สนประดิพัทธ์

ส่วนปลูกป่าภาคเอกชน
สำนักส่งเสริมการปลูกป่า
กรมป่าไม้

ลักษณะทั่วไป
สนประดิพัทธ์ มีถิ่นกำเนิดอยู่ที่เกาะชวาประเทศอินโดนีเซีย เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางมีความสูงประมาณ 10-20 เมตร ไม่ผลัดใบ ลำต้นเปลาตรง เรือนยอดรูปกรวยแหลม กิ่งขนาดเล้กทำมุมแหลมกับลำต้น และแตกกิ่งเป็นระเบียบ กิ่งย่อยสีเขียวเรียงกันเล็กมากคล้ายรูปเข็มหรือเส้นลวดต่อกันเป็นปล้อง ๆ แต่ละกิ่งยาว 10-20 เซนติเมตร เปลือกของลำต้นสีน้ำตาลปนเทา แตกเป็นร่องตื้น ๆ ลอกเป็นแผ่นเล็ก ๆ ห้อยตามลำต้น ชอบขึ้นในดินทรายใกล้ทะเลจนถึงภูเขาสูงถึง 3,100 เมตรจากระดับน้ำทะเล สามารถเจริญเติบโตได้ในดินทรายจนถึงดินเหนียวซึ่งมีความเป็นกรด เป็นด่าง pH 2-8

การเตรียมกล้าไม้

กล้าไม้สนประดิพัทธ์ที่จะใช้ในการปลูก ที่นิยมกันในปัจจุบันจะได้จาก
- หน่อจากราก
- ตอนจากกิ่งที่เกิดจากราก ต้น ยอดของต้น และปลายกิ่ง
- การชำกิ่ง
กล้าไม้ที่ได้จากทั้ง 3 ส่วนข้างต้น จำเป็นต้องอาศัยผู้มีความรู้ และประสบการณ์พอสมควร จึงจะสามารถดำเนินการได้

การเตรียมพื้นที่ปลูก

ขึ้นอยู่กับพื้นที่แต่ละแห่ง ซึ่งโดยทั่วไปจะทำการไถพรวน และหากเป็นพื้นที่ที่น้ำท่วม จะต้องทำการยกร่องให้สูงขึ้น ขุดหลุมปลูกขนาด 25x25x25 เซนติเมตร รองก้นหลุมด้วยปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก หรือปุ๋ยสูตร 15-15-15 และมีระยะปลูก 2x2 เมตรขึ้นไป

