มัลติมีเดียเป็นเทคโนโลยีที่สนองตอบความต้องการของผู้ใช้ พีซีในปัจจุบันจึงต้องมีระบบเสียง ระบบภาพ และยังมีระบบเก็บข้อมูลจำนวนมาก ทั้งที่เป็นฮาร์ดดิสค์และซีดี ตลอดจนการเชื่อมต่อแบบ LAN และโมเด็ม มัลติมีเดียพีซีจึงเป็นพีซีพื้นฐานที่ผู้ซื้อพีซีปัจจุบันเลือกหา และเป็นมาตรฐานของพีซีต่อไป
เมื่อพีซีได้พัฒนามาถึงจุดนี้ ระบบสื่อสารพัฒนาตามมา ระบบโทรศัพท์ก็พัฒนามาเป็นระบบโทรศัพท์ดิจิตอล การเชื่อมโยงและรวมเทคโนโลยีของการใช้งานคอมพิวเตอร์พีซี มัลติมีเดีย ระบบสื่อสาร โทรศัพท์ จึงเป็นเป้าหมายที่จะรวมกันเข้าเป็นระบบเดียว และมีแนวโน้มที่เป็นจริง โทรศัพท์คอมพิวเตอร์เป็นเป้าหมายที่สำคัญที่นับว่าเป็นก้าวที่สำคัญ

CTI เป็นเทคโนโลยีที่กำลังมาแรง

CTI เป็นคำย่อมาจาก Computer Telephony Integration คือ การรวมเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์กับโทรศัพท์เข้าด้วยกัน ลองจินตนาการดูว่า เครือข่ายอินเทอร์เน้ตมีเครื่องคอมพิวเตอร์ต่ออยู่หลายล้านเครื่อง แต่เครือข่ายโทรศัพท์มีพื้นที่ใหญ่กว่าอินเทอร์เน็ตมากมายนัก ปัจจุบันมีโทรศัพท์ต่อเชื่อมเข้าบ้านประมาณมากกว่า 500 ล้านเครื่อง เครือข่ายโทรศัพท์จึงเป็นเครือข่ายที่ใหญ่ที่สุดในโลก เป็นเครือข่ายที่มีผู้ใช้กันมากมาย และมีความจำเป็นอย่างมากต่อระบบสื่อสาร
แนวคิดของ CTI ก็คือ ต้องการทำให้เครื่องรับปลายทางที่ทุกบ้านใช้กลายเป็นพีซี และพีซีทุกเครื่องก็จะกลายเป็นโทรศัพท์ โดยพีซีจะกลายเป็น call center หรือสถานีโทรศัพท์ มีรหัสหมายเลขโทรศัพท์ที่เรียกว่า call id การติดต่อสื่อสารระหว่างกันจึงใช้รหัสเช่นเดียวกับที่เราใช้ การใช้พีซีมีข้อดี เพราะพีซีมีซีพียูที่ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ การพัฒนาพีซีจึงต้องเพิ่มฟังก์ชันการทำงานที่เรียกว่า หน่วยตอบสนองเสียง หรือ VRU- Voice Response Unit การใช้งานพีซีเป็นโทรศัพท์ย่อมง่ายกว่าการใช้โทรศัพท์ เพราะพีซีมีระบบอัจฉริยะภายในตัวที่ทำให้การทำงานแบบอัตโนมัติได้หลายอย่าง สามารถต่อโทรศัพท์อัตโนมัติ การรับส่งข้อความเสียง การประมวลผลเสียง และในอนาคตก็คงรวมการรับส่งภาพ กลายเป็นวิดีโอโฟน และวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ที่พูดโต้ตอบเห็นหน้าตากันด้วย สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้มีแนวโน้มที่เป็นไปได้และอีกไม่นานนักคงได้พบเห็น
ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์และระบบสื่อสารเป็นไปในลักษณะที่เชื่อมโยงกัน ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตคงเห็นได้ชัด เราใช้โมเด็มความเร็ว 28,800 บิตต่อวินาที เรียกหาข้อมูล มีเครือข่าย WWW-World Wide Web การโอนย้ายข้อมูลแบบมัลติมีเดีย ทำให้ระบบคอมพิวเตอร์เชื่อมโยงข้อมูลได้ทั้งภาพ เสียง และวิดีโอ สิ่งเหล่านี้เองเป็นเครื่องยืนยันว่า การเชื่อมต่อระหว่างเครือข่ายคอมพิวเตอร์กับโทรศัพท์เป็นเรื่องที่เป็นไปได้

