ไอทีกับการศึกษาในมหาวิทยาลัยการพัฒนาระบบการเรียนการสอนให้มีชีวิตชีวา

บทบาทของเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ ระบบสื่อสารโทรคมนาคม และเทคโนโลยี การจัดการข่าวสารจะได้รับการพัฒนาให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น เพื่อให้เห็นบทบาทที่สำคัญต่อวงการศึกษา จึงขอนำเสนอรูปแบบที่ไอทีจะเข้ามามีบทบาทที่สำคัญในอนาคตอันใกล้นี้ สิ่งที่สำคัญคือ วิสัยทัศน์ในการเตรียมการที่จะนำเอาเทคโนโลยี ไอทีมาใช้ในมหาวิทยาลัยเป็นสิ่งที่ผู้บริหารต้องเตรียมการ ทั้งนี้เพราะโมเดลการศึกษาในยุคต่อจากนี้จะเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมาก เพื่อให้เห็นภาพของการศึกษาในอนาคตอันใกล้ จึงขอนำเสนอรูปแบบที่หลายประเทศ หลายมหาวิทยาลัยชั้นนำได้เริ่มดำเนินการบ้างแล้ว
การวางโครงสร้างพื้นฐานทางไอทีของมหาวิทยาลัย ดัชนีวัดตัวหนึ่งที่ใช้จัดลำดับมหาวิทยาลัยคือ โครงสร้างพื้นฐานทางด้านไอที โดยดัชนีชีวิตจะเป็นไปในเรื่องเส้นทางเดินของข้อมูลข่าวสารที่จะรองรับการใช้งาน จำนวนคอมพิวเตอร์ต่อนักศึกษา ปริมาณข้อมูลที่เรียกใช้ต่อนักศึกษา ปริมาณฐานข้อมูลที่มีให้บริการ เป็นต้น การวางโครงสร้างพื้นฐานได้แก่ การวางถนนข้อมูลข่าวสารที่เป็น Super highway การเชื่อมโยงฐานหลักทุกอาคาร ระหว่างแคมปัส ระหว่างชั้น ระหว่างห้องเรียน รวมถึงการสร้างเครือข่ายให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ของการใช้งาน
การวางโครงสร้างพื้นฐานจึงเป็นไปในเรื่องของเครือข่ายเส้นใยแก้วนำแสงในแคมปัส เครือข่าย WAN เชื่อมระหว่าง การวางโครงข่ายแลนไร้สายให้เป็นเซลครอบคลุมทุกตารางนิ้ว เพื่อการให้บริการ ขณะเดียวกันก็มีการใช้เทคโนโลยี Remote access จากบ้านของนักศึกษาเข้าสู่เครือข่าย ใช้โครงสร้างตั้งแต่ระบบโทรศัพท์ผ่านโมเด็ม ISDN และบอร์ดแบนด์ ADSL รวมถึงการเรียกเข้าสู่เครือข่ายบริการพิเศษแบบต่าง ๆ เทคนิคการเข้าถึงแบบ VPN การกระจายข่าวสารแบบมัลติมีเดียบนเครือข่ายแบบ MBONE และกระจายแบบ TV บนเครือข่าย เป็นต้น
การใช้คอมพิวเตอร์ของนิสิต ดัชนีชี้วัดตัวหนึ่งที่นำมาใช้ในการจัดลำดับมหาวิทยาลัยคือ จำนวนคอมพิวเตอร์ในมหาวิทยาลัยต่อนิสิต ดัชนีชี้วัดนี้มีแนวโน้มที่จะเป็นตัวเลข 1:1 ในไม่ช้า ทั้งนี้เพราะนิสิตจะมีเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนตัว ทั้งแบบโน้ตบุค พ็อกเก็ตพีซี ปาล์ม และสามารถเข้าถึงเครือข่ายในมหาวิทยาลัยได้ตลอดเวลา และครอบคลุมทุกสถานที่ได้ด้วยเครือข่ายแลนไร้สาย (wireless lan)
