13. Gracilaria texotii (Suringar) J. Agardh พบที่จังหวัดตรัง
สาหร่ายทุกชนิดดังกล่าวจะมีวุ้นเป็นองค์ประกอบสามารถนำมาสกัดวุ้นได้ จึงเรียกชื่อรวมว่า "สาหร่ายวุ้น" แต่ละ
ชนิดจะมีชื่อเรียกแตกต่างกันไปในแต่ละท้องถิ่น บางชนิดให้วุ้นคุณภาพดี บางชนิดให้วุ้นคุณภาพต่ำ การเพาะเลี้ยง
จึงต้องคำนึงถึงคุณภาพของวุ้นด้วย
ในหลายประเทศจึงได้มีการทำฟาร์มและเลี้ยงสาหร่ายวุ้นขึ้นเพื่อนำมาสกัดวุ้นสำหรับใช้ประโยชน์ในด้านต่าง ๆ และ
ยังเป็นสินค้าออกที่ทำรายได้เข้าประเทศปีละมากมาย ประเทศไทยได้มีการส่งสาหร่ายเป็นสินค้าออกเช่นกัน ส่วนใหญ่
จะเก็บจากธรรมชาติประมาณปีละ 20-200 ตัน น้ำหนักแห้ง ในขณะที่ความต้องการในเชิงพาณิชย์สูงถึง 2,400 ตัน
ดังนั้นสาหร่ายที่เก็บได้จากธรรมชาติจึงไม่เพียงพอกับความต้องการและยังมีปริมาณไม่แน่นอนในแต่ละปี ซึ่งเป็น
ปัญหาต่อการนำมาใช้เป็นวัตถุดิบป้อนโรงงาน จึงสมควรทำการเพาะเลี้ยงสาหร่ายวุ้นขึ้นในประเทศไทย
งานวิจัยเกี่ยวกับการเพาะเลี้ยงสาหร่ายวุ้นของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2528
จนถึงปัจจุบัน ซึ่ง ศาสตราจารย์ กาญจนภาชน์ ลิ่วมโนมนต์ ภาควิชาชีววิทยาประมง คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
กล่าวถึงวิธีการเพาะเลี้ยงสาหร่ายวุ้นสามารถทำได้ 2 วิธีคือ เพาะจากสปอร์และเลี้ยงจากท่อนพันธุ์
การเพาะจากสปอร์ โดยการนำสาหร่ายวุ้นที่มีกระเปาะสปอร์ที่เจริญเต็มที่มาทำความสะอาดเกลี่ยผึ่งลมให้หมาด
ประมาณ 20-30 นาที แล้วจึงนำลงใส่ในถังซึ่งมีเส้นเชือกหรือผืนอวนเก่า ๆ แช่อยู่ในน้ำทะเลความเค็ม 20-25 ส่วนในพัน
โดยให้น้ำท่วมสาหร่ายทิ้งไว้ประมาณ 1 สัปดาห์ โดยไม่ต้องให้อากาศ สาหร่ายจะปล่อยสปอร์ไปเกาะบนเส้นเชือกหรือ
ผืนอวนที่แช่ไว้ นำสาหร่ายออกและให้อากาศเพื่อให้สปอร์แบ่งตัวและงอกเป็นต้นอ่อน เปลี่ยนน้ำทุกสัปดาห์หรือปล่อยน้ำ
ให้ไหลผ่านเบา ๆ เมื่อสปอร์งอกเป็นต้อนอ่อนแล้วนำเส้นเชือกหรือผืนอวนที่มีสาหร่ายงอกเป็นต้นเล็ก ๆ ไปขึงเลี้ยงใน
แหล่งน้ำที่มีสภาพเหมาะแก่การเลี้ยงต่อไป
การเลี้ยงจากท่อนพันธุ์ นำสาหร่ายที่เก็บจากแหล่งน้ำธรรมชาติมาแบ่งเป็นพุ่มเล็ก ๆ ให้มีน้ำหนัก 1-3 กรัมต่อพุ่ม
การเลี้ยงจากท่อนพันธุ์ทำได้ 2 แบบคือ
1. แบบสอดเส้นเชือก โดยใช้เชือกไนล่อนยาวเส้นละ 10 เมตร คลายเกลียวเชือกเพื่อสอดสาหร่ายเข้าเป็นระยะ ๆ
ห่างกันประมาณ 10-15 เซนติเมตร นำเส้นเชือกไปขึงเลี้ยงในแหล่งน้ำธรรมชาติในบ่อเลี้ยงกุ้ง หรือทางน้ำทิ้งจากเลี้ยงกุ้ง
โดยให้เส้นเชือกขนานกับผิวน้ำและจมใต้ผิวน้ำประมาณ 1 คืบ
2. แบบหว่าน นำท่อนพันธุ์สาหร่ายหว่านเลี้ยงในบ่อดินหรือทางน้ำทิ้งจากบ่อเลี้ยงกุ้ง การเลี้ยงแบบนี้ต้องเลือก
สถานที่ให้เหมาะสม พื้นบ่อควรเป็นบ่อดินปนทรายและแน่น เพื่อมิให้แสงส่องถึงพื้น หว่านสาหร่ายให้กระจายกระจาย
ทั่วปอเมื่อสาหร่ายงอกงามดี ทยอยเก็บเป็นระยะ ๆ จะเก็บได้ตลอดไป โดยควบคุมความเค็มของน้ำให้อยู่ระหว่าง
20-30 ส่วนในพัน
จากการศึกษาทางชีววิทยาและการทดลองเลี้ยงสาหร่ายวุ้นชนิดต่าง ๆ ทั้งในห้องปฏิบัติการและในแหล่งน้ำ พบว่า
Gracilaria tenuistipitata เป็นชนิดที่เจริญเติบโตดีมีความทนทานต่อการเปลี่ยนแปลงความเค็ม และให้วุ้นคุณภาพ
ดีเป็นที่ต้องการของตลาด จึงเหมาะที่จะทำการเพาะเลี้ยงมากที่สุด
จัดทำโฮมเพจโดย : สำนักบริการคอมพิวเตอร์, 4 มีนาคม 2547