ระบบมัลติมีเดีย

ดร.พันธุ์ปิติ เปี่ยมสง่า

ถ้าจะดูกันแล้วสำหรับระบบมัลติมีเดีย นั้น จะพบว่า มีปัญหาใหญ่อยู่ 2 ข้อ หนึ่งก็คือ ระบบมัลติมีเดียเป็นเรื่องใหม่จริงหรือ และอีกข้อหนึ่งก็คือ ระบบมัลติมีเดียจริงๆ แล้วคืออะไร
สำหรับปัญหาในข้อแรกนั้น ทุกคนคงทราบกันดีอยู่แล้วว่า ระบบมัลติมีเดียนั้นไม่ใช่เรื่องใหม่เลย เพราะมีการพูดถึงกันมาถึง 6-7 ปีแล้ว แต่อย่างไรระบบมัลติมีเดียก็ยังคงเป็นเรื่องฮอตกันอยู่จนถึงทุกวันนี้ เหตุผลเป็นเพราะว่า เครื่องคอมพิวเตอร์มีความเร็วพอที่จะประมวลผลข้อมูลที่อยู่ในรูปของภาพ เสียง และภาพยนตร์ คือเมื่อก่อนไม่มีมัลติมีเดีย เพราะเครื่องเร็วไม่พอนั่นเอง ปกติแล้วมนุษย์จะเอาเทคโนโลยีใหม่มาแทนเทคโนโลยีเก่าที่ไม่สามารถตอบสนองการทำงานของมนุษย์ได้ ในกรณีของคอมพิวเตอร์ แต่เดิมใช้จอภาพขาวดำแสดงผล ต่อมาเราก็เปลี่ยนเป็นจอสี จนปัจจุบัน ก็มีจอสีที่ใหญ่พอจะดูหนังได้หลายจอพร้อม ๆ กัน ปัญหาในข้อที่ 2 คือ จริง ๆ แล้วมัลติมีเดียคืออะไร ในความเห็นของผู้เขียน มัลติมีเดียเป็นเป็นสาขาวิทยาการในสาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ ที่รวบรวมศาสตร์ทางคอมพิวเตอร์มากมายเข้าด้วยกัน ทั้งการนำมาประยุกต์ใช้ และการพัฒนาการสื่อสารและการจัดเก็บข้อมูล ระบบเครือข่าย อินเทอร์เน็ต โปรแกรมมิ่ง การออกแบบสื่อในทางศึกษาศาสตร์ในแต่ละสาขาที่ยกตัวอย่างมา

ระบบมัลติมีเดีย

ส่วนประกอบทางมัลติมีเดียหลักๆคือ ข้อความ ภาพนิ่ง เสียง และ ภาพยนตร์ จากส่วนประกอบหลักนี้จะนำไปสู่ส่วนประกอบอื่นๆ เพื่อที่จะนำส่วนประกอบหลักไปใช้งานได้ ตัวอย่างเช่น ข้อความ เริ่มต้นเราใช้ ASCII เป็นรูปแบบหลักในการแทนข้อมูลปัจจุบันที่กำลังเปลี่ยนมาเป็น UNICODE การนำไปใช้โดยทั่วไก็คือการสร้างเอกสาร โดยเอกสารสามารถอยู่ได้หลายรูปแบบ เช่น เป็นเอกสารที่สร้างโดยเวิร์ดโปรเซจเซอร์ ซึ่งจะมีการกำหนดรูปแบบการพิมพ์ เช่นตัวหนา ตัวเอียง งานประยุกต์ของข้อความที่จัดเก็บแล้วอาจไม่มีต่อจากตรงนี้ คือ เป็นเอกสารพร้อมอ่าน เอกสารต้องนำไปพิมพ์ ในระบบมัลติมีเดียก็มีเทคโนโลยีทางเครื่องพิมพ์หลายชนิดให้เราเลือกพิมพ์ เอกสารอาจจะนำไปทำอย่างอื่นต่อได้ เช่น การนำไปใช้บนเวบทางซอฟแวร์ เช่น HTML หรือ ทางฮาร์ดแวร์ เช่น Web Server เอกสารอาจจะมีขนาดใหญ่ จึงจำเป็นต้องเก็บไว้ใน Storage ขนาดใหญ่ เป็นที่มาของหน่วยความจำสำรองต่างๆ แต่ถ้ายังไม่พอ ก็มีการบีบอัดข้อมูล ถ้าต้องการส่งเอกสารให้ผู้อื่น อินเทอร์เนต ก็เป็นสิ่งจำเป็น ในการส่งข้อมูลทางอินเทอร์เนตมีความปลอดภัยต่ำ จึงต้องมีระบบรักษาความปลอดภัย ทีนี้เราจะมองเห็นได้ชัดขึ้นว่า เหตุใด ระบบมัลติมีเดีย จึงเป็นการนำสหวิทยาการมาใช้ร่วมกันเพื่อทำงานเกี่ยวกับการสื่อสารและการเก็บข้อมูล
สรุปแล้ว องค์ประกอบหลักทางมัลติมีเดียคือ ข้อความ เสียง ภาพนิ่ง และภาพเคลื่อนไหว จากนั้นการประมวลผลใดๆก็เกี่ยวข้องกับมัลติมีเดียทั้งสิ้น และเนื่องจาก รายละเอียดเหล่านี้พบได้ทั่วไปในหนังสือเรียนระดับปริญญาตรี ดังนั้นข้อความที่พบจะอยู่ในรูปแบบต่างๆกัน ถ้าเป็นภาพนิ่งก็เช่น GIFF,TIFF,JPEG,PNG และอื่นๆ แต่ละอันก็มีข้อดีข้อเสียต่างๆกันไป

