นักวิจัย มก. พบแมลงชีปะขาวสกุลใหม่ของโลก ลักษณะเด่นกว่าสกุลอื่น เป็นตัวบ่งชี้คุณภาพน้ำ

          นักวิจัยมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ค้นพบแมลงชีปะขาว ในสกุล Sangpradubina โดยความร่วมมือกับ Dr. Michel Sartori พิพิธภัณฑ์สัตววิทยา (Museum of Zoology) เมืองโลซาน สมาพันธรัฐ สวิส จากการสำรวจ ความหลากหลายของสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง  หน้าดินในลำธารต้นน้ำภาคตะวันออกและภาคตะวันตกของประเทศไทย โดยได้รับทุนสนับสนุนการวิจัยสำหรับบัณฑิต พสวท. แรกบรรจุ จาก สสวท.

          รศ.ดร.บุญเสฐียร  บุญสูง อาจารย์ภาควิชาสัตววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ผู้ค้นพบแมลงชีปะขาว กล่าวว่า แมลงชีปะขาวในสกุล Sangpradubina ที่พบใหม่จัดอยู่ในวงศ์ Leptophlebiidae วงศ์ย่อย Atalophlebiinae มีลักษณะที่น่าอัศจรรย์ คือ ตัวเต็มวัยมีลักษณะคล้ายกับสกุล Choroterpes แต่ตัวอ่อนมีลักษณะคล้ายกับสกุล Thraulus คือทั้งตัวอ่อน ตัวเต็มวัย และไข่ ซึ่งมีลักษณะเด่นที่แตกต่างจากแมลงชีปะขาวสกุลอื่น ๆ ที่อยู่ในวงศ์เดียวกันอย่างชัดเจน คือ ลักษณะของเหงือก โครงสร้างปาก โครงสร้างเปลือกไข่ เป็นต้น แหล่งที่พบและเก็บตัวอย่างแมลงชีปะขาวสกุลใหม่นี้อยู่ในลำธารต้นน้ำ 2 บริเวณ คือ แก่งส้มแมว อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี และคลองชบา อำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี อาศัยอยู่บนก้อนหินขนาดกลาง บริเวณแอ่ง น้ำไหลเอื่อย

          ตัวอ่อนแมลงชีปะขาว พบในลำธารจะมากจะน้อยขึ้นอยู่กับสภาพของลำธารหรือแม่น้ำนั้น ตัวอ่อนแมลงชีปะขาว (อันดับ Ephemeroptera) เป็นสัตว์หน้าดินกลุ่มหนึ่งที่นิยมใช้เป็นตัวบ่งชี้ (bioindicator) คุณภาพแหล่ง น้ำทางชีวภาพ เป็นกลุ่มที่มีความหลากหลาย และพบชุกชุมในแหล่งน้ำโดยทั่วไป  ตัวอ่อนแมลงชีปะขาวมีแนวโน้มอาศัยชุกชุมในแหล่งน้ำที่ไม่มีหรือมีการปนเปื้อนของมลพิษน้อย จัดเป็นกลุ่มที่มีความอ่อนไหวต่อมลภาวะ โดยเฉพาะการปนเปื้อนของสารอินทรีย์ จึงนิยมใช้ในการประเมินคุณภาพน้ำทางชีวภาพ

          ตัวอ่อนแมลงชีปะขาว เป็นแมลงจัดเป็นกลุ่มที่มีความอ่อนไหวต่อมลภาวะ จึงพบชุกชุมในแหล่งน้ำที่มีคุณภาพน้ำดี ปัจจุบันลําธารต้นน้ำของไทยมีแนวโน้มเสื่อมโทรมลง พบว่ามีการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมใกล้ลําธาร เช่น การถางป่า การเปลี่ยนแปลงช่องทางการไหลของน้ำ การพังทลายของดิน การใช้สารเคมีทางการเกษตร เป็นต้น  ส่งผลให้คุณภาพน้ำ และความหลากหลายทางชีวภาพในลําธารลดลง การค้นพบแมลงชีปะขาวสกุลใหม่และชนิดใหม่ของโลกในประเทศไทย แสดงให้เห็นถึงความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศไทย ซึ่งควรค่าแก่การอนุรักษ์ไว้เพื่อลูกหลานสืบไป