การปลูก

ปกตินิยมปลูกจากกล้าที่ได้จากกิ่งชำหรือกิ่งตอน ก่อนปลูกจะต้องฉีกถุงพลาสติกออก วางกล้าตรงกลางหลุมให้คอรากอยู่ระดับเดียวกับผิวดิน กลบดินและกดรอบ ๆ ให้แน่น และควรจะปลูกในต้นฤดูฝน
ระยะปลูกสนประดิพัทธ์มีความสำคัญมาก เพราะจะมีผลโดยตรงกับการลงทุนปลูกสร้างสวนป่าไม้สนประดิพัทธ์ เนื่องจากเป็นการลงทุนระยะยาว 5-7 ปี จึงตัดไม้ขายได้ ในช่วงปีแรก ๆ จำเป็นจะต้องหาผลประโยชน์จากสวนสนประดิพัทธ์ให้ได้มากที่สุด เช่น การตอนกิ่งจากต้นที่ปลูกแล้ว 1 ปีขึ้นไป เพื่อจำหน่ายหรือเก็บไว้ปลูกในปีต่อ ๆ ไป หรือการปลูกพืชล้มลุกควบคู่ไประหว่างแถว หรือการเลี้ยงปลาในกรณีที่ขุดร่องน้ำ ดังนั้นระยะปลูกไม้สนประดิพัทธ์จึงมีความสำคัญต่อการลงทุนปลูกไม้ชนิดนี้เป็นอย่างมาก การปลูกระยะ 2x2 เมตร สามารถเก็บผลประโยชน์ได้มากเมื่อตัดขาย เพราะการปลูกระยะนี้จะให้ผลผลิตถึง 400 ต้นต่อไร่ อีกทั้งสามารถทำกิ่งตอนขายได้ในปริมาณมากด้วย และจะเจริญเติบโตทางด้านความสูงเร็วขึ้นในช่วงระยะ 3 ปีแรก ก็จะตัดไม้ออกขาย ใช้ทำฟืนและไม้ค้ำยันขนาดเล็กได้ โดยตัดออกต้นเว้นต้น ซึ่งจะได้ไม้สูงประมาณ 6-10 เมตร การปลูกระยะ 2x3 เมตร เหมาะสมกับการเจริญเติบโตของไม้สนมากตามที่ได้สำรวจมา และมีวิธีการปฏิบัติสำหรับการปลูกแบบยกร่อง 1 ไร่ จะปลูกได้ถึง 320 ต้น โดยระยะปลูก 2x2 เมตรภายในร่อง และห่างกัน 3 เมตรระหว่างร่อง สำหรับพื้นที่ที่ไม่ยกร่องจะปลูกแบบ 2x3 เมตร ได้ไร่ละ 266 ต้น ถ้าปลูกระยะ 2x4 เมตร ระยะนี้เมื่อคิดผลกำไรจากการขายไม้ออกแล้ว จะได้น้อยกว่า เพราะปริมาณไม้จะได้เพียง 200 ต้นต่อไร่ อย่างไรก็ตามช่วงระยะ 2x4 เมตร สามารถปลูกพืชควบได้ดีกว่า และการปลูกระยะ 2x4 นี้ ไม้สนจะแตกกิ่งก้านต่อต้นมากกว่า ซึ่งจะเป็นผลดีในการตอนกิ่งขายด้วย

การบำรุงรักษา

เนื่องจากไม้สนประดิพัทธ์เป็นไม้โตเร็ว เนื้อไม้แข็งและให้ผลตอบแทนได้เร็ว จำเป็นที่ผู้ทำการปลูกต้องให้ความสนใจในเรื่องการบำรุงดูแลรักษาไม้ที่ปลูก เพื่อที่จะได้ประโยชน์สูงสุด ยังมีผู้เข้าใจคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับการปลูกสนประดิพัทธ์ว่า เมื่อปลูกเป็นระยะเวลานาน จะทำให้ดินเสื่อมคุณภาพในภายหลัง ตามความจริงแล้วที่รากของไม้สนนี้จะมีปมคล้ายกับพืชตระกูลถั่ว และยังเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ให้กับดินเช่นเดียวกับพืชตระกูลถั่ว ปัญหาที่ต้องดูแลที่สำคัญในระยะแรกคือ