การใช้คอมพิวเตอร์ของนิสิตรุ่นใหม่ จะเป็นเรื่องพื้นฐานที่จำเป็น การเรียนการสอนในห้องเรียน นอกห้องเรียน หรือแม้แต่ที่บ้านจะหนีจากการใช้คอมพิวเตอร์เป็นเครื่องมือเข้าสู่แหล่งความรู้ และใช้สำหรับการสื่อสารไปไม่ได้
การใช้คอมพิวเตอร์ของบุคลากรและอาจารย์ สืบเนื่องจากการดำเนินงานในรูปแบบ "e" จะเข้ามามีบทบาทที่สำคัญยิ่ง การดำเนินงานในมหาวิทยาลัยจะมีลักษณะการบริการแบบ eService กิจกรรมทุกอย่างใช้คอมพิวเตอร์สำหรับการให้บริการ มี eLibrary eClassroom มีการสร้าง eBook ขึ้นใช้อย่างมากมาย แม้แต่การดำเนินกิจกรรมระหว่างองค์การก็จะก้าวเข้าสู่ eDocument เพื่อกิจกรรมทางด้าน eBusiness ดังนั้น การดำเนินงานของบุคลากรในมหาวิทยาลัยจะเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมอย่างมาก
รูปแบบการบริการบนเครือข่ายมีบทบาทสูงยิ่ง โมเดลการเรียนการสอนจะเปลี่ยนไปอย่างมาก การศึกษาจะเน้นในรูปแบบการแสวงหาแหล่งความรู้และเข้าถึงได้ง่ายและรวดเร็ว มีสภาพการทำงานแบบร่วมมือกันมากขึ้น การจัดการและการบริหารจะใช้เครือข่ายเป็นหลัก การดำเนินงานจะเป็น eOffice มีการประชุมแบบ eMeeting ระบบข่าวสารแบบ MIS เป็นเรื่องที่มีความสำคัญสำหรับการบริหารทรัพยากรต่าง ๆ ข้อมูลข่าวสารที่เป็นกระดาษ จะได้รับการเปลี่ยนเป็นอิเล็กทรอนิกส์ และใช้งานกันอย่างทั่วถึง
การเตรียมโครงสร้างไอทีสำหรับมหาวิทยาลัย
     เพื่อรองรับการดำเนินงานและการจัดการมหาวิทยาลัยในรูปแบบใหม่ สิ่งที่มหาวิทยาลัยจะต้องดำเนินการ และจัดการอย่างเป็นระบบได้แก่
การสร้างเครือข่ายในห้องเรียน เป็นการวางโครงข่ายเข้าห้องเรียน และในห้องเรียนก็เป็นเครือข่าย มีการใช้ระบบแลนไร้สายในห้องเรียน เพื่อรองรับการใช้งานของอาจารย์ นิสิต นิสิตพร้อมใช้โน้ตบุคและพ็อกเก็ตพีซี การเข้าถึงแบบแลนไร้สายในห้องเรียนจึงเป็นความจำเป็นของห้องเรียนที่มีจุดการเข้าถึงได้ทุกที่
การวางโครงข่ายข้อมูลมัลติมีเดียเพื่องาน eService ระบบข้อมูลข่าวสาร eBook eLibrary จะเข้ามามีบทบาทสูง ข้อมูลจะมีปริมาณมากทั้งเป็นข้อมูลตัวอักษร รูปภาพ และวิดีโอ การเรียกใช้หรือค้นหาข้อมูลภายในจะกระทำได้เร็ว การเตรียมการเข้าสู่ระบบ work flow model บนเครือข่าย เพื่องานบริการต่าง ๆ
การเข้าถึงจากบ้านด้วยบอร์ดแบนด์ ADSL เทคโนโลยีใหม่หลายอย่างจะเข้ามาแทนที่การใช้โมเด็ม โดยเฉพาะบอร์ดแบนด์เทคโนโลยี ISDN และ ADSL การเพิ่มขีดความสามารถของการเข้าถึงข้อมูลเป็นเรื่องสำคัญที่มหาวิทยาลัยต้องดำเนินการและเตรียมการให้ไปพร้อมเทคโนโลยีได้
