การอนุรักษ์พันธุ์กล้วยไม้ป่า

จิตราพรรณ พิลึก 1 ไพบูลย์ ไพรีพ่ายฤทธิ์ 1 สุรวิช วรรณไกรโรจน์ 1
ภาณีรัตน์ โตเจริญ 1 สุจรรยา เรืองวีรยุทธ 1 กนกวรรณ ถนอมจิตร 1

ถ้ามีใครกล่าวถึงดินแดนแห่งดอกกล้วยไม้งาม คนทั่วโลกจะนึกถึงประเทศไทย เขาเหล่านั้น ประทับใจในความงามและกลิ่มหอมกล้วยไม้ไทย เช่น เอื้องสามปอย เอื้องฟ้ามุ่ย เอื้องกุหลาบ ช้างแดง รวมทั้ง กล้วยไม้สกุลเข็มที่มีดอกขนาดเล็ก แต่สีสดใส นักกล้วยไม้ส่วนใหญ่นิยมปลูกเลี้ยงพันธุ์เหล่านี้และนำไปใช้เป็นพ่อ แม่พันธุ์ ผลิตลูกผสมที่สวยงามจำนวนมากมาย

ประเทศไทยเป็นแหล่งกำเนิดของกล้วยไม้ป่ามากกว่า 1,000 ชนิด ส่วนใหญ่มีดอกสวยงาม บาง ชนิดมีดอกขนาดเล็กมาก แต่สีสดใส พบทั้งกล้วยไม้อากาศ กึ่งอากาศ ที่เกาะบนคบไม้ หน้าผา หรือกล้วยไม้ดินที่ พบตามซอกหิน หรือบนผิวดินตามโคนต้นไม้ใหญ่ บางชนิดดอกมีสีสดสวย บางชนิดมีกลิ่นหอม ต้นกล้วยไม้ป่ามี การเจริญเติบโตดีในช่วงฤดูฝน มักพักตัวในช่วงฤดูหนาว และออกดอกในช่วงฤดูร้อน ระหว่างดอกบาน จะมีแมลง หลายชนิดมาตอม ดูดน้ำหวานและช่วยการผสมเกสร ทำให้ติดฝักหรือผลจำนวนมากในแต่ละช่อดอก เมื่อฝักแก่ เมล็ดร่วงลงที่โคนต้นแม่หรือปลิวไปตามลมไปติดตามรอยแตกของเปลือกไม้ เมล็ดกล้วยไม้ที่มีขนาดเล็กกว่าสปอร์ เฟินจะงอกได้โดยการเจริญร่วมกับเชื้อราประเภทมัยโคไรซ่าที่อาศัยอยู่ตามรากของต้นแม่ แต่ปริมาณต้นอ่อนที่งอกมี น้อยมาก เพียงไม่กี่ต้นจากนับล้านเมล็ด ต้นอ่อนจะสามารถเติบโตจนออกดอกได้เมื่อมีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม

การที่ป่าถูกทำลายไป ทำให้ต้นกล้วยไม้สูญหายไปตามจำนวนต้นไม้ที่ถูกโค่น ต้นกล้วยไม้ที่ถูก เก็บไปจากต้นไม้ที่ถูกโค่น หรือบางส่วนถูกเก็บจากป่าที่สมบูรณ์ ถูกนำไปขายต่อใหักับผู้รักต้นกล้วยไม้ป่าที่ ประสงค์จะอนุรักษ์พันธุ์หรือนำไปใช้เป็นพ่อแม่พันธุ์ หรือคัดไปปรับปรุงพันธุ์ ขยายพันธุ์ในเชิงการค้าเพื่อผลิตเป็น กล้วยไม้กระถาง ต้นกล้วยไม้ป่าส่วนใหญ่สามารถปรับตัวเจริญเติบโตได้ดีในสภาพแวดล้อมใหม่ แต่มีหลายชนิดที่ ไม่สามารถปรับตัวได้ถึงแม้จะเลี้ยงดูเอาใจใส่อย่างดี บางชนิดต้นมีการเจริญเติบโตดีแต่ไม่ออกดอก บางชนิดออก ดอกแต่ไม่ติดฝัก ดังนั้น งานอนุรักษ์พันธุ์กล้วยไม้ป่าจึงรวมทั้งการขยายพันธุ์ การศึกษาวิธีการปลูกเลี้ยง และต้อง ได้รับความร่วมมือกับหลายหน่วยงานทั้งภาคราชการและเอกชน จึงจะประสบความสำเร็จ

