ไมโครคอมพิวเตอร์เครื่องแรกของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
เดือนพฤศจิกายน 2514 บริษัทอินเทลได้ลงโฆษณาไมโครโปรเซสเซอร์ ในวารสาร Electronic News และนับเป็นภาพโฆษณาชิ้นแรกของการมีไมโครโปรเซสเซอร์ ไมโครโปรเซสเซอร์ที่อินเทลประกาศขายตัวแรกใช้ชื่อว่า 4004
จนกระทั่งปี พ.ศ. 2516 อินเทลจึงได้พัฒนาซีพียูไมโครโปรเซสเซอร์ ขนาด 8 บิต โดยใช้ชื่อ 8080 หลังจากอินเทลพัฒนาซีพียู 8080 ทั่วโลกจึงเริ่มรู้จักกับไมโครโปรเซสเซอร์ ไมโครคอมพิวเตอร์รุ่นแรก ๆ อยู่ในมือนักสมัครเล่น โดยเฉพาะผู้ที่สนใจประกอบวงจรอิเล็กทรอนิกส์สมัครเล่น
ในปี พ.ศ. 2519 มีบริษัทที่เป็นคู่แข่งของอินเทลเกิดขึ้น บริษัทไซล็อกผลิตซีพียูที่ชื่อ Z80 โดยเน้นขีดความสามารถสูงกว่า 8080 โดยเฉพาะการเพิ่มความเร็วและชุดคำสั่ง ทำให้ซีพียู Z80 เป็นที่รู้จักกันดี และนำเข้ามาใช้ในการเรียนการสอนทางด้านวิศวกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ และต่อมาอินเทลจึงพัฒนาซีพียู 8085
ในช่วงปี พ.ศ. 2519 นี้เอง มีบริษัทที่ประกอบคิตอิเล็กทรอนิกส์เพื่อให้นักคอมพิวเตอร์ นำมาประกอบสร้างไมโครคอมพิวเตอร์ได้เอง บริษัทผู้นำด้านไมโครคอมพิวเตอร์รุ่นแรกและเป็นบริษัทแรกคือ MITS ไมโครคอมพิวเตอร์ที่ออกจำหน่ายคือ Altair 8800 หลังจากนั้นอีกเพียงไม่กี่เดือนก็มีบริษัทที่พัฒนาไมโครคอมพิวเตอร์ไล่ตามมาคือ IMS International โดยพัฒนาไมโครคอมพิวเตอร์ชื่อ IMSAI 8080
ทั้ง Altair และ IMSAI จึงเป็นไมโครคอมพิวเตอร์รุ่นแรกที่มีขาย โดยเน้นขายเป็นชิ้นส่วนให้ผู้ซื้อนำมาประกอบเอง การประกอบต้องดำเนินการบัดกรีชิพและอุปกรณ์ลงบนบอร์ด
บอร์ดที่ออกแบบนับว่าใช้เทคนิควิธีการที่ดี และเป็นรากฐานมาจนถึงปัจจุบันคือ สร้างมาตรฐานแบบเปิด ผู้สร้างบอร์ดได้อิสระและประกาศขายในตลาดได้ โดยบอร์ดมีขนาดมาตรฐาน กว้าง 5 นิ้ว ยาว 10 นิ้ว และซอกเก็ตที่เสียบมี 100 ขา หรือที่เรียกว่า S100

imsai 8080 ไมโครคอมพิวเตอร์เครื่องแรกของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
IMSAI 8080 ไมโครคอมพิวเตอร์เครื่องแรกของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เป็นมหาวิทยาลัยแรกในประเทศไทย ที่ได้สั่งคิต IMSAI 8080 โดยเริ่มสั่งในปี 2520 และใช้งานในปี 2521 โดยเครื่อง IMSAI ในรุ่นแรกประกอบด้วยซีพียูบอร์ดที่ใช้ได้ทั้ง 8080 และ Z80 ทำงานที่ความถี่สัญญาณนาฬิกา 2MHz ต่อมาอัพเกรดเป็น 4 MHz มีหน่วยความจำบอร์ดละ 4 กิโลไบต์ เครื่องไมโครคอมพิวเตอร์เครื่องแรกของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เมื่อประกอบรวมกันมีหน่วยความจำได้ถึง 32 กิโลไบต์ มีบอร์ดอินเตอร์เฟสกับเทอร์มินัลซีอาร์ที และเครื่องพิมพ์ระบบเทเลไทป์ รวมถึงการเชื่อมต่อกับฟลอปปี้ดิสค์ 128 K ขนาด 8 นิ้ว 2 ช่อง

บอร์ดหน่วยความจำขนาด 4 กิโลไบต์ ที่ใช้กับ IMSAI 8080

ซอฟต์แวร์ในรุ่นแรกส่วนใหญ่เป็นแอสเซมบลี้ และภาษาเบสิก ต่อมามีการใช้ซอฟต์แวร์หลากหลายขึ้น โดยสามารถใช้กับภาษาฟอร์แทรนได้
จุดเด่นของไมโครคอมพิวเตอร์รุ่นแรก IMSAI 8080 คือ เป็นเครื่องที่มีการป้อนข้อมูลผ่านสวิตช์หน้าเครื่องในรูปแบบรหัสภาษาเครื่อง ขณะเดียวกันที่หน้าปัทม์จะมีหลอดไฟแอลอีดีสีแดง แสดงผลสถานะการทำงานต่าง ๆ และยังแสดงผลลัพท์การคำนวณต่าง ๆ ทำให้การตรวจสอบและเรียนรู้เกี่ยวกับระบบภาษาเครื่องได้เป็นอย่างดี
IMSAI 8080 เป็นเครื่องที่ใช้ฝึกเรียนรู้และทำความเข้าใจเกี่ยวกับไมโครโปรเซสเซอร์และไมโครคอมพิวเตอร์เป็นอย่างดี นอกจากบอร์ดระบบแล้ว ยังมีบอร์ดทำงานพิเศษอีกหลายบอร์ด เช่น บอร์ดโปรแกรม ROM บอร์ดเชื่อมต่ออินพุตเอาท์พุตแบบต่าง ๆ ระบบการเชื่อมต่อนี้เป็นผลทำให้นิสิตสามารถสร้างอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ที่ใช้ไมโครโปรเซสเซอร์เป็นส่วนประกอบ
จนถึงปี พ.ศ. 2521 มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ก็มีเครื่องไมโครคอมพิวเตอร์เครื่องที่สองคือ INFO2000 เป็นเครื่องระบบ S100 เช่นเดียวกับ IMSAI แต่มีบอร์ดหน่วยความจำสูงขึ้น และใช้กับฟลอปปี้ดิสค์ ขนาด 8 นิ้ว ความจุ 256 กิโลไบต์
ปัจจุบันเครื่อง IMSAI ยังคงทำงานได้ และเก็บรักษาไว้ที่ภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ นับว่ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เป็นหนึ่งในการเริ่มให้ความสนใจไมโครคอมพิวเตอร์ตั้งแต่ยุคแรก
สาระน่ารู้ประจำสัปดาห์, ฉบับที่ 29 : 31 กรกฎาคม - 6 สิงหาคม 2543
สำนักบริการคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์