ตอบสนองโมเดลการเรียนรู้ตลอดชีวิต มหาวิทยาลัยต้องเป็นแหล่งวิชาการ และขุมความรู้ เพื่อตอบสนองชุมชนที่จะเข้ามาศึกษาได้ โดยเฉพาะมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ต้องเป็นแหล่งความรู้ทางด้านการเกษตรของไทย ที่จะสนับสนุนการเรียนรู้ได้แบบตลอดชีวิตและเรียนรู้อย่างทั่วถึง การสร้างขุมความรู้จึงเป็นหน้าที่หลักของการดำเนินการของมหาวิทยาลัย เพื่อความเป็นผู้นำในการให้บริการวิชาการต่าง ๆ รวมถึงการให้การศึกษากับระดับ pre University ด้วย
การเรียนการสอนทางไกล มหาวิทยาลัยในยุคใหม่จะไม่เน้นอาคารสถานที่โอ่อ่ามากมาย แต่จะเน้นโครงสร้างองค์กรแบบเครือข่าย มีการเรียนการสอนที่เปิดบริการใกล้ผู้เรียน หรือผู้เรียนเข้าถึงได้โดยง่าย รูปแบบมหาวิทยาลัยจะมีสาขา และเปิดการเรียนการสอนได้กระจายครอบคลุมพื้นที่ได้มาก สามารถเปิดห้องเรียนให้กระจายและเรียนพร้อมกันหลาย ๆ ห้อง โดยใช้เทคโนโลยีการเรียนการสอนทางไกล เช่น มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์อาจมีห้องเรียนอยู่แถวสลม สุขุมวิท เรียนได้พร้อมกับนิสิตที่สกลนคร ศรีราชา และบางเขน เพื่อเน้นการกระจายการศึกษา ลดต้นทุน ลดเวลา เพิ่มประสิทธิภาพ การเรียนการสอนทางไกลและการสร้างห้องเรียนแบบเครือข่าย จะเป็นโมเดลที่มีบทบาทในยุคต่อไป
ลองจินตนาการดูว่า ในไม่ช้าจะเห็นนิสิตทุกคนถือโน้ตบุคมามหาวิทยาลัย การลงทุนด้านโน้ตบุคเพียงเครื่องเดียวที่มีแนวโน้มถูกลงอีกมาก สามารถทดแทนการหอบตำรา ทดแทนสมุดจด ทดแทนสิ่งต่าง ๆ ในระบบการศึกษาในปัจจุบันอีกมากมาย ซึ่งโดยภาพรวมจะทำให้การใช้ค่าใช้จ่ายถูกลงกว่าที่ใช้กระดาษอยู่ในปัจจุบัน การวางโครงสร้างหลายอย่างจึงต้องเตรียมการ และดำเนินการโดยเริ่มจากการสร้างความรู้ความเข้าใจกับเทคโนโลยี มองเห็นแนวทางการนำมาใช้ เริ่มจากการทำโครงการทดลอง และขยายผลอย่างต่อเนื่อง เช่น การสร้างเครือข่ายนนทรีในอดีต หรือการขยายโครงข่ายไปยังแคมปัสห่างไกล การวาง VoIP การวาง MBONE การสร้างระบบมัลติมีเดีย การวางเซลของเครือข่ายไร้สาย การวางฐานข้อมูลบริการและงาน MIS ของมหาวิทยาลัย งานเหล่านี้จะต้องเป็นฐานการพัฒนาในอนาคต
ที่สำคัญคือ ผู้บริหารงานไอทีของมหาวิทยาลัยต้องมีวิสัยทัศน์ สามารถดำเนินการอย่างเป็นระบบ บนพื้นฐานข้อจำกัดต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัยได้

สาระน่ารู้ประจำสัปดาห์ (ฉบับที่ 86 ): 17-23 ก.ย. 2544