คอมพิวเตอร์ภัยเงียบที่ไม่อาจมองข้าม

วรางค์

คุณเป็นคนหนึ่งที่ต้องใช้คอมพิวเตอร์เป็นประจำวันละหลาย ๆ ชั่วโมง
คุณเป็นคนหนึ่งที่หลงไหลกับโลกการสื่อสารไร้พรหมแดน จึงเปิดเล่นอินเตอร์เน็ตเป็นประจำจนลืมเวลา
คุณเป็นคนหนึ่งที่ไม่ได้ชอบใช้คอมพิวเตอร์เลย แต่ก็ต้องใช้เพราะมีหน้าที่เป็นพนักงานพิมพ์
และอีกหลาย ๆ เหตุผลกลในที่ทำให้คุณต้องใช้คอมพิวเตอร์ โดยไม่รู้มาก่อนเลยว่าการใช้คอมพิวเตอร์เป็นตัวการนำมา ซึ่งความเครียด โรคเครียด และโรคที่เกิดจากการใช้คอมพิวเตอร์ ซึ่งแฝงมาในรูปแบบที่คุณอาจจะคิดไม่ถึง แต่มีอันตราย มากมาย
สราญจิตเป็นพนักงานคีย์คอมพิวเตอร์ที่สำนักพิมพ์แห่งหนึ่ง เธอต้องอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์อย่างน้อยวันละ 5 ชั่วโมง ได้พักระหว่างวันบ้าง ไม่ได้พักบ้าง เธอไม่เคยมีความรู้มาก่อนเลยว่าชีวิตของเธอกำลังอยู่ในอันตราย
เธอรู้สึกปวดกระดูกแขน ปวดนิ้ว แต่ไม่รู้ว่าเป็นอะไร และไม่เคยพูดถึงเรื่องนี้ให้เพื่อน ๆ ร่วมงานฟังเพราะไม่เคยได้ยินเพื่อน บ่น ก็เลยไม่คิดว่าเพื่อนจะเป็นเหมือนกันกับเธอ
ความจริงอาการปวดกระดูกแขนของเธอเป็นอาการชนิดหนึ่งของโรคที่เกิดจากการทำงานโดยคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน เกิดจากการกดทับข้อมือเป็นเวลานาน ทำให้รู้สึกปวด ชา และในที่สุดก็จะสูญเสียความรู้สึกที่มือไปเลย จะใช้มือทำอะไร ก็ไม่ได้ แม้แต่เปิดประตู
เธอไม่รู้ว่าอาการปวดกระดูกแขนนี้เป็นอาการเริ่มต้นของโรคที่เกิดจากการทำงานโดยคอมพิวเตอร์ ซึ่งเกิดกับผู้ที่ต้อง นั่งทำงานนาน ๆ โดยเฉพาะคนที่มีหน้าที่คีย์ข้อมูล
สราญจิตไปพบแพทย์ ปรากฏว่าคุณหมอแนะนำให้เธอหยุดงานสักระยะหนึ่ง มิฉะนั้นเธออาจจะทำงานไม่ได้อีกเลย แต่เธอ ก็ไม่คิดว่ามันจะร้ายแรงปานนั้น อีกประการหนึ่ง เธอจะบอกเจ้านายว่าเธอเป็นอะไร เธอไม่มีอะไรผิดปกติพอจะมองเห็นได้ เธอจะลาป่วยได้อย่างไร เธอตัดสินใจไปทำงานต่อ โดยคิดว่าคงไม่เป็นอะไร คนอื่น ๆ ทำงานมาก่อนหน้าเธอตั้งหลายปี ก็ไม่เห็นมีอาการอะไร เธออาจจะคิดไปเองก็ได้
อีก 3 เดือนต่อมา เธอรู้สึกปวดมือตลอดเวลา รู้สึกร้อนเหมือนใครเอาไฟมาเผา เวลาใครมาถามว่าสบายดีหรือเปล่า เธอ อยากจะบอกไปว่าร้อนมือจะตายอยู่แล้วโว้ย ไม่เห็นกองไฟไหม้มือฉันอยู่หรือไง
ไม่มีใครเห็นความผิดปกติของเธอ เธอต้องกล้ำกลืนกินยาแก้ปวดวันละหลาย ๆ เม็ด เพื่อระงับอาการปวดที่เป็นอยู่ เธอต้อง เลิกดื่มกาแฟโดยเด็ดขาด ทั้ง ๆ ที่เคยดื่มเป็นประจำทุกวันเพราะว่าเธอไม่มีแรงแม้แต่จะยกถ้วยกาแฟขึ้นมาดื่ม เธอแอบร้อง ห่มร้องไห้กับเดือนอยู่ทุกค่ำคืน เพราะเธอแทบจะไขกุญแจบ้านไม่ได้เนื่องจากไม่มีกำลังข้อมือ เธอรู้สึกเหมือนตัวเองเป็น คนพิการใช้มือทำอะไรไม่ได้ เธอรู้สึกว่าตนเองจะต้องใช้ปากแทนมือในเร็ววัน
