ตามมาดู

รศ.ยืน ภู่วรวรรณ

ปูเล่เป็นพืชที่เมื่อฟังชื่อจะรู้สึกแปลกหลายคนสงสัยว่าปูเล่ แปลว่าอะไร จากการค้นหาจากที่ต่าง ๆ ไม่พบว่าปูเล่แปลว่าอะไร จากประวัติความเป็นมาบางคนเรียกปูเล่ว่า คะน้าสามร้อยปี แต่จากข้อมูลของกรมส่งเสริมการเกษตรพบว่า ปูเล่เป็นพืชที่เก่าแก่มีมานานแล้ว โดยพบทางภาคใต้ของประเทศไทย ตั้งแต่ครั้งสมัยต้นรัตนโกสินทร์ จึงคาดว่ามีผู้นำปูเล่มาจากประเทศจีน ในช่วงการอพยพย้ายถิ่นฐาน ชาวจีนนำปูเล่ปลูกในกระถางไว้บนเรือ และเก็บบริโภคระหว่างเดินทางด้วยระยะเวลานาน ปูเล่ที่ปลูกมีหลายสายพันธุ์ บางพันธุ์มีลักษณะคล้ายกะหล่ำ บางชนิดมีสีม่วงปนเขียว บางชนิดคล้ายคะน้า แต่ใบใหญ่กว่ามาก

ลักษณะเด่นของปูเล่

ปูเล่เป็นพืชที่มีลักษณะเด่นที่น่าจะได้รับการส่งเสริมให้ทุกบ้าน ได้ปลูกไว้โดยปูเล่จะเจริญเติบโตได้ดีในกระถาง ดังนั้นในครัวเรือนที่มีบ้านและมีพื้นที่จำกัดก็สามารถปลูกปูเล่ได้ โดยปลูกไว้ที่ระเบียง ปลูกในสนามบ้าน ลักษณะเด่นที่สำคัญของปูเล่ประกอบด้วย

โครงสร้างต้นสวยเป็นไม้ประดับ

ต้นปูเล่เมื่อปลูกในกระถางเป็นไม้ประดับได้ดี ปูเล่ไม่มีดอก เจริญเติบโตเร็ว โครงสร้างของต้นจึงสวยงาม หากปลูกให้ห่อเหมือนกะหล่ำปลี จะมีลักษณะคล้ายดอกไม้ดอกใหญ่ดอกหนึ่ง

รับประทานได้ รสชาติดี

ใบของปูเล่เป็นผักนำมารับประทานได้รสชาติไม่มีกลิ่น ลักษณะมีเส้นใยน้อยกว่าคะน้า จึงสามารถนำมารับประทานได้แม้เป็นใบแก่ จึงสามารถเก็บรับประทานจากใบล่างเรียงขึ้นไป การได้ประโยชน์จากการเป็นอาหารที่เสริมครอบครัวไ้ดดีในยุคไอเอ็มเอฟ ถ้าแต่ละบ้านปลูกไว้สัก 5-6 กระถาง จะเก็บรับประทานได้ตลอดปี ช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย และสร้างความเพลิดเพลิน เมื่อดูการเจริญเติบโตที่เติบโตเร็วทุกวัน

ปลูกง่ายอายุยาว

เมื่อได้ลองปลูกปูเล่ดูจะพบว่า ปูเล่เป็นพืชที่ปลูกง่ายมาก และมีอายุยืนยาว ปลูกใส่กระถางและเก็บใบกินเป็นอาหาร ต้นจะสูงขึ้นเรื่อย ๆ แต่ถ้ามีไส้ค้ำยัน หรือผูกมัดไว้ต้นจะสูงขึ้นเรื่อย ๆ อายุยาวนาน เคยทดลองปลูกโดยมีอายุได้ถึง 3 ปี แต่ก้านลำต้นจะยาวมากและดูไม่สวย

ปราศจากแมลงรบกวน

หากปลูกผักอย่างอื่น เช่น กวางตุ้ง คะน้า พืชเหล่านี้จะมีแมลงและหนอนรบกวน แต่ปูเล่เป็นพืชมหัศจรรย์ที่แมลงไม่ค่อยรบกวน ในบางครั้งอาจพบมีตัวหนอนมากัดกินใบบ้าง แต่จะมองเห็นชัดสามารถจับออกได้ การปลูกปูเล่ในบ้านจึงมั่นใจว่าได้ผักปราศจากสารพิษ มีความปลอดภัยกับทุกคนในครอบครัว

