เมื่อเราเอ๋ยถึงคำว่า "กั้ง" ในภาษาไทยที่หมายถึงสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังนั้น เราจะนึกถึงชื่อของกั้งตั๊กแตนและกั้งกระดาน สัตว์ทั้งสองกลุ่มนี้จัดเป็นสัตว์ขาข้อ (arthropod) พวกครัสเตเชียน (Subphylum Crustacea) ใน Class Malacostraca โดยที่กั้งตั๊กแตน (mantis shrimp) จัดอยู่ใน Order Stomatopoda ส่วนกั้งกระดาน (slipper lobster หรือ flathead lobster) จัดอยู่ใน Order Decapoda ในที่นี้จะกล่าวถึงเฉพาะกั้งตั๊กแตนซึ่งแตกต่างจากสัตว์พวกกุ้ง ปู (decapod) คือ มีรยางค์อก 5 คู่แรก เป็นรยางค์ที่มีชื่อเรียกว่า maxilliped เป็นรยางค์ของส่วนปาก ใช้ช่วยในการกินอาหาร โดยเฉพาะ maxilliped คู่ที่2 ที่พัฒนาดีและมีขนาดใหญ่กว่าคู่อื่น เรียกเฉพาะว่า raptorial claw หรือก้ามฉก ใช้ในการดักจับเหยื่อซึ่งได้แก่ ปลา กุ้ง ปู หอย และสัตว์ขนาดเล็กในทะเล   รยางค์คู่นี้มีลักษณะคล้ายกับรยางค์ที่ใช้ในการล่าเหยื่อของตั๊กแตนจึงเป็นที่มาของชื่อ กั้งตั๊กแตน   กั้งตั๊กแตนพบอาศัยเฉพาะในทะเลและบริเวณน้ำกร่อย โดยเฉพาะในบริเวณเขตร้อน โดยมักอาศัยในรูที่มันขุดหรืออาศัยตามซอกหินหรือปะการัง พบตั้งแต่เขตน้ำขึ้นน้ำลงไปจนถึงระดับความลึก 1,500 เมตร ทั่วไปพบประมาณ 450 ชนิด ในประเทศไทยมีรายงานพบแล้วอย่างน้อย 61 ชนิด กั้งตั๊กแตนถูกมนุษย์นำไปใช้ประโยชน์หลายทาง หลายชนิดถูกนำมาเป็นอาหาร ซึ่งชนิดที่นิยมนำมาเป็นอาหารของคนไทย นั้นได้แก่ กั้งตั๊กแตนในสกุล Harpiosquilla ซึ่งเป็นกั้งตั๊กแตนสกุลที่มีขนาดใหญ่ ความยาวเฉลี่ยประมาณ 16 - 29 เซนติเมตร ได้แก่ชนิด H.rahidea และ H. harpax มีราคาค่อนข้างแพง และมักนำมาใช้ประกอบอาหารในภัตตาคาร เช่น กั้งผัดพริกไทยดำ และชนิด Miyakea nepa เนื่องจากเป็นกั้งตั๊กแตนที่พบได้ทั้งในอ่าวไทยและทะเลอันดามัน และถูกจับได้จากการประมงอวนลากในปริมาณมาก มีความยาวเฉลี่ยประมาณ 10 - 17 เซนติเมตร มักนำมาดองน้ำปลาหรือแช่เกลือซึ่งมักจะมีกั้งตั๊กแตนขนาดเล็กชนิดอื่นปะปนมาด้วย โดยในอดีตคยไทยเชื้อสายจีน ใข้กั้งดองนี้รับประทานกับข้าวต้ม แต่ในปัจจุบันพบว่านำมายำหรือใส่ในส้มตำ นอกจากนี้กั้งตั๊กแตนที่มีสีสันสวยงามซึ่งมักเป็นชนิดที่พบอาศัยในบริเวณแนวปะการัง ถูกนำมาเลี้ยงในตู้ปลาทะเลสวยงาม ได้แก่ ชนิด Odontodactylus scyllarus และกั้งตั๊กแตนยังถูกนำไปศึกษาทางด้านวิทยาศาสตร์ ในเรื่องเกี่ยวกับความสามารถในการมองเห็นของมันซึ่งพัฒนาดีและซับซ้อนมากกว่าสัตว์ประเถทอื่นๆ แม้แต่มนุษย์       

     

จัดทำโฮมเพจโดย : สำนักบริการคอมพิวเตอร์, 31 มกราคม 2550