันธุ์ไปจากโลก แต่ก็มีแมลงบางชนิดอาจจะเกิดขึ้นมาใหม่ อันเนื่องจากความหลากหลายทางชีวภาพ ดังนั้น การเก็บตัวอย่างแมลงไว้ในพิพิธภัณฑ์แมลง จึงเป็นหลักฐานอันสำคัญอย่างยิ่งสำหรับการศึกษาและวิจัย ทางกีฏวิทยาต่อไป
ภาควิชากีฏวิทยา คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ถือกำเนิดมาพร้อมๆ กับการก่อตั้งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2486 ในสมัยแรกๆ แผนกกีฏวิทยาและโรคพืชเป็น 1 ใน 6 แผนกวิชาของคณะเกษตรศาสตร์ จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2498 ดร.ก่าน ชลวิจารณ์ ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งหัวหน้ากองพืชพรรณได้มาเป็นหัวหน้าแผนกกีฏวิทยาและโรคพืชเป็นท่านแรก โดยมีอาจารย์อารียัน มันยีกุล และ อาจารย์เข้มแข็ง สีตะธนี ทำการสอนในวิชากีฏวิทยา และได้เริ่มทำการสะสมตัวอย่างแมลงเพื่อใช้ในการสอน โดยเก็บตัวอย่างจากการส่งแมลงของนิสิต และนำตัวอย่างแมลงที่เป็นศัตรูพืชมาเลี้ยงในห้องปฏิบัติการ เพื่อหาวงจรชีวิตและเก็บตัวอย่างของแมลงเหล่านั้น ทั้งตัวอ่อนและตัวเต็มวัย ไว้ที่แผนกกีฏวิทยา เพื่อใช้ประโยชน์ในการสอน และเป็นหลักฐานของแมลงที่พบในเมืองไทย โดยมีนางสาวบุญประเสริฐ สุมาวงศ์ นายเย็น การดี และนายพิชิต แตงเอม เป็นเจ้าหน้าที่เลี้ยงแมลง และเก็บรักษาตัวอย่างแมลงไว้ที่เรือนไม้ข้างตึกสัตวบาลเดิม จนกระทั่ง พ.ศ. 2502 ดร.สุธรรม อารีกุล ซึ่งจบปริญญาเอกทางด้านกีฏวิทยา จากประเทศสหรัฐอเมริกา ได้กลับมาปฏิบัติราชการ จึงได้เริ่มทำการปรับปรุงการเก็บตัวอย่างแมลง ให้เป็นรูปแบบของพิพิธภัณฑ์โดยทำการเก็บตัวอย่างแมลงทั้งหมดรวบรวมไว้ในตู้เก็บแมลงขนาดมาตรฐาน ซึ่งในขณะนั้นได้มาเพียง 2 ตู้ จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เพราะในช่วงเวลานั้นแผนกกีฏวิทยา กรมกสิกรรม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ยังได้รับความช่วยเหลือหลักทั้งในด้านอาจารย์พิเศษและตัวอย่างแมลงบางชนิด จากแผนกกีฏวิทยา กรมกสิกรรม
งานทางด้านกีฏวิทยาเริ่มขยายตัวขึ้นเรื่อยๆ นับตั้งแต่ พ.ศ. 2502 เป็นต้นมา ข้อมูลเกี่ยวกับแมลงในประเทศไทย เป็นที่สนใจและต้องการอย่างมากจากนักวิชาการ ทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ ดังนั้นดร.สุธรรม อารีกุล จึงได้สนับสนุนงานด้านพิพิธภัณฑ์แมลงตลอดมาโดยสร้างตู้แมลงเพิ่มขึ้นอีกหลายตู้และได้ย้ายตู้เก็บแมลงมาเก็บรวมไว้ที่ ชั้นบน อาคารที่ทำการของแผนกกีฏวิทยาและโรคพืช ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับตึกธรรมศักดิ์มนตรี
ปี พ.ศ. 2505 มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้รับความช่วยเหลือจากมหาวิทยาลัยฮาวายอิ แผนกกีฏวิทยาฯ ก็ได้รับการสนับสนุนให้ทำโครงการวิจัยร่วมกับมหาวิทยาลัยฮาวายอิ โดยมี Dr.Ryoji Namba จากมหาวิทยาลัยฮาวายอิ, อาจารย์สว่าง เจริญยิ่ง และอาจารย์ขวัญชัย สมบัติศิริ จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ทำการวิจัยเรื่องอนุกรมวิธานของแมลงในประเทศไทย ตั้งแต่ พ.ศ. 2505 ถึง 2508 เป็นเวลา 3 ปี ทำการศึกษาและรวบรวมแมลงในประเทศไทย โดยออกสำรวจและเก็บตัวอย่างแมลง จากธรรมชาติและกับดักไฟฟ้าในท้องที่ต่างๆ ของประเทศไทย เมื่อสิ้นสุดโครงการรวบรวมแมลงได้ทั้งหมดประมาณ 50,000 ตัวอย่าง ทำการแจงชั้นและวิเ คราะห์จนถึงอันดับและวงศ์ และมีแมลงบางชนิดได้ทำการวิเคราะห์จนถึง ชื่อ , สกุล และชนิด ในช่วงเวลานี้ งานพิพิธภัณฑ์แมลงได้พัฒนาก้าวหน้าขึ้นโดยได้รับความช่วยเหลือเป็นตู้เก็บตัวอย่างแมลงเพิ่มขึ้นอีก 20 ตู้ และยังคงเก็บตัวอย่างแมลงจากการส่งงานของนิสิตบางส่วน มารวบรวมเอาไว้ในพิพิธภัณฑ์แมลงของแผนกกีฏวิทยาอีกด้วย
ต่อมาในปี พ.ศ. 2512 แผนกกีฏวิทยาและโรคพืช ได้ต่อเติมอาคารที่ทำการเดิมและย้ายตู้เก็บแมลงจากอาคารเดิมมายังชั้นบนของอาคารที่ต่อเติมใหม่ เนื่องจากขณะนั้นมีตู้เก็บตัวอย่างแมลงเพิ่มขึ้นอีกเป็นจำนวนมากและยังได้รับตู้เก็บตัวอ่อนของแมลงอีก 2 ตู้ การเก็บตัวอย่างแมลงยังคงดำเนินต่อไป โดยอาจารย์ในแผนกกีฏวิทยาจะออกไปเก็บตัวอย่างแมลงในธรรมชาติ อย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง ในระหว่างปิดภาคการศึกษา และยังคงคัดตัวอย่างแมลงที่หายากจากการส่งของนิสิต เก็บรักษาไว้ในพิพิธภัณฑ์แมลง
หลังจากแยกเป็นอิสระจากแผนกโรคพืช เมื่อปี พ.ศ. 2518 ต่อมาปี พ.ศ. 2523 ภาควิชากีฏวิทยา ได้ย้ายจากตึกกีฏวิทยาและโรคพืช มาอยู่ที่ชั้น 2 ของตึก จรัด สุนทรสิงห์ ดังนั้นพิพิธภัณฑ์แมลงจึงต้องย้ายสถานที่ตั้งกันใหม่อีกครั้ง ในปี พ.ศ. 2531 คุณอรุณ สำรวจกิจ ผู้เชี่ยวชาญทางด้านผีเสื้อของประเทศไทย ได้กรุณามอบตัวอย่างผีเสื้อกลางวัน จากพิพิธภัณฑ์แมลงส่วนตัว ให้กับพิพิธภัณฑ์แมลง ภาควิชากีฏวิทยาเป็นจำนวน 300 ตัว พร้อมทั้งกรุณาวิเคราะห์แก้ไข ชื่อวิทยาศาสตร์ของผีเสื้อกลางวัน ในพิพิธภัณฑ์ทั้งหมด ผีเสื้อที่คุณอรุณมอบให้กับภาควิชาฯ เก็บไว้ในตู้เก็บตัวอย่างแมลงที่มีชื่อเรียกว่า "จักรทอง" ทั้งนี้เป็นไปตามความประสงค์ของคุณอรุณ ที่จะตั้งชื่อนี้ให้เป็นเกียรติแก่ ม.ร.ว.จักรทอง ทองใหญ่ นักอนุกรมวิธานแมลงคนแรกของประเทศไทย ผีเสื้อในตู้นี้ส่วนใหญ่ล้วนแต่เป็นผีเสื้อที่แปลกและหายาก บางชนิดใกล้จะสูญพันธุ์หมดไปแล้วจากประเทศไทย
