|
นิตยสารไทม์ฉบับเมื่อเดือนพฤษภาคม วันที่ 22 ได้กล่าวถึงอาชีพครู ซึ่งจะมีบทบาทและความสำคัญลดลง และจะต้องปรับเปลี่ยนมาสู่
อาชีพใหม่ ที่เรียกว่า "ผู้สร้างความรอบรู้ (Knowledge
Constructor) บทบาทครูใหม่จึงมีลักษณะเป็นผู้สร้างความรอบรู้หรือนำความรู้
(knowledge) ที่มีอยู่ในโลกนี้มาประกอบและสร้างเพื่อให้นักเรียนได้เรียนรู้ บทบาทของครูจึงทำหน้าที่เป็น "วิศวกรความรอบรู้"
หากจะตั้งคำถามว่า "ความรู้ คืออะไร" "เราเก็บความรู้ไว้ในสมองอย่างไร" "เราเรียกใช้ความรู้ได้อย่างไร" คำถามเหล่านี้เป็นคำถาม ที่มีการศึกษา และวิจัยกันมาก สภาพการเรียนรู้ในปัจจุบันจึงเกี่ยวข้องกับความคิด การให้เหตุผล การรู้แจ้ง ความเข้าใจ และถ่ายทอด
ความคิดหรือความรู้ออกมาใช้งานได้
ขบวนการเรียนรู้เป็นขบวนการที่เกิดขึ้นในสมองตั้งแต่เกิด ผู้เรียนสามารถสร้างเครือข่ายแห่งความรู้ที่เชื่อมโยงถึงกัน การโยงใยเหล่านี้
เกิดขึ้นจากการได้เรียนรู้สิ่งใหม่และเชื่อมโยงกับสิ่งเก่า และขบวนการของสมองสามารถเชื่อมโยงถ่ายทอดออกมาได้
ความรู้และการสร้างความรู้
ศาสตร์เป็นวิชาที่ว่าด้วยความจริง ความจริงที่เกี่ยวข้องกับธรรมชาติ กฎเกณฑ์บางอย่างเกี่ยวกับธรรมชาติ สังคม และการดำเนินชีวิต
ตั้งแต่เช้าจนถึงเข้านอน เราพบกับสิ่งต่าง ๆ มากมาย ได้เรียนรู้ความจริงที่เกี่ยวข้องกับตัวเรา นำสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ขึ้นมาประมวล บางส่วนเก็บไว้ บางส่วนได้รับการเชื่อมโยงจนเป็นฐานแห่งความรอบรู้ ลองพิจารณาความรู้พื้นฐานง่าย ๆ ดังนี้
นาย ก. เป็นบิดาของ นาย ข.
นาย ข. เป็นบิดาของ นาย ค.
สิ่งเหล่านี้คือความจริงที่ถือได้ว่าเป็นเรื่องที่รับรู้และเป็นไปตามกฎหรือธรรมชาติที่เราพบเห็น
แต่หากในสมองมีการเรียนรู้การเชื่อมโยงหรือกฎเกณฑ์บางอย่าง เช่น รู้การเชื่อมโยงว่า พ่อของพ่อเรียกว่า ปู่
ดังนั้นหากจะถามว่า ใครคือ ปู่ ของ นาย ค.
สมองก็คงจะนำกฎเกณฑ์แห่งการเชื่อมโยงและกฎแห่งความเป็นจริงมาใช้ประโยชน์และตอบได้ว่า นาย ก. เป็นปู่ของ นาย ค.
ขณะนี้ลองจินตนาการถามต่อว่า คอมพิวเตอร์คืออะไร แต่ละคนจะเรียกความรู้ที่เก็บไว้ มีการเชื่อมโยงต่าง ๆ บางคนอาจตอบว่า
คอมพิวเตอร์เป็นกล่อง ภายในมีวงจรอิเล็กทรอนิกส์
ทำงานแบบดิจิตอลรับข้อมูลอินพุต และค่านวณผลลัพธ์ทางเอาท์พุต เก็บข้อมูลได้
ทำงานได้รวดเร็ว ความรู้ที่เกี่ยวกับคำว่าคอมพิวเตอร์คืออะไร ของแต่ละคนจึงไม่เหมือนกัน หากจะทดสอบว่าสมองถ่ายทอดออกมาได้อย่างไร ในแต่ละคนจะมีการเชื่อมโยงความรู้ได้แตกต่างกันมาก ขึ้นอยู่กับ
ฐานความรู้ที่มีอยู่ในสมองที่จะเรียกออกมาได้
บทบาทของขบวนการสร้างความรู้จึงแตกต่างกับวิธีการ "สอน" การที่นิตยสารไทม์ให้ความสำคัญของอาชีพใหม่ที่จะมีบทบาทมากใน
อนาคต คือ knowledge constructor จึงเป็นเรื่องที่น่าสนใจ การสอนในรูปแบบเดิมเป็นการ "ป้อน" หรือใช้วิธีการให้ความรู้บรรจุ