งานประยุกต์ และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับมัลติมีเดีย

นักวิจัยทางด้านมัลติมีเดียมองว่า องค์ประกอบหลักทุกอย่างมีคุณสมบัติร่วมกันคือเป็น "สัญญาณ" ที่มี "หลายมิติ" และ "หลายช่องทาง"ที่มี "ความละเอียด" แตกต่างกันไปในแกนของ "เวลา" หรือ "พื้นที่" เช่น เสียงโทรศัพท์ มีช่องทางเดียว มีมิติเดียว ขณะที่เครื่องเล่นCD แม้มีมิติเดียว แต่มีสองช่องทางเป็นเสียงเสตอริโอ
ดังนั้น หากมองงานประยุกต์ทางมัลติมีเดีย โดยพื้นฐานจึงเป็นในเชิงของวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ ที่ศึกษาข้อมูลทางสัญญาณคณิตศาสตร์ งานประยุกต์ในระดับนี้ถือเป็นงานในระดับล่างสุด เช่น Coding ,Compression เป็นต้น
หากไม่ใช้โมเดลทางคณิตศาสตร์ งานประยุกต์จะเป็นลักษณะการทำความเข้าใจขัอมูล ซึ่งอาจจะเป็นการรู้จำรูปแบบ(Pattern Recognition) ซึ่งประกอบด้วยเทคนิคต่างๆที่ใช้ในวิชา Artifitial Intelligence เป็นอย่างมาก แต่ในขณะนี้ งานแบบนี้ยังไปได้ไม่ไกลมาก
งานอีกกลุ่มที่สำคัญคือ input/output ที่พัฒนาขึ้นมาเพื่อความสะดวกสบายในการใช้งาน อย่างเช่น mouse ต่างๆ scanner microphone จอภาพต่างๆ
งานต่อไปเป็นเรื่องของระบบสืบค้น และจัดเก็บข้อมูลมัลติมีเดีย ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่า ข้อมูลรูปภาพ เสียง ภาพยนตร์ มีขนาดใหญ่มาก จึงจำเป็นต้องมีตัวเก็บชนิดพิเศษ เช่น Optical Media นอกจากนี้การนำส่งข้อมูลจากเครื่องหนึ่งไปอีกเครื่องหนึ่งโดยไม่เสียอารมณ์ เช่นการดูวีดีโอผ่านระบบเครือข่าย ภาพไม่ควรกระตุก ระบบเครือข่ายจึงควรมีระบบรับรองคุณภาพของบริการ (Qos Quality of Services)
เรื่องอื่นๆก็เช่นที่เกี่ยวข้อง ก็ได้แก่ วิธีการแสดงผล การออกแบบ แลกเปลี่ยนข้อมูล เป็นต้น
จัดทำโฮมเพจโดย : สำนักบริการคอมพิวเตอร์, 18 เมษายน 2544