การเพาะขยายพันธุ์กล้วยไม้ป่าที่ทำได้เร็วที่สุด คือการเพาะเมล็ดในสภาพปลอดเชื้อ ทั้งในสภาพ เมล็ดอ่อนและเมล็ดแก่ ฝักกล้วยไม้เพียงฝักเดียวสามารถเพาะได้มากกว่าหมื่นต้น หรือถ้าต้องการปริมาณมากกว่า นี้ ก็สามารถใช้เทคนิคการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อจากต้นอ่อนในขวดเพาะ ซึ่งทำได้ง่ายกว่าต้นขนาดใหญ่ สามารถเพิ่ม ปริมาณให้เป็นล้านต้นได้ภายใน 1 ปี

จากการสนับสนุนของสถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งได้เล็งเห็นความ สำคัญอย่างเร่งด่วนในเรื่องนี้ จึงได้พิจารณาให้ทุนวิจัยดำเนินการตั้งแต่ปลายปี พ.ศ. 2536 ให้รีบเร่งขยายพันธุ์ กล้วยไม้ป่าเพื่อการอนุรักษ์ ศึกษาการงอกและการเจริญเติบโตของต้นอ่อน รวมทั้งบันทึกภาพต้น ดอก ฝัก และ เมล็ดกล้วยไม้แต่ละชนิด เพื่อประโยชน์ในการจำแนก เพียงระยะเวลาปีเดียว ทางโครงการได้รวบรวมต้นและฝัก กล้วยไม้ป่ามากกว่า 100 ชนิด มาเพาะเมล็ด ฝักกล้วยไม้เหล่านี้ บางส่วนได้รับความอนุเคราะห์จากนักกล้วยไม้ หลายท่านซึ่งอนุรักษ์พันธุ์กล้วยไม้ป่าหายากไว้ การเพาะเมล็ดกล้วยไม้ป่านี้ ได้เพาะแยกแต่ละต้นเพื่อศึกษา ลักษณะทางชีววิทยา

จากผลการศึกษาการงอกของเมล็ดและการเจริญเติบโตของต้นอ่อน พบว่ากล้วยไม้ป่าสกุลหวาย (DENDROBIUM) ทุกชนิด เมล็ดงอกได้เร็วที่สุด ภายใน 15 วัน และพัฒนาเป็นต้นอ่อนได้เร็วที่สุด จะมีปัญหาเพียง บางชนิดที่มีแหล่งกำเนิดในสภาพอากาศหนาวเย็น เช่น เอื้องมณีไตรรงค์ เอื้องผาเวียง เอื้องแซะ เอื้องพวงหยก ฯลฯ ที่ต้องเก็บขวดเพาะไว้ในอุณหภูมิ 20-250 ซ มิฉะนั้น ต้นอ่อนจะตายหมด แม้แต่ต้นพ่อแม่พันธุ์ยังปลูกเลี้ยง ยาก เนื่องจากในเรือนกล้วยไม้มีความชื้นสัมพัทธ์ต่ำ แต่อุณหภูมิสูงกว่าในแหล่งกำเนิด แต่น่ายินดีที่ผลจากการ วิจัย พบวิธีการเหมาะสมในการปลูกกล้วยไม้หายากหลายชนิด

สำหรับกล้วยไม้อากาศ เช่น สกุลช้าง สกุลกุหลาบ สกุลแวนดา สกุลเข็ม ฯลฯ เมล็ดงอก น้อยกว่าและต้นอ่อนพัฒนาช้ากว่ากล้วยไม้สกุลหวาย เมล็ดงอกหลังเพาะนาน 1 เดือน และต้นอ่อนมีการพัฒนาช้า กว่ามาก แต่ต้นอ่อนสามารถพัฒนาเป็นต้นและมีเปอร์เซ็นต์การรอดตายสูงกว่า

เมล็ดกล้วยไม้ดิน เช่นสกุลรองเท้านารี (PAPHIOPEDILUM) ซิมบิเดียม (CYMBIDIUM) ยูโลเฟีย (EULOPHIA) คาลันเธ