การอนุรักษ์พันธุ์พืชผักและการจำแนกลักษณะทางพันธุกรรมด้วยวิธี RAPD

พรพันธ์ ภู่พร้อมพันธุ์ 1 ภาณี เตมีศักดิ์ 1 คาซูโยชิ โฮซากา 2
และ สุวพงษ์ สวัสดิ์พาณิชย์ 1


ภาพแสดงแถบของดีเอ็นเอ (RAPDs) ของถั่วฝักยาว 16 สายพันธุ์ โดยใช้ไพรเมอร์ OPE-06 (AAGACCCCTC) และ OPE-07 (AGATGCAGCC) ตามลำดับ ช่องทางด้านซ้ายสุดคือ marker (Hind III digested lambda DNA) ตำแหน่งที่ลูกศรชี้เป็นตำแหน่งที่นำมาใช้พิจารณาความแตกต่างของแต่ละสายพันธุ์

ความหลากหลายทางพันธุกรรมของพืชนับวันจะลดน้อยลงไป สาเหตุจากการรู้เท่าไม่ถึงการณ์ หรือกระทำลงไปโดย เจตนาของมนุษยชาติ การดำรงไว้และอนุรักษ์พันธุ์พืชเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อประโยชน์ต่ออนุชนรุ่นหลัง พืชผักต่าง ๆ โดยเฉพาะชนิดที่เจริญ เติบโตในเขตร้อนชื้น ซึ่งมีความหลากหลายและความแปรปรวนทางพันธุกรรมอยู่มาก ก็กำลังจะสูญเสียความหลากหลายลงไปเช่น เดียวกัน จึงได้ทำการวิจัยเพื่อการอนุรักษ์พันธุ์พืชผักขึ้นมา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเก็บรวบรวมพันธุ์พืชผักที่กำลังจะสูญพันธุ์ จำแนก และศึกษาความแปรปรวนทางพันธุกรรมของพืชผักที่อนุรักษ์ไว้

ในการดำเนินงานอนุรักษ์พันธุ์พืชนั้น มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะจำแนกหรือศึกษาลักษณะประจำพันธุ์ของพืชที่ได้ รับการเก็บรักษาไว้ เพื่อการนำไปใช้ประโยชน์ในอนาคต เนื่องจากการจำแนกความแตกต่างของ พันธุ์พืช ส่วนใหญ่ใช้ลักษณะภายนอกที่ปรากฎออกมาให้เห็น (phenotype) ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าสภาพแวดล้อมเข้ามามี อิทธิพลอยู่ส่วนหนึ่ง ดังนั้น จึงทำให้การจำแนกหรือการศึกษาพันธุกรรมค่อนข้างยุ่งยากและใช้เวลา วิธีการที่เหมาะสมจึงควรที่จะจำแนกหรือศึกษาถึงพันธุกรรม (genotype) หรือการศึกษาในระดับดีเอ็นเอนั่นเอง

วิธีการ Random Amplified Polymorphic DNA (RAPD) หรือที่เรียกสั้น ๆ ว่า Rapid ได้ถูกนำมาใช้ในการตรวจสอบดี เอ็นเอของสิ่งมีชีวิตหลายชนิด โดยการใช้ไพรเมอร์ที่เป็นดีเอ็นเอสายเดี่ยวมีเบส 10 ตัว เป็นตัวสุ่มจับกับดีเอ็นเอต้นแบบที่จะทำการ ศึกษาในปฏิกิริยา Polymerase Chain Reaction (PCR) ชิ้นส่วนของดีเอ็นเอที่ได้หลังจากการทำปฏิกิริยาในสภาพที่เหมาะสมจะถูกนำมา ทำอิเล็คโตรโฟรีซีส เพื่อตรวจสอบความแตกต่างของแถบดีเอ็นเอ วิธีการนี้สามารถนำมาใช้จำแนกและศึกษาความแปรปรวนทางพันธุ กรรมของพืชได้อย่างสะดวกรวดเร็ว รวมทั้งสามารถนำมาใช้เป็นเอกลักษณ์ (DNA fingerprinted) ของพันธุ์พืชได้อีกด้วย

ได้ใช้วิธีการ RAPD ตรวจสอบดีเอ็นเอของถั่วฝักยาว 16 สายพันธุ์ที่เก็บรวบรวมไว้ เพื่อจำแนกและศึกษาความแปร ปรวนทางพันธุกรรม พบว่า ไพรเมอร์ จำนวน 12 หมายเลข แสดงความแตกต่างของแถบดีเอ็นเอ (RAPDs) 23 รูปแบบ จากการจัดกลุ่มของพันธุ์โดยใช้ความแตกต่างของแถบดีเอ็นเอสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีการจำแนกพันธุ์ลักษณะเช่นนี้มาก่อน


1 ฝ่ายปฏิบัติการวิจัยและเรือนปลูกพืชทดลอง สถาบันวิจัยและพัฒนาแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน
2 Experimental Farm, Kobe University, 1348 Uzurano, Kasai, Hyogo, 675-21, Japan

ดาวน์โหลดไฟล์มาจากไมโครซอฟท์เวิร์ด (.DOC)