1. กำจัดวัชพืช ต้องดูแลอย่าให้วัชพืชคลุมยอดหรือพันกล้า ซึ่งจะทำให้การเจริญเติบโตของกล้าไม้ที่ปลูกต่ำกว่าปกติ ให้มีการตายวัชพืชรอบ ๆ โคนต้นระยะ 50 เซนติเมตร ปีละ 2-3 ครั้ง และใช้วัชพืชที่ตายคลุมโคนต้น เว้นที่ว่างรอบโคนต้น 10 เซนติเมตร
2. ไฟ เป็นปัญหาควบคู่กับวัชพืช เพราะวัชพืช เช่น หญ้าคา จะเป็นเชื้อเพลิงได้อย่างดี แนวกันไฟ มีความจำเป็นมากหากปลูกในพื้นที่ที่ไม่มีการยกร่อง
3. การใส่ปุ๋ย เนื่องจากปุ๋ยเป็นวัตถุหรือสารที่ใส่ลงดิน มีวัตถุประสงค์ที่จะให้ธาตุอาหารเพิ่มเติมแก่พืช เพื่อให้พืชได้มีธาตุอาหารเพียงพอแก่ความต้องการที่จะให้ผลผลิตสูงที่สุด แต่ไม้สนประดิพัทธ์เป็นไม้โตเร็วชนิดหนึ่งที่สามารถเจริญงอกงามได้ดีในดินทราย ทนต่อสภาพอากาศแห้งแล้งได้ดีกว่าสนทะเล การปลูกสร้างสวนป่าสนประดิพัทธ์บนมูลดินเหมืองแร่ ควรมีการใช้ปุ๋ยสูตร 15-15-15 ประมาณ 0.5 กิโลกรัม/ต้น/3 ปี
4. การลิดกิ่ง แต่งกิ่ง และการตัดสางขยายระยะ ควรทำการลิดกิ่งเมื่ออายุ 2-3 ปี และควรมีการตัดสางขยายระยะ เมื่อมีเรือนยอดชิดกันเมื่ออายุ 4-5 ปีขึ้นไป
แม้ว่าการปลูกสนประดิพัทธ์ที่กำลังแพร่หลายกันอยู่ในปัจจุบันจะยังไม่มีโรค และแมลงรบกวนมากก็ตาม แต่บางท้องที่ก็มีรายงานมาบ้างแล้วถึงศัตรูของไม้สนประดิพัทธ์ ได้แก่ ปลวกกัดกินรากอ่อนและจิ้งหรีดกัดกินลำต้น สำหรับจิ้งหรดป้องกันโดยการใช้ยาฆ่าแมลงฉีดป้องกันได้ ส่วนปลวกนั้นถ้าปรากฎว่า มีระบาดมาก ก็ใช้กล้าสนที่มีดินหุ้มรากในถุงพลาสติก (สนชำ) แช่ในน้ำยาปราบศัตรูพืชพวกเดรนดริน ละลายเจือจางนานประมาณ 12 ชั่วโมง แล้วเอาขึ้นปล่อยทิ้งไว้ประมาณ 6-12 ชั่วโมง จึงนำไปปลูก หรือใช้เกลือป่นผสมปูนขาวโรยบริเวณหลุม ก็จะป้องกันปลวกได้เช่นกัน
อย่างไรก็ตามการป้องกันการระบาดของโรคและแมลงโดยธรรมชาติอีกวิธีหนึ่งก็คือ การปลูกพืชหรือต้นไม้ป่าชนิดอื่นปะปนเข้าไปด้วย

ประโยชน์

ประโยชน์ของเนื้อไม้ สนประดิพัทธ์จะมีเนื้อไม้สีขาวแกมเหลือง มีเสี้ยนตรงขนานกับแกน มีความแข็งแรงพอสมควร แต่เลื่อยไสกบตบแต่งง่าย มีความทนทานตามธรรมชาติ 3-6 ปี สามารถอาบน้ำยาเข้าไปในเนื้อไม้ได้ง่าย ทำให้เพิ่มความทนทานขึ้นได้อีก การนำมาใช้ประโยชน์ใช้ได้หลายอย่าง เช่น เสาโป๊ะ เสากระโดงเรือ ไม้ค้ำยันในการก่อสร้าง ทำฟืนและถ่าน ซึ่งจะให้ความร้อนสูงพอ ๆ กับไม้โกงกาง และไม่แตกประทุเช่นเดียวกัน ถ้าเป็นไม้ขนาดใหญ่ทำเป็นไม้กระดานและไม้ฝาได้ นอกจากนี้ยังเลื่อยแปรรูปเป็นไม้แปรรูปขนาดเล็ก ทำเฟอร์นิเจอร์ ปาร์เก้ นอกจากการใช้ประโยชน์ในเรื่องเนื้อไม้แล้ว ประโยชน์ด้านอื่น ๆ โดยเฉพาะเป็นไม้ฟืน นอกจากนี้ยังนิยมปลูกเป็นไม้ประดับทั่วไป ปลูกเป็นแนวกันลมหรือปลูกเป็นแถวเป็นแนวตามถนน บางทีอาจจะตัดแต่งให้เป็นรูปต่าง ๆ เพื่อให้เข้ากับสถานที่นั้น ๆ


จัดทำโฮมเพจโดย : สำนักบริการคอมพิวเตอร์, 26 กรกฎาคม 2544