ลงในนักเรียน ซึ่งแตกต่างกับการสร้างความรู้ แล้วให้นักเรียนมาใช้ประโยชน์หรือเรียนรู้เอง หรือหาทางสร้างขบวนการถ่ายทอดความรู้
ให้กับผู้เรียนที่ตรงตามความต้องการ
โมเดลของระบบการสร้างความรู้จึงมีลักษณะที่สำคัญ โดยเน้นให้เห็นว่า ไอที เข้ามามีบทบาทในการเป็นเครื่องมือช่วยสร้าง ช่วยเรียน
ช่วยดำเนินการเกี่ยวกับการสื่อสารความรู้ การถ่ายทอดตลอดจนการจัดการ เพื่อนำความรู้มาใช้ประโยชน์

รูปโมเดลการสร้างความรู้
จริงอยู่กฎเกณฑ์ของความรู้หรือเงื่อนไขเป็นสิ่งที่ยากยิ่ง ทั้งนี้เพราะความคิดในสมองมีเงื่อนไขประกอบได้มากมาย ซึ่งแตกต่างจาก
การสร้างกฎเกณฑ์ให้กับคอมพิวเตอร์ ลองพิจารณากฎเกณฑ์การให้เครดิตของสถาบันการเงิน
ถ้า ไม่เคยมีปัญหาการใช้เครดิตในอดีต และ
ถ้า เงินเดือนสุทธิมีค่ามากกว่า 4 เท่า ของการจ่ายเงินกู้ยืมรายเดือน และ
ถ้า มีเงินดาวน์ที่จ่าย 15% ของสินเชื่อที่ยืม และ
ถ้า สินทรัพย์ของผู้กู้ยืม มีค่ามากกว่า 250000 และ
ถ้า ผู้กู้ยืมได้ทำงานในองค์กรที่เชื่อถือได้เกิน 3 ปี
แล้วละก็ ยอมรับการกู้เงิน
ถ้าไม่ใช่ ให้ตรวจสอบเงื่อนไขอื่นประกอบ
กฎเกณฑ์เช่นนี้นำมาใช้กับคอมพิวเตอร์ ซึ่งคอมพิวเตอร์เก็บฐานความรู้ที่ชัดแจ้ง ซึ่งแตกต่างจากสมองที่มีความยืดหยุ่น และละเอียด
อ่อนกว่า ให้เหตุผลที่สลับซับซ้อนกว่า
บทบาทของครูกับการสร้างความรู้
เมื่อไอทีมีบทบาทที่สำคัญในการเก็บข้อมูลข่าวสารได้จำนวนมาก สามารถส่งผ่านข้อมูลข่าวสารไปได้ไกล และทำให้ระยะยางไม่มี
ความหมาย ขณะเดียวกันการประมวลผล การเรียกด้วยทำได้เร็ว ดังนั้นบทบาทของคอมพิวเตอร์และระบบสื่อสารจึงมีความสำคัญ
ต่อการสร้างความรู้อย่างมาก บทบาทของการเรียนรู้ในยุคต่อไปเกี่ยวโยงกับ ระบบอิเล็กทรอนิกส์เหล่านี้มากขึ้น ระบบการเรียนรู้
เกี่ยวโยงกับ eLearning มากขึ้น ด้วยเหตุนี้ ครูจึงต้องเปลี่ยนบทบาทจากการ "สอน" มาเป็น การสร้างความรอบรู้และดูแลจัดการ
กับระบอบการเรียนรู้สมัยใหม่ในรูปของ eLearning มากขึ้น
ระบบอินเทอร์เน็ตทำให้เกิดการเชื่อมโยงถึงกันได้ง่าย ระบบอินเทอร์เน็ตทำให้สร้างข้อมูลข่าวสารบนเครือข่ายได้ มีการเชื่อมโยง
ถึงกันโดยเฉพาะ www หรือเครือข่ายเวิร์ลไวด์เว็บ
หากการสร้างความรู้เป็นฐานความรู้อย่างง่าย ๆ บนเครือข่าย เช่น การเก็บสะสมในรูปฐานข้อมูลเว็บ เว็บมีข้อเด่นคือการเชื่อมโยง
ข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ ถึงกันได้ง่าย เสมือนการเชื่อมความรู้เข้าหากันตามโมเดลความรู้อยู่แล้ว การเชื่อมโยงถึงกันและสร้างเงื่อนไข
สร้างรูปแบบจึงเป็นเทคนิคที่สำคัญที่ผู้สร้างเนื้อหาจะต้องให้ความสำคัญ

โมเดลของเว็บเพ็จ เสมือนการเชื่อมโยงของความรู้
ศาสตรแห่งการสร้างความรู้ กำลังได้รับความสนใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบทบาทของครูผู้ที่จะให้นักเรียนได้สั่งสมความรู้อย่างรวดเร็ว
เรียนรู้และเข้าใจได้มาก ต้นทุนต่ำ
สาระน่ารู้ประจำสัปดาห์, ฉบับที่
50: 25-31 ธันวาคม 2543
|