ขยายพันธุ์ได้ง่าย

สืบเนื่องจากเป็นพืชที่ไม่มีดอก มีเมล็ด แต่เมื่อปลูกมีอายุเกินกว่าหนึ่งปี ที่ลำต้นจะมีการแตกกิ่งแขนงเล็ก ๆ การขยายพันธุ์จึงใช้กิ่งแขนงเล็ก ๆ นี้เพาะชำได้ง่าย

ปลูกได้ทุกภาคของประเทศ

ปูเล่เป็นพืชที่มีความทนทาน ตลอดหน้าฝน หน้าหนาว หรือฤดูร้อน ปูเล่ขึ้นได้ดีขึ้นได้กับทุกท้องที่ตั้งแต่เหนือจรดใต้


สร้างความประทับใจให้ผูกปลูก

จากจุดเด่นของปูเล่ ที่สะดุดตาของผู้พบเห็นหากปลูกไว้ที่บ้าน และดูแลรักษาให้ดี จะเป็นเพื่อนที่ดีกับผู้ปลูกสร้างความเพลิดเพลินเป็นงานอดิเรกอย่างมีคุณค่า

การปลูกปูเล่

การปลูกปูเล่ทำได้ง่าย โดยปลูกในกระถางจะเหมาะกว่า เพราะจัดเตรียมได้ง่าย ใช้ดินที่มีปุ๋ยคอก หรือปุ๋ยหมักผสมกับดินร่วนที่ระบายน้ำได้ดี ใส่กระถางขนาด 10-14 นิ้ว โดยให้ต้นปูเล่อยู่กลางกระถาง โดยต้นปูเล่ที่ปลูกลงกระถางควรเป็นต้นขนาดเล็กที่ขยายพันธุ์มา มีความสูงประมาณ 5-10 เซนติเมตร การรดน้ำจะรดน้ำวันละครั้ง โดยไม่ให้น้ำขังและให้น้ำระบายได้ดี สามารถเสริมปุ๋ยได้บ้างนาน ๆ ครั้ง โดยใช้ปุ๋ยสูตรเสมอ 14-14-14

การขยายพันธุ์

ปูเล่ขยายพันธุ์ได้ง่าย เมื่อต้นที่มีลำต้นยาวพอควร ก็จะเริ่มมีการแตกแขนงเล็ก ๆ รอให้แขนงมีความยาวพอควร โดยมีใบติดอยู่ในกิ่งแขนงประมาณ 4-5 ใบ ให้ใช้มีดคมตัดกิ่งแขนงชิดลำต้น นำมาเพาะชำ โดยใช้ถุงดำสำหรับเพาะชำต้นไม้ขนาดเล็ก ใส่ดินเต็มถุง นำกิ่งแขนงมาปักชำและรดน้ำพอชื้น วางไว้อยู่ในที่ร่มใต้ต้นไม้ มีแสงแดดรำไรประมาณสามสัปดาห์ จะเริ่มมีรากและมีใบใหม่รอให้แตกใบใหม่และมั่นใจว่าเจริญเติบโตต่อได้แล้ว จึงนำไปปลูกในกระถางต่อไป

การดูแลรักษา

เมื่อปลูกปูเล่ใส่กระถาง ควรนำกระถางให้ได้รับแสงแดดบ้าง อาจได้รับแสงแดดเพียงครึ่งวันก็พอ จึงวางที่ระเบียงบ้าน หรือด้านใดด้านหนึ่งของบ้านได้รดน้ำวันละครั้ง จะเป็นช่วงเช้าหรือเย็นก็ได้ หากต้องการเก็บรับประทาน ให้เก็บจากใบล่างขึ้นไปได้ ไม่ควรเก็บใบออกมากเกินไป เพราะจะทำให้การเจริญเติบโตชะงักและขนาดขอบใบจะเล็กลง หากท่านมีเวลาเพียงวันละ 2-3 นาทีในการรดน้ำ และตรวจดูสภาพความชื้น ดูหนอนที่อาจมารบกวนบ้างก็พอแล้ว


จัดทำโฮมเพจโดย : สำนักบริการคอมพิวเตอร์, 28 พฤษภาคม 2544