Created With HTML Assistant Pro - 4/12/2000
โมเดลการเรียนการสอน Synchronouse-Asynchronous Learning ในยุค e-University

วิทยาการใหม่ ๆ เกิดขึ้นอย่างมากมาย ทุก ๆ วันจะมีการพัฒนา คิดค้น วิจัย และสร้างสมความรู้ใหม่ตลอดเวลา ขณะเดียวกันก็มี ความรู้และเรื่องราวเกี่ยวกับวิชาการอีกไม่น้อยที่ล้าสมัย การเรียนการสอนในยุคสมัยใหม่จึงต้องเรียนรู้ได้เร็ว ทันยุคทันสมัย และได้ ความรู้มาก ในเวลาสั้น ลงทุนต่ำ
หลายประเทศพยายามย่อหลักสูตรให้สั้น และจบได้รวดเร็ว มีการใช้เทคโนโลยีเข้าช่วยในเรื่องการเรียนการสอน กระจายการเรียน การสอนออกไปอย่างกว้างขวาง มุ่งตรงไปสู่ผู้เรียนโดยเข้าถึงผู้เรียนได้ทุกหนทุกแห่งและทุกเวลา ระบบการเรียนการสอนจึงปรับ เปลี่ยนรูปแบบไปมาก โดยแบ่งการเรียนการสอนเป็นแบบซิงโครนัส (Synchronous Learning) และ อะซิงโครนัส (Asynchronous Learning)
การเรียนการสอนในยุคสมัยใหม่คงไม่อยู่ที่ตำราเล่มเดียว นิสิตทุกคนในชั้นเรียนคงไม่ใช้ตำราจากที่กำหนดโดยอาจารย์ผู้สอนเท่านั้น แต่สามารถแสวงหาแหล่งความรู้อื่นได้อีกมากมาย มีห้องสมุดแบบดิจิตอล มีขุมความรู้ที่เรียกว่า ขุมความรู้โลก บทบาทการสอน ของอาจารย์จะเปลี่ยนจากการใช้ชอล์กและกระดานดำมาเป็นการชี้นำ (guide) เพราะยืนเคียงข้างนิสิตเพื่อให้นิสิตได้แสวงหาความรู้ และ เรียนรู้ตามการชี้แนะ โดยต้องเป็นตัวของตัวเองในการแสวงหาความรู้ มีความคิดริเริ่มในการเรียนรู้สิ่งใหม่ ต้องเปลี่ยนสภาพการเรียน แบบ passive (นั่งเรียนเฉย ๆ) มาเป็นแบบการเรียนรู้ที่ active มีการใช้ปฏิสัมพันธ์โต้ตอบ มีการใช้เทคโนโลยีประกอบ การเรียนรู้ ยังต้องสร้างบทบาทที่ให้เรียนรู้ด้วยตนเองแบบอะซิงโครนัสได้ และที่สำคัญการวัดการเรียนรู้คงไม่อยู่ที่ผลของคะแนนสอบแต่เพียง อย่างเดียว ต้องเปลี่ยนสภาพการเรียนการสอนแบบเดิมมาสู่กระบวนการสร้าง และสังเคราะห์ความรู้ได้
สำหรับอาจารย์ต้องเปลี่ยนบทบาทจากการเป็นผู้สอนอย่างเดียวมาเป็นผู้สร้างความรู้ (knowledge constructor) สามารถนำเอาองค์ความรู้จากที่ต่าง ๆ มาประกอบรวมกันสร้างบทเรียนบนเว็บ สร้างระบบการโต้ตอบแบบออนไลน์ เพื่อพ้นขีดจำกัดเรื่องเวลา และระยะทาง

โมเดลซิงโครนัส

เป็นการเรียนการสอนที่มีการนัดเวลา นัดสถานที่ นัดตัวบุคคลเพื่อให้เกิดการเรียนการสอน มีการกำหนดตารางเวลาหรือตารางสอน ระบบการเรียนการสอนโดยใช้รูปแบบซิงโครนัสยังเป็นสิ่งที่จำเป็น ในเยาว์วัย เด็กนักเรียนจะต้องเข้าโรงเรียนเพื่อเรียนแบบซิงโครนัส เมื่อเข้ามหาวิทยาลัยก็มีการเรียนการสอนเพิ่มเติม แบบอะซิงโครนัส
เทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามามีส่วนช่วยในเรื่องซิงโครนัสได้มากมาย ตั้งแต่การนำเสนอบทเรียนของอาจารย์ มีการนำเสนอโดยใช้ เครื่องมือช่วย เช่น ระบบสไลด์ เพาเวอร์พอยต์ ระบบจำลองรูปภาพ ระบบการนำเครื่องมือช่วยสอน และจำลองสถานะการณ์ต่าง ๆ มาใช้ในการทำให้นิสิตได้เรียนรู้ได้ง่าย และสร้างความกระตือรือร้นในการเรียนการสอน (active) ขณะเดียวกันก็ทำให้ลดระยะเวลา ในการเรียนรู้ลงไปได้มาก บทบาทอาจารย์จึงต้องเป็นผู้สร้างและชี้นำแหล่งความรู้

