ลองนึกดูว่าองค์กรส่วนใหญ่มักมีหน่วยงานย่อย หรือกลุ่มทำงานที่ทำงานในที่ห่างไกลจากสำนักงานใหญ่ เช่น มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์มีมหาวิทยาลัยหลักที่บางเขน และยังมีวิทยาเขตที่ศรีราชา สกลนคร กำแพงแสน สุพรรณุบรี กระบี่ นอกจากนี้ยังมีสถานีวิจัยย่อยกระจายอยู่ในจังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศ
หากให้มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์สร้างเครือข่ายของตนเอง แคมปัสเน็ตเวอร์กในพื้นที่เดียวกันคงไม่ยุ่งยาก เช่นที่บางเขนมีแคมปัสเน็ตเวอร์ก เชื่อมโยงด้วยเส้นใยแก้วนำแสง ทำให้เครือข่ายในองค์กรเชื่อมโยงกันทุกอาคาร
ถ้าวิทยาเขตต่าง ๆ ต้องเชื่อมต่อกับบางเขน วิธีง่ายที่สุดก็ต้องหาเส้นทางเชื่อมโยงโดยตรง เช่น วิทยาเขตกำแพงแสนมีช่องสื่อสารไมโครเวฟเชื่อม แต่การใช้คลื่นไมโครเวฟมีข้อจำกัดในเรื่องการขออนุญาตใช้ความถี่ และในปัจจุบันไม่สามารถหาความถี่มาใช้ได้ การเชื่อมโยงจึงต้องเช่าวงจรจากหน่วยงานบริการสาธารณะ เช่น องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย หรือการสื่อสาร ช่องทางสื่อสารข้อมูลนี้เป็นสายวงจรเช่า มีค่าใช้จ่ายต่อเดือนสูงมาก ช่องสื่อสารระหว่างบางเขน-ศรีราชา ขนาดเพียง 256 กิโลบิต ต้องเสียค่าเช่าต่อปีกว่าสี่แสนบาท และยิ่งช่องสื่อสารที่เชื่อมโยงไกลขึ้นก็ยิ่งแพงขึ้น หากสื่อสารด้วยแถบกว้าง 2 เมกะบิตต่อวินาที ช่องสื่อสารต่อปีจะมีราคากว่าล้านบาท

การเชื่อมต่อเครือข่ายด้วยวงจรเช่า

การเชื่อมต่อวงจรเสมือนจริง

การออกแบบเครือข่ายจึงต้องใช้เทคนิควิธีการพิเศษ ที่เรียกว่า วีพีเอ็น (VPN - Virtual Private Network) ลักษณะเช่นนี้คือ การสร้างเครือข่ายด้วยวงจรเสมือนจริง (Virtual Circuit) ลักษณะที่สำคัญของการออกแบบเครือข่าย VPN มีหลายประการ ลักษณะที่สำคัญคือ การให้เครือข่ายย่อยสองเครือข่ายต่อเชื่อมกับอินเทอร์เน็ต และสร้างวงจรเสมือนจริงผ่านอินเทอร์เน็ต เช่น เครือข่ายอินเทอร์เน็ตต่อกับอินเทอร์เน็ตอยู่แล้ว และเมื่อสร้างเครือข่ายย่อย เราสามารถทำให้เครือข่ายย่อยเชื่อมกับอินเทอร์เน็ตทีใดก็ได้ โดยให้เชื่อมในลักษณะท้องถิ่น และสร้างวงจรเสมือนจริงผ่านอินเทอร์เน็ต

สามารถกำหนดหมายเลข IP เป็นเครือข่ายเดียวกัน

การแยกเครือข่ายสองเครือข่าย ระบบไอพีจะต้องแยกกัน แต่การสร้างวีพีเอ็นจะทำให้สองเครือข่ายนี้ เสมือนเป็นเครือข่ายเดียวกัน ดังนั้นจึงใช้หมายเลข IP และโดเมนเดียวกันได้ เช่น เมื่อสร้างเครือข่ายย่อยที่ศรีราชา และสกลนคร ทั้งสองเครือข่ายนี้ ต่อเชื่อมอินเทอร์เน็ตผ่านเครือข่ายยูนิเน็ต และมีการกำหนดวงจรแบบวีพีเอ็น ทำให้เครือข่ายที่ศรีราชาและสกลนคร ยังใช้ไอพีของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ที่บางเขนได้ เสมือนเป็นเครือข่ายที่บางเขน ทุกเครือข่ายของมหาวิทยาลัยจึงใชัไอพีขึ้นต้นด้วย 158.108 ได้ และมีไอพีให้ใช้พอเพียง ขณะเดียวกันก็ใช้โดเมน ku.ac.th ได้เช่นกัน

การเชื่อมต่อเครือนนทรี

ประหยัดค่าใช้จ่าย

การสร้างวงจรเสมือนจริงผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ใช้หลักการให้เครือข่ายย่อยเชื่อมกับอินเทอร์เน็ตที่ท้องถิ่น ซึ่งจะเสียค่าเช่าวงจรเฉพาะท้องถิ่นและค่าบริการอินเทอร์เน็ตเท่านั้น การสร้างวีพีเอ็นยังทำได้กับเครือข่ายขนาดเล็กที่ใดก็ได้ โดยต้องมีระบบเครือข่ายที่รองรับ คือมีเราเตอร์ที่สนับสนุนโปรโตคอลแบบวีพีเอ็นได้

มีระบบรักษาความปลอดภัยของข้อมูล

การสร้างวงจรเสมือนจริงผ่านเครือข่ายสาธารณะมีจุดเด่นคือ เราเตอร์ต้นทางและเราเตอร์ปลายทางของเครือข่ายที่สร้างวงจรเสมือนจริงนี้ จะทำให้การเข้ารหัสข้อมูลและบีบอัดข้อมูลเข้าไว้ในแพ็กเก็ตไอพี ทำให้ข้อมูลที่วิ่งไปในเครือข่ายอินเทอร์เน็ตได้รับการป้องกัน ซึ่งถ้ามีใครแอบดักข้อมูล หรือไอพีแพ็กเก็ตไปได้ ก็ได้ข้อมูลที่เข้ารหัสยากต่อการถอดรหัส เพราะเป็นรหัสที่ต้องการคีย์ถอดรหัส

การเชื่อมต่อเครือข่ายด้วยวงจรเช่า

จุดเด่นที่สำนักบริการคอมพิวเตอร์สร้างเครือข่ายวีพีเอ็นไปยังวิทยาเขตต่าง ๆ ยังอยู่ที่ การบริหารและการจัดการเครือข่าย ทำได้ดีและสะดวกในการขยายและวางแผนการขยาย โดยเน้นการสนับสนุนการทำงาน และการดูแลได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น ผู้ใช้จากวิทยาเขตศรีราชา จะมีไอพีขึ้นต้นด้วย 158.108 ดังนั้น จึงสามารถใช้บริการทุกอย่างที่บางเขนได้เสมือนผู้ใช้ที่บางเขน แต่ผู้ใช้จากภายนอกอื่นจะไม่สามารถใช้งานบางบริการได้ เช่นการใช้ ftp.ku.ac.th เป็นต้น

สาระน่ารู้ประจำสัปดาห์, ฉบับที่ 14 : 17 - 23 เมษายน 2543
สำนักบริการคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์