ทุกวันนี้ใคร ๆ ก็พูดถึงอินเทอร์เน็ต
อินเทอร์เน็ตได้เข้ามามีบทบาทที่สำคัญต่อชีวิตความเป็นอยู่มากขึ้น
อินเทอร์เน็ตเป็นเครื่องมือที่ใช้ประโยชน์ทางด้านต่าง ๆ มากมาย เป็นถนนของ
ข้อมูลข่าวสารสาธารณะที่ทุกคนมีสิทธิ์ใช้งานร่วมกัน
ใช้เชื่อมโยงติดต่อสื่อสารระหว่างกันได้ ทำให้ระยะทางไม่มีความหมายอีกต่อไป
ทุกวันนี้เราจึงให้ความสำคัญในเรื่องตัวแปรที่เป็นเวลา
เราต้องการความรวดเร็วในการทำงาน ดำเนินกิจการต่าง ๆ ด้วยการใช้เวลาที่น้อยลง
การประยุกต์ใช้อินเทอร์เน็ตจึงเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นใหม่อยู่ทุกวัน
มีการนำอินเทอร์เน็ตมาใช้ประโยชน์ด้านต่าง ๆ มากมาย
การประยุกต์ระบบอินเทอร์เน็ตมีลักษณะที่สำคัญดังนี้
การประยุกต์ทางด้านเนื้อหา (Content Application)
อินเทอร์เน็ตเป็นระบบสื่อสารที่มี ต้นทุนต่ำเมื่อเทียบกับระบบสื่อสารแบบอื่น
อินเทอร์เน็ตเป็นระบบสื่อสารที่มีกลไกการขนส่งได้หลายแบบ
แต่การส่งรับแบบจุดไปจุด แบบจุดไปหลาย ๆ ที่ หรือแม้กระทั่งกลไกการกระจาย
ข้อมูลข่าวสาร ดังนั้นจึงมีผู้พัฒนาประยุกต์การใช้เนื้อหาแบบต่าง ๆ
ตั้งแต่การตั้งโฮมเพ็จ การกระจายข่าวสารด้วยเว็บเพ็จ
การตั้งสถานีบริการเนื้อหา
การประยุกต์การโอนย้ายแฟ้มข้อมูลหรือแม้แต่การรับส่งข้อมูลแบบเสียง
และวิดีโอแบบต่าง ๆ
การดำเนินการแบบอัตโนมัติ
การทำงานบนอินเทอร์เน็ตมีลักษณะการส่งเป็นแพ็กเก็ต
มีการกำหนดแอดเดรสแบบไอพีแอดเดรส
ดังนั้นระบบการขนส่งข้อมูลจึงมีลักษณะที่สำคัญใน
การขนส่งแพ็คเก็ตไปยังปลายทางได้อย่างอัตโนมัติ
การประยุกต์ใช้งานจึงมีรูปแบบการประยุกต์บนระบบการขนส่งข้อมูลแบบอัตโนมัติ
การดำเนินการโดยลดตุ้นทุนรวม
ปัจจุบันทุกองค์กรให้ความสำคัญในเรื่องการเชื่อมโยงการทำงาน
และการสื่อสารข้อมูลภายใน-ภายนอกองค์กร ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์เข้ามามี
บทบาทที่สำคัญยิ่งต่อการพัฒนาองค์กร การดำเนินกิจกรรมใด ๆ
ในงานหลักมักเกี่ยวข้องกับ ข้อมูล เกี่ยวข้องกับรายการ
(transaction) ของการดำเนินการ
การประยุกต์บนเครือข่ายโดยเฉพาะใช้อินเทอร์เน็ตเป็นฐาน
จึงเป็นเรื่องที่ทำให้ต้นทุนรวมของระบบลดลง

การเพิ่มมูลค่าบนอินเทอร์เน็ต
เป้าหมายการเพิ่มมูลค่าจึงอยู่ที่การประยุกต์
"e" ในระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต เพื่อ การบริการแบบ eService