โมเดลของ CTI
เพื่อใช้เป็นที่อ้างอิง และเป็นสิ่งที่ผู้พัฒนาได้พัฒนาตามรูปแบบโมเดลอ้างอิง เพื่อเป็นมาตรฐานกลาง มาตรฐานของ CTI จึงเป็นมาตรฐานที่บริษัทชั้นนำต่าง ๆ กำลังพัฒนา เพื่อว่าระบบเครือข่าย CTI จะเป็นเครือข่ายที่เชื่อมโยงถึงกันได้ทั่วโลก
โมเดลอ้างอิงที่ใช้แสดงดังรูปที่ 1
โมเดลอ้างอิงนี้แบ่งออกเป็นสามส่วน โดยที่ปลายทางด้านหนึ่งมีพีซีเป็นเทอร์มินัล หรือทำหน้าที่เป็นสถานีปลายทาง สำหรับรับส่งเสียง (Voice terminal) อีกปลายด้านหนึ่งเป็นเครือข่าย หรือสวิตชิง โดยมีส่วนเชื่อมโยงทำหน้าที่เชื่อมโยงพีซีกับเครือข่ายเข้าด้วยกัน พีซีทำงานในฟังก์ชันที่เป็นเทอร์มินัลของเสียง ประกอบด้วยอินพุตเสียงและเอาต์พุตเสียง อินพุตจึงรับสัญญาณเสียงจากไมโครโฟน และเอาต์พุตเป็นลำโพงที่เชื่อมต่อเข้ากับระบบเครือข่ายผ่านส่วนเชื่อมต่อที่เรียกว่า ส่วนการ connection ส่วนนี้มีการเชื่อมต่อได้หลายแบบ เช่น ถ้าเป็นพีซีธรรมดาและเชื่อมเข้าเครือข่ายโทรศัพท์ทั่วไป ก็เชื่อมต่อผ่านโมเด็ม และถ้าพีซีต่ออยู่กับ LAN ส่วนเชื่อมต่อก็เป็น LAN และสามารถเชื่อมต่อเข้ากับ PABX หรือ PBX คือ ชุมสายโทรศัพท์ย่อยขององค์กร โมเดลอ้างอิงนี้จึงเขียนใหม่ได้ดังรูปที่ 2
โมเดลอ้างอิงของ CTI

รูปที่ 1 โมเดลอ้างอิงของ CTI

การเชื่อมต่อ PC ตามโมเดลอ้างอิง CTI
รูปที่ 2 การเชื่อมต่อ PC ตามโมเดลอ้างอิง CTI

อินเทอร์เน็ตก็ต้องรวมกับระบบโทรศัพท์
โมเดลการเชื่อมโยงอินเทอร์เน็ต
รูปที่ 3 โมเดลการเชื่อมโยงอินเทอร์เน็ต
เครือข่ายอินเทอร์เน็ตเติบโตเร็วมาก มีแนวโน้มของการเชื่อมโยงพีซีทั้งหมดเข้าด้วยกัน ขณะเดียวกันผู้ประยุกต์งานทางด้านมัลติมีเดียก็มีมากเช่นกัน หากให้เครือข่ายอินเทอร์เน็ตมีความเร็วสูงขึ้น การประยุกต์ทางด้านเสียง ภาพ และวิดีโอ คงไปไกลกว่านี้แล้ว บนอินเทอร์เน็ตมีการประยุกต์เป็นโทรศัพท์ เช่น iphone หรืออินเทอร์เน็ตโฟน มี CU-CMEE คือ โปรแกรมวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ การประยุกต์ในเรื่องสื่อสารบนอินเทอร์เน็ตมีโมเดลเช่นเดียวกับ CTI เช่นกัน