โรคที่เกิดจากการทำงานที่พบได้มากที่สุดก็คือ โรคปวดหลัง เป็นกันมากถึง 2 ใน 3 วัน โดยเฉพาะคนที่ต้องนั่งหลัง เป็น กันมากถึง 2 ใน 3 โดยเฉพาะคนที่ต้องนั่งหลังขดหลังแข็งพิมพ์งาน หรือทำงานอะไรก็ตาม ที่ใช้แต่มือ ตาและสมอง ไม่ค่อยได้ใช้ขา ส่วนอีก 1 ใน 3 มักเป็นโรคเกี่ยวกับช่วงบนของลำตัว รวมทั้งแขน และมือ ซึ่งโรคเหล่านี้ต้องอาศัยเวลา ในการเยียวยารักษา
คนที่ใช้คอมพิวเตอร์ส่วนใหญ่มักไม่รายงานความเปลี่ยนแปลงของร่างกายให้เจ้านายรับรู้ เพราะกลัวจะถูกไล่ออกบ้าง กลัวว่าจะไม่ได้เลื่อนขั้นบ้าง และไปรักษาเอาเอง
อย่างไรก็ดี คุณที่ใช้คอมพิวเตอร์เป็นประจำบางคน อาจจะเคยสังเกตเห็นเพื่อนที่ปวดแขน ปวดหลัง ในขณะที่คุณไม่เป็น อะไรเลย คุณก็คงไม่เชื่อว่าจะเป็นโรคที่เกิดจากการทำงานจริง ๆ แต่ความจริงก็คือ คุณเป็นคนโชคดีต่างหากที่ไม่เป็น อาจจะเป็นเพราะคุณบังเอิญนั่งถูกท่า วางข้อมือถูกที่ และรู้จักพักมือของคุณ ไม่ยกไหล่เวลาพิมพ์ และได้นั่งบนเก้าอี้ที่มี พนักและที่วางแขนที่ได้ระดับพอดี ใต้โต๊ะที่วางเท้าทำให้คุณรู้สึกสบาย ถ้าคุณไม่เป็นโรคจากการทำงานก็ดีใจด้วย
ผู้ที่พิมพ์คอมพิวเตอร์เก่ง ๆ ประเภทนาทีละ 60 คำ จะมีโอกาสเสี่ยงที่จะเป็นโรคจากการทำงานสูงมาก เพราะจากการศึกษา พบว่า การใช้นิ้วมือที่แป้นคอมพิวเตอร์เพื่อพิมพ์อักษรหนึ่งตัวต้องใช้น้ำหนักถึง 8 ออนซ์ ถ้ายิ่งพิมพ์เร็วมากเท่าไหรก็ต้อง ใช้น้ำหนักกดลงไปมากขึ้นเท่านั้น เวลาพิมพ์คุณคงรู้สึกว่าต้องใช้แรงนิ้วเป็นจำนวนมาก อย่างเช่น สราญจิตเธอพิมพ์ได้ นาทีละ 60 คำ หนึ่งชั่วโมงเธอต้องใช้แรงเท่าไหร่ ส่วนหนึ่งวันเธออาจจะต้องใช้แรงเป็นตัน ๆ เลยก็ได้ ในการพิมพ์งาน ใ้ห้เสร็จสิ้น
คุณคงจะถามถึงผลที่สราญจิตได้รับหลังจากที่เธอรู้สึกว่าเธอคงเป็นคนพิการไปแล้ว ในที่สุดเธอยอมไปพบแพทย์อีก ครั้งหนึ่ง เพราะว่าเมื่อมันถึงที่สุดแล้วใครเล่าจะรักคนอื่นมากกว่าตนเอง แพทย์ให้เธอพักงานเป็นเวลานาน แต่ว่าไม่ให้ไป พักผ่อนชายทะเลหรือภูเขาอย่างที่คุณคิดหรอก เธอต้องไปฝึกกายภาพบำบัดทุกวันที่โรงพยาบาล เป็นเวลา 3 เดือนกว่าที่ เธอจะเริ่มใช้มือและข้อมือได้ และต้องใช้เวลานานกว่านั้น กว่าที่ทุกอย่างจะเหมือนเดิม
ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่ใช้คอมพิวเตอร์เป็นเวลานานในแต่ละวัน คุณควรจะสังเกตว่ามีอาการเหล่านี้เกิดขึ้นกับคุณบ้างหรือ เปล่า นั่นคือ