          การค้นพบแมลงชีปะขาวสกุลใหม่ของโลก ชนิด Sangpradubina thailandica  นี้ได้ตั้งชื่อเพื่อเป็นเกียรติให้กับ รศ.ดร. นฤมล  แสงประดับ (ภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น) อาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ระดับปริญญาโทและเอกของผู้วิจัย การค้นพบแมลงชีปะขาวสกุลใหม่ของโลกครั้งนี้ได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสาร Zootaxa เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2559 นอกจากนี้ ในรอบปี พ.ศ. 2558 ที่ผ่านมา นักวิจัยยังค้นพบแมลงชีปะขาวชนิดใหม่ของโลกอีก 2 ชนิด ได้แก่ Compsoneuriella braaschiBoonsoong & Sartori, 2015 และ Gilliesia ratchaburiensis Boonsoong & Sartori, 2015 อีกด้วย

ข้อมูลเบื้องต้นแมลงชีปะขาว

          แมลงชีปะขาว (mayflies) หรือบางคนเรียกว่า “ชีปะขาว” จัดเป็นแมลงน้ำในอันดับอีฟีเมอรอปเทอรา (Ephemeroptera) ชื่ออันดับมาจากภาษากรีก คือ คำว่า “Ephemera” แปลว่า มีชีวิตสั้น ส่วนคำว่า “Ptera” แปลว่า ปีก รวมแล้วหมายถึง ระยะตัวเต็มวัยหรือช่วงที่มีปีกมีอายุสั้น นักวิทยาศาสตร์พบหลักฐานฟอสซิลของแมลงชีปะขาวประมาณ 280-350 ล้านปีมาแล้ว อยู่ในระหว่างช่วงยุคเพอร์เมียนกับยุคคาร์บอนิเฟอรัส (McCafferty, 1981) แมลงชีปะขาวจัดอยู่ในกลุ่มที่ใกล้เคียงกับแมลงปอ (อันดับ Odonata) และจัดเป็นกลุ่มแมลงที่มีวิวัฒนาการต่ำที่สุดใน  กลุ่มแมลงที่มีปีกในปัจจุบัน เนื่องจากเมื่อตัวเต็มวัยอยู่ในท่าพัก ปีกตั้งฉากกับลำตัว และไม่สามารถหลุบปีกไปคลุมแผ่นหลังได้ นอกจากนี้ยังมีเส้นปีกเป็นจำนวนมากอีกด้วย

            แมลงชีปะขาวเป็นกลุ่มแมลงน้ำที่พบอาศัยอยู่ทั้งแหล่งน้ำนิ่ง และแหล่งน้ำไหล ชีวิตส่วนมากเป็นตัวอ่อนอาศัยอยู่ในน้ำ อายุประมาณ 3-4 สัปดาห์ จนถึง 2 ปี (Brittain and Sartori, 2009) ตัวอ่อนมีการเปลี่ยนแปลงรูปร่างแบบไม่สมบูรณ์ (incomplete metamorphosis) ลักษณะเฉพาะของแมลงชีปะขาว คือ ระยะที่มีปีกมี 2 ระยะ คือ ตัวรองตัวเต็มวัย (subimago หรือ dun) ระยะนี้ส่วนใหญ่ปีกมีสีขุ่น ปกคลุมด้วยขนขนาดเล็ก (microtrichia) จำนวนมากสามารถกันน้ำได้ อวัยวะเพศยังเจริญไม่เต็มที่ จากนั้นตัวรองตัวเต็มวัยจะลอกคราบอีกครั้งกลายเป็นตัวเต็มวัย (imago) ส่วนใหญ่มีปีกใสเป็นเงา อวัยวะเพศเจริญเต็มที่พร้อมที่จะผสมพันธุ์ และวางไข่ ตัวเต็มวัยของแมลงชีปะขาวไม่กินอาหารเนื่องจากโครงสร้างของส่วนปากลดรูปไป ทำให้ตัวเต็มวัยแมลงชีปะขาวมีอายุสั้น อายุประมาณ 1-2 ชั่วโมงจนถึง 14 วัน (Brittain, 1982) ตัวเต็มวัยแมลงชีปะขาวทำหน้าที่ผสมพันธุ์ และวางไข่เท่านั้น จากนั้นจะตายไปในช่วงผสมพันธุ์ ตัวผู้มักจะมาเกาะกลุ่มกันบนผิวน้ำ ส่วนตัวเมียจะบินเข้าไปในกลุ่มของตัวผู้ และเกิดการผสมพันธุ์อย่างชุลมุน

ที่มา : ประชาสัมพันธ์ มก., 10 ตุลาคม 2559

แท็ก :

  |  วันที่บันทึก 13/10/2016  เวลา 21:13

หน่วยงานที่รับผิดชอบ :  ผู้ดูแลระบบ