พัฒนาการซอฟต์แวร์บนวินโดวส์เตรียมรองรับแล้ว
ผู้ผลิตโอเอสหลักทุกรายต่างพัฒนาช่องสำหรับขยายส่วนการเชื่อมโยงนี้ไว้แล้ว ไมโครซอฟต์ผู้พัฒนาวินโดวส์ และไอบีเอ็มผู้พัฒนาโอเอสทู ต่างมีฟังก์ชันการทำงานเตรียมพร้อมสำหรับการเชื่อมต่อกับโทรศัพท์ไว้แล้ว
ฟังก์ชันการทำงานที่สำคัญคือ call processing ซึ่งเป็นฟังก์ชันการเรียกเข้าหาเครือข่ายเพื่อการเชื่อมโยง การควบคุมการติดต่อและเชื่อมโยงการส่งสัญญาณระหว่างกัน กับอีกส่วนหนึ่งคือ media processing เป็นเรื่องของการให้ข้อมูลวิ่งผ่านไปยังเครือข่ายผ่านตัวกลางต่าง ๆ
เพื่อให้การทำงานระบบคอมพิวเตอร์มีสิ่งที่เหนือกว่าโทรศัพท์ทั่วไป พีซีมีโปรแกรมต่าง ๆ ที่เก็บไว้ได้ จึงสามารถสร้างฟังก์ชันพิเศษสำหรับการทำงานได้อีกมากมาย เช่น การโอนหมายเลข การประมวลผลร่วมกับฐานข้อมูล การรับเมล์เสียง การพูดคุยมากกว่าหนึ่งคน การประชุมกลุ่ม ฯลฯ ฟังก์ชันเหล่านี้เป็นฟังก์ชันทางซอฟต์แวร์ที่ต้องพัฒนาและวางให้เป็นมาตรฐานสากล เพื่อว่าระบบการเชื่อมโยงทั้งหมดเป็นมาตรฐานเดียวกันอย่างสมบูรณ์
TAPI
และการมองแบบวินซ็อกเก็ต
รูปที่ 4 TAPI และการมองแบบวินซ็อกเก็ต

ผู้พัฒนาบนวินโดวส์จึงสร้างส่วนเชื่อมต่อที่เรียกว่า API-Application Program Interface เพื่อรองรับ ส่วนเชื่อมต่อนี้มีชื่อว่า TAPI-Telephone API ฟังก์ชันการเชื่อมต่อกับโทรศัพท์นี้ได้พัฒนาไปไกลแล้ว โดยอยู่ระหว่างการทดลองและหาแนวทางในการเชื่อมต่อกับระบบมาตรฐานต่าง ๆ ผู้ผลิตซอฟต์แวร์ที่จะเชื่อมต่อกับระบบโทรศัพท์ก็กำลังดำเนินการเพื่อให้ระบบเครือข่ายโทรศัพท์ PABX และ PBX เชื่อมต่อกับเครือข่ายคอมพิวเตอร์ได้ โครงสร้างของ TAPI แสดงดังรูปที่ 4

ในที่สุดเครือข่ายโทรศัพท์และคอมพิวเตอร์ก็รวมกัน

เป้าหมายของการพัฒนาอยู่ที่ต้องทำเครือข่ายคอมพิวเตอร์และเครือข่ายโทรศัพท์เชื่อมโยงกันให้ได้ การเชื่อมโยงกันนี้ไม่เพียงแต่เชื่อมโยงในระดับฟิสิคัลเท่านั้น แต่ต้องให้ทำงานร่วมกันได้อย่างเป็นเนื้อเดียวกัน ความหมายของการเชื่อมโยงนี้คือ ผู้ใช้เครื่องโทรศัพท์ที่หนึ่ง สามารถหมุนเลขหมายไปยังพีซีที่ต่ออยู่บนเครือข่ายคอมพิวเตอร์ เช่น อินเทอร์เน็ต และโต้ตอบกันได้ เช่นเดียวกันผู้ใช้พีซีก็สามารถเรียกหาเข้าสู่โทรศัพท์หรือพูดคุยกันได้เช่นเดียวกัน รูปแบบการเชื่อมโยงเครือข่ายทั้งสองเข้ากับโทรศัพท์เป็นดังรูปที่ 5
เมื่อเครือข่ายคอมพิวเตอร์เชื่อมกับเครือข่ายโทรศัพท์

รูปที่ 5 เมื่อเครือข่ายคอมพิวเตอร์เชื่อมกับเครือข่ายโทรศัพท์


การเชื่อมโยงเครือข่ายทั้งสองเข้าด้วยกันนี้ ทำให้ระบบสื่อสารที่จะเกิดขึ้นเป็นเครือข่ายที่ใหญ่ที่สุด การสื่อสารระหว่างกันคงก้าวหน้าขึ้นไป การเชื่อมโยงระหว่างกันในระดับเสียงเป็นเพียงขั้นต้น เพราะเป้าหมายสุดท้ายคือการเชื่อมโยงแบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ หรือเมื่อพูดก็มองเห็นหน้ากันไปด้วย เป้าหมายนี้ไม่ไกลเกินไปแล้ว

สาระน่ารู้ประจำสัปดาห์, ฉบับที่ 35 : 11-17 กันยายน 2543
สำนักบริการคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์