แนวคิดการเพิ่มคุณค่าบนเครือข่าย
หากย้อนดูวิวัฒนาการการใช้คอมพิวเตอร์และระบบเครือข่ายในการประมวลผลพบว่า
ความคิดของการประมวลผลในองค์กรและการใช้ข้อมูลข่าวสารเริ่มจากระบบการรวมศูนย์และค่อย
ๆ ปรับเปลี่ยนมาเป็นแบบกระจายมากขึ้นเป็นลำดับ
ในช่วงปี 1960 เป็นต้นมา การใช้คอมพิวเตอร์เป็นการใช้เมนเฟรม
หรือระบบคอมพิวเตอร์เป็นศูนย์กลางการประมวลผล
ในช่วงปี 1970 มีการพัฒนาไมโครโปรเซสเซอร์และพีซี
จึงมีการใช้งานในเชิงการคำนวณแบบส่วนตัว เป็นพีซีเชื่อมต่อกับเมนเฟรม
โดยให้พีซีเป็นเพียงเทอร์มินัล
ในช่วงปี 1980 มีการเพิ่มคุณค่าของระบบโดยการใช้เครือข่ายคอมพิวเตอร์
มีการพัฒนา PC LAN เพื่อให้คอมพิวเตอร์เชื่อมโยงกันเป็นเครือข่าย
ในช่วงปี 1990 เป็นต้นมา เครือข่ายมีบทบาทมาก
มีการใช้ประโยชน์จากอินเทอร์เน็ต อย่างกว้างขวาง
การประยุกต์มีแนวโน้มการกระจาย มีเทคโนโลยีที่สนับสนุนที่สำคัญคือระบบ
ไคลแอนต์ เซิร์ฟเวอร์
ในช่วงจากปี ค.ศ. 2000 เป็นต้นไป เครื่องคอมพิวเตอร์แบบพกพาและมือถือ
(Palm) และพ็อกเก็ตพีซีจะเข้ามามีบทบาทในระบบเครือข่ายมากขึ้น
การประยุกต์ใช้งานบนเครือข่ายจึงเพิ่มคุณค่าด้านการกระจายครอบคลุมทุกพื้นที่ด้วยระบบไร้สาย
มีการเชื่อมโยงแบบโมบายและไม่ต้องใช้สาย
แนวโน้มของการเพิ่มคุณค่าบนเครือข่ายจึงอยู่ที่ระบบการประยุกต์ใช้โดยเน้นในเรื่องความเป็นระบบที่ชาญฉลาด
ใช้ซอฟต์แวร์ควบคุมการทำงานเป็นอัตโนมัติ
การเพิ่มคุณค่าบนเครือข่ายทุกวันนี้จึงต้องใช้ปัจจัยที่ทำให้ระบบชาญฉลาด
และปัจจัยที่ประกอบหลายประการดังนี้
- speed : ความเร้าใจการทำงานต้องสูง
รวดเร็วในการดำเนินงาน
- scale :
เป็นระบบประยุกต์ที่สามารถขยายและปรับใช้ได้ทุกรูปแบบที่ต้องการ
- scope : ขอบเขตของการประยุกต์ซึ่งมีทั้งที่เป็นแบบเฉพาะ
(private) และแบบนำเสนอต่อสาธารณะ (public)
- spending : มีการใช้จ่ายในระบบต่ำ
ลดต้นทุนการประยุกต์ใช้งาน
- service :
ให้บริการที่กว้างขวางและตรงตามความต้องการของผู้ใช้
- security :
มีระบบรักษาความปลอดภัยที่ทำให้มีความเชื่อมั่น
เป้าหมายของการประยุกต์ในปัจจุบันจึงเน้นการสร้างเครือข่ายข่าวสารหรือ
Content Networking ระบบการขนส่ง Content Deriverly
การพัฒนาจึงเน้นการสร้างระบบประยุกต์ในระดับ 4-7 บน ระบบ OSI layer
โดยเน้นให้มีคุณภาพการให้บริการที่ดี
สาระน่ารู้ประจำสัปดาห์, ฉบับที่
42
:30 ตุลาคม - 5 พฤศจิกายน 2543