ปัจจุบันพิพิธภัณฑ์แมลงของภาควิชากีฏวิทยา มีจำนวนแมลงที่เก็บรวบรวมไว้ทั้งสิ้นประมาณ 100,000 ตัวอย่าง โดยจัดจำแนกตัวอย่างแมลงออกตามลักษณะอนุกรมวิธานระดับ อันดับ ตามแต่ละตู้ ซึ่งในแต่ละตู้จะแยกเป็นลิ้นชักต่างๆ ตามลักษณะอนุกรมวิธานระดับ วงศ์ เรียงลำดับตามตัวอักษร มีแมลงบางชนิดได้รับการวิเคราะห์จนถึง ชื่อ สกุล และชนิด เช่น ผีเสื้อกลางวัน ด้วงบางชนิด แมลงปอ เพลี้ยอ่อน แมลงวันหัวบุบ ผึ้ง ต่อ มอดขนปก จากนักอนุกรมวิธานทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศที่มาเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ อีกทั้งยังกรุณาวิเคราะห์ตัวอย่างแมลงต่างๆ จนถึง ชื่อวิทยาศาสตร์ ดังนั้นพิพิธภัณฑ์แมลงภาควิชากีฏวิทยาจึงมีแมลงตัวใหม่ๆ ของโลกที่เก็บไว้ในรูปแบบของ paratype หลายชนิดด้วยกัน
ทุกปีภาควิชากีฏวิทยา มักจะมีโอกาสได้ต้อนรับนักอนุกรมวิธาน นักวิชาการ นิสิต นักศึกษา และผู้สนใจเก็บตัวอย่างแมลงที่มาเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์อยู่เสมอ นอกจากนี้งานที่สำคัญอีกด้านหนึ่งของพิพิธภัณฑ์แมลงก็คือ งานบริการทางวิชาการ ให้กับหน่วยงานราชการสถาบันศึกษาต่างๆ ซึ่งมักจะขอความร่วมมือ ในการจัดตัวอย่างแมลงที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ หรือ ข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับแมลงในประเทศไทย เนื่องจากงานด้านพิพิธภัณฑ์แมลงนี้ได้ดำเนินมาเป็นเวลา 35 ปีแล้ว สถานที่เก็บตัวอย่างแมลงเริ่มไม่เพียงพอแก่ความต้องการและมีสภาพทรุดโทรมลง อีกทั้งตัวอย่างแมลงบางชนิด เริ่มมีเชื้อราเข้าทำลาย จึงสมควรที่จะมีการปรับปรุงใหม่ให้ทันสมัยและสอดคล้องกับความต้องการ ทำให้เกิดความพร้อมในการให้บริการกับหน่วยงานและสถานศึกษาต่างๆ ตลอดจนประชาชนที่สนใจได้ทั่วถึง
ดังนั้นในปี พ.ศ. 2536 สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขตจตุจักรโดยมี ดร.สมุทร มงคลกิติ คุณเครือวัลย์ สมณะ คุณทินวัฒน์ มฤคพิทักษ์ ได้สนับสนุนโครงการปรับปรุงพิพิธภัณฑ์แมลงภาควิชากีฏวิทยาโดยใช้งบประมาณพิเศษของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตจตุจักร เป็นเงินจำนวนทั้งสิ้น 1,590,000 บาท (หนึ่งล้านห้าแสนเก้าหมื่นบาทถ้วน)
ขณะนี้พิพิธภัณฑ์แมลงภาควิชากีฏวิทยา มีจำนวนตู้เก็บแมลงรวบรวมทั้งสิ้น 30 ตู้ ตั้งอยู่ในห้องปรับอากาศ เพื่อป้องกันเชื้อราที่จะเข้าทำลายแมลงตัวอย่าง และยังมีกล้องจุลทรรศน์พร้อมทั้งกล้องถ่ายภาพ เพื่อใช้ในงานศึกษาและวิจัยแมลง นอกจากนี้ยังมีเครื่องคอมพิวเตอร์ซึ่งใช้เป็นศูนย์ข้อมูล ที่ให้บริการข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับแมลงได้สะดวกรวดเร็ว ดังนั้นพิพิธภัณฑ์แมลงภาควิชากีฏวิทยา มีความยินดีที่จะให้บริการทั้งทางด้านวิชาการ และความช่วยเหลือเกี่ยวกับเรื่องต่างๆ ของแมลงในประเทศไทย แก่สถาบันการศึกษา หน่วยงานทางราชการ และประชาชนที่สนใจโดยทั่วไป พร้อมกับน้อมรับคำติชม หรือข้อเสนอแนะต่างๆ ที่ทุกท่านจะมอบให้กับภาควิชากีฏวิทยา คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์