โมเดล Synchronous Learning

เทคโนโลยีสารสนเทศยังเข้ามาช่วยในเรื่องการเรียนรู้แบบซิงโครนัสหลายอย่าง เช่น การสร้างไอทีแคมปัส เพื่อทำให้ ในที่ห่างไกลที่ขาดแคลนอาจารย์ สามารถใช้ระบบการเรียนการสอนแบบมีปฏิสัมพันธ์ผ่านทางวิดิโอคอนเฟอเรนซ์ เป็นระบบ การเรียนการสอนทางไกลที่ระยะทางไม่มีความสำคัญ อาจารย์และนิสิตเสมือนอยู่ใกล้กัน มีปฏิสัมพันธ์กันได้ การเรียนการสอน ในรูปแบบทางไกลนี้ยังสามารถสร้างเป็นห้องเรียนเสมือนจริง ๅ (Virtual Classroom) โดยให้ผู้เรียนไม่ต้องเดินทางแต่เรียกผ่านเครือข่ายตามกำหนดเวลา เพื่อเข้าห้องเรียนและเรียนได้แม้จะอยู่ที่ใดในโลก ระบบการเรียนการสอนแบบห้องเรียนเสมือนจริง ยังนำมาใช้กับการศึกษาตลอดชีวิตได้ เทคโนโลยีสารสนเทศยังช่วยการเรียนแบบซิงโครนัสอีกหลายอย่าง เช่น ช่วยเก็บรวบรวมข้อมูลการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ เช่น การบันทึกรายการเรียน บันทึกการสอน การวัดผล การติดตามผล ช่วยรับส่ง ข่าวสารต่าง ๆ ระหว่างกัน อีกทั้งบทเรียนและการดำเนินกิจกรรมยังสามารถบันทึกเก็บไว้ เช่น เมื่อมีการเรียนการสอนทางไกลด้วย วิดิโอคอนเฟอเรนซ์ก็สามารถบันทึกการสอนทั้งหมดแล้วใส่ในวิดิโอเซิร์ฟเวอร์เพื่อเรียกดูในภายหลังได้ ก่อให้เกิดการเรียนแบบตามอัธยาศัยตามมา

โมเดลอะซิงโครนัส

เป็นการสร้างกิจกรรมแบบ 24x7 หมายถึงสร้างกิจกรรมการเรียนการสอนได้ 24 ชั่วโมง ตลอดทุกวันในสัปดาห์ระบบการเรียนการสอน ในรูปแบบนี้ไม่จำเป็นต้องนัดแนะเวลาและสถานที่แต่ให้ตัวกลางคือเทคโนโลยีสารสนเทศเป็นตัวช่วยในการดำเนินกิจกรรม
ระบบอะซิงโครนัส ในปัจจุบันนิยมการเรียนการสอนผ่านเว็บโดยมีบทเรียนและเครื่องมือที่ช่วยในการเรียนการสอนอยู่บน web มีการสร้างโฮมเพ็จประจำ วิชา มีการให้นิสิตมีโฮมเพ็จของตนเองเข้ามาเรียนรู้แบบออนไลน์ เรียนรู้ตามความต้องการ ตามอัธยาศัย (on demand)
เครื่องมือที่ช่วยได้แก่ ระบบอีเมล์ที่ช่วยในการติดต่อสื่อสารระหว่างอาจารย์กับนิสิต และนิสิตกับนิสิตด้วยกันเอง เว็บบอร์ดเป็นกระดาน ที่ใช้ประโยชน์ในเรื่องการแลกเปลี่ยนข่าวสารข้อคิดเห็น โฮมเพ็จเป็นบทเรียนให้ศึกษาด้วยตัวเอง chat เป็นห้องสนทนาที่เสริม การเรียนรู้ การรับส่งการบ้านและรายงานเน้นให้นิสิตทำบนโฮมเพ็จของนิสิตและส่ง URL ให้อาจารย์ อาจารย์สามารถโต้ตอบได้โดยทันทีทันใด

โมเดล Asynchronous Learning

เทคโนโลยีสารสนเทศโดยเฉพาะเครื่อข่ายทำให้เข้าถึงแหล่งข้อมูลที่ต่าง ๆ ทั่วโลกที่จะเสริมการเรียนรู้ มีการใช้ห้องสมุดดิจิตอล เพื่อเรียกค้นข้อมูลและค้นหาความรู้ที่ต้องการ ใช้ระบบอีบุค วารสารสิ่งพิมพ์อิเล็กทรอนิกส์เพื่อประโยชน์การค้นคว้าหาความรู้เพิ่มเติม ใช้ระบบออนไลน์แบบวิดีโอส่งสัญญาณเสียงเป็นสถานีวิทยุบนเครือข่ายสร้างกลุ่มกิจกรรมเฉพาะเช่น กลุ่มข่าว
ปัจจุบันมีเครื่องมือช่วยสร้างแบบเรียนและการใช้ระบบอะซิงโครนัสได้มาก เครื่องมือเหล่านี้สร้างบนเว็บเพ็จและทำให้สามารถใส่ข้อมูล ข่าวสารได้เองจำนวนมาก

การก้าวเข้าสู่ e-University

การก้าวเข้าสู่ e-University นั้น กิจกรรมการดำเนินการเรียนการสอนย่อมต้องพึ่งพาเครือข่ายและเทคโนโลยีไอที ประชาคมใน มหาวิทยาลัย ทั้งนิสิตและอาจารย์ใช้ประโยชน์จากสื่ออิเลกทรอนิกส์ที่เป็นสื่อแหล่งความรอบรู้ที่จะส่งผ่านได้มาก เรียนรู้ได้รวดเร็ว เก็บสะสมไว้ บนเครือข่ายได้ตลอดเวลา e-University จึงเป็นหนทางหนึ่งของมหาวิทยาลัยที่จะทำให้มหาวิทยาลัยประสบความสำเร็จในการสร้างนิสิตที่มี ความรู้ความสามารถสูง ใช้เวลาเรียนรู้ได้เร็วได้มาก และต้นทุนโดยรวมต่ำ
สาระน่ารู้ประจำสัปดาห์, ฉบับที่ 47: 4-10 ธันวาคม 2543