ปวดและเจ็บ อาการขั้นแรกของโรคที่เกิดจากการทำงานประเภทนี้ก็คืออาการปวด อาจจะปวดนิ้ว แขน ต้นแขน คอ ไหล่ หลังด้านบนอย่างกะทันหัน อาจจะปวดเพียงที่ใดที่หนึ่ง หรือปวดทุกอวัยวะพร้อมกันก็ได้ หรือวันนี้ อาจจะปวดอวัยวะหนึ่ง วันพรุ่งปวดอีกอวัยวะหนึ่ง อาจจะปวดระหว่างการทำงาน หรือหลังการทำงาน หรือปวดทุกเช้า เมื่อลุกจากที่นอน หรืออาจจะปวดเสียจนคุณต้องตื่นขึ้นมากลางดึก คุณอาจจะชาไปเลย ไม่รู้สึกอะไรเลย หรือรู้สึกเหมือน มีเข็มเป็นพัน ๆ เล่มมาทิ่มแทงคุณอยู่ก็ได้
เหนื่อยล้าและอ่อนเพลีย คุณอาจจะรู้สึกไม่มีแรงที่แขนและมือ รู้สึกเหมือนกับว่ามือและแขนหนักและเหนื่อยล้า บางคนที่ทำหน้าที่รับโทรศัพท์ต้องยกหูขึ้นและลง อาจจะรู้สึกว่ามันหนักเหมือนทำด้วยเหล็ก หรือไม่ก็รู้สึกว่าการเปิดขวด น้ำอัดลมเป็นงานที่ยากมาก และต้องใช้แรงมาก เพราะคุณไม่มีแรง
ทำของหล่น คุณอาจจะไม่มีแรงถือดินสอ หรือถ้วยกาแฟต้องปล่อยให้มันหล่นลง ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้ตั้งใจ ถ้ามาถึงอาการนี้ต้องรีบไปพบแพทย์ได้แล้ว
รู้สึกตึง หรือรู้สึกว่ามือแข็งใช้ไม่ได้ คุณอาจจะรู้สึกอย่างนี้ตอนเช้า หรือไม่ก็รู้สึกว่ากำมือไม่ได้ บังคับนิ้วไม่ได้ แค่ติดกระดุมเสื้อก็ยาก
รู้สึกหลาย ๆ อย่างข้างต้นพร้อมกัน เป็นอาการที่หนักหนาที่บ่งบอกว่าคุณไม่ปกติ และมีอาการของโรคที่ เกิดจากการทำงาน
รู้สึกว่ามือเย็น และต้องบีบนวด ถ้าคุณต้องถูมือไปมาเพื่อแก้มือเย็นนิ้วเย็นอยู่บ่อย ๆ หรือต้องบีบนวดต้นแขน หรือต้องเรียกหาคนอื่นมานวดคอและไหล่ คุณน่าจะไปพบแพทย์ได้แล้ว
มีคำแนะนำสำหรับผู้ที่ใช้คอมพิวเตอร์อยู่เสมอว่า จะต้องจัดวางคอมพิวเตอร์ คีย์บอร์ด เม้าส์ จอคอมพิวเตอร์และ ตัวของคุณเองให้สัมพันธ์กัน
ด้านบนสุดของจอคอมพิวเตอร์ ควรจะอยู่ในระดับเดียวกับกลางหน้าผากของผู้ใช้ประมาณหนึ่งช่วงแขนกับอีก 3 นิ้ว หากเป็นจอขนาดใหญ่ให้บวกเข้าไปอีก 3 นิ้ว เป็น 6 นิ้ว
คีย์บอร์ดหรือแป้นพิมพ์ ควรจะวางราบกับพื้นหรือเอียงเล็กน้อย โดยให้ด้านที่อยู่ใกล้ตัวคุณสูงกว่าด้านใน อย่า วางโดยให้ด้านในสูงกว่าด้านที่อยู่ใกล้ตัวคุณ การตั้งแบบนั้นจะทำให้คุณปวดกระดูกแขน
ถาดวางคีย์บอร์ด ควรจะขยับได้ และปรับยืดหดได้ ตามแต่คุณต้องการ เมื่อคุณพิมพ์งานแขนช่วงแรกควรจะ ตั้งเป็นมุมฉาก หรือ 95 องศากับแขนช่วงบน และถาดจะต้องไม่สูงกว่าข้อศอก ถาดนี้จะต้องมั่นคงแข็งแรง และมีที่เหลือ กว้างพอสำหรับวางเม้าส์ และลากเม้าส์
ตำแหน่งของข้อมือ แขนช่วงบนจะต้องตรง และไม่เกร็งข้อมือก็จะต้องอยู่ในระดับพอดี เป็นธรรมชาติ
ตำแหน่งของเท้า เมื่อคุณนั่งในตำแหน่งที่ถูกต้องกับคอมพิวเตอร์ เท้าของคุณจะต้องวางอย่างมั่นคงบนพื้นราบ ไม่ควรไขว่ห้าง หรือนั่งขาลอยแกว่งไปมา ที่พักเท้าที่มีลักษณะลาดเอียงจะช่วยให้คุณรู้สึกผ่อนคลายได้มากเมื่อคุณขยับ ขา ลักษณะของที่พักเท้าแบบนี้ก็จะเหมือนกับจักรแบบขาถีบ จะเหมือนตรงขาถีบที่ลาดเอียงในระดับแบบนั้น ไม่ได้เหมือน กับหัวจักร อย่าเข้าใจผิด
ที่พักข้อมือ จะช่วยป้องกันข้อมือจากการถูไถบนโต๊ะ ซึ่งเจ้าการถูไถไปมานี้เองเป็นสาเหตุของการปวดกระดูก แขนที่พักข้อมือควรทำจากโฟมที่นุ่ม ๆ
ที่พักแขน ถ้าเก้าอี้ที่คุณนั่งมีที่พักแขนหรือที่เท้าแขนได้ระดับกับถาดรองแป้นพิมพ์หรือคีย์บอร์ดก็จะดีมาก อย่างไรก็ดี เก้าอี้ที่ใช้ในสำนักงานส่วนใหญ่มักจะปรับระดับได้ ควรปรับระดับให้เหมาะกับตัวคุณเอง ถ้าคุณปรับเก้าอี้สูง เกินไปอาจจะทำให้คุณรู้สึกปวดไหล่ก็ได้
เก้าอี้ เก้าอี้ที่ดีควรปรับให้สูงขึ้น หรือลดระดับความสูงลงไปได้ ควรจะมีพนักพิง วิธีที่จะวัดว่าเก้าอี้อยู่ในระดับ พอเหมาะหรือยังก็โดยนั่งบนเก้าอี้ แล้วยื่นนิ้ว 3 นิ้วเข้าไประหว่างขาอ่อนกับขอบโต๊ะ ถ้าใส่เข้าไปได้อย่างนี้แปลว่าอยู่ใน ระดับถูกต้อง ไม่ควรเหลือมากกว่านี้
รักษาสายตา เมื่อคุณจ้องอยู่ที่จอคอมพิวเตอร์ คุณจะกะพริบตาน้อยครั้งกว่าปกติ และที่จอคอมพิวเตอร์อาจจะ มีฝุ่นละอองติดอยู่ ซึ่งการกะพริบตาน้อยครั้ง ทำให้ตาแห้ง และฝุ่นละอองอาจปลิวเข้าตา ดังนั้น ควรกะพริบตาให้ถี่ขึ้น และ ทุก ๆ ครึ่งชั่วโมงควรพักสายตา โดยหันไปมองที่อื่นไกล ๆ จากจอคอมพิวเตอร์สักสองสามนาที
ปัจจุบันมีบริษัทชั้นนำชื่อดังแห่งหนึ่งทำการวิจัยเกี่ยวกับโรคจากการทำงานกับคอมพิวเตอร์ และหาทางป้องกันขึ้นมาแล้ว คุณอาจจะซื้อผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ได้จากบริษัทนี้ ความจริงไม่อยากบอกว่าเป็นบริษัทใด แต่รู้สึกเห็นใจผู้มีอาชีพที่ต้องใช้ คอมพิวเตอร์ นั่นก็คือบริษัท 3M ที่ทำการวิจัยเกี่ยวกับเรื่องนี้และหาวิธีการป้องกัน
ความจริงเมื่อมีการผลิตคอมพิวเตอร์ขึ้นมาเพื่อใช้อย่างแพร่หลายนั้น ผู้ผลิตและคิดค้นคงไม่ได้คิดว่า ในที่สุดจะเกิดโรค หรือภัยจากคอมพิวเตอร์ขึ้นได้อย่างนี้ แต่ปัจจุบันหากเรารู้วิธีการป้องกันแล้ว เราก็สามารถใช้คอมพิวเตอร์ได้อย่างมี ความสุขในชีวิต และไม่กลัวที่จะต้องผจญกับความเจ็บปวดจากสมองกลจอสี่เหลี่ยมนี้อีกต่อไป
ในประเทศเรายังไม่มีใครฟ้องร้องเอาเรื่องจากการผลิตสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน ความจริงถ้าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ครั้งนี้จะ ระบุเอาไว้ว่าประชาชนมีสิทธิ์ฟ้องร้องผู้ผลิตแบบนี้บ้างก็คงจะดี เพราะเราในฐานะผู้อุปโภคบริโภคต้องเป็นผู้รับกรรมจาก การใช้สินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน
จัดทำโฮมเพจโดย : สำนักบริการคอมพิวเตอร์, 29 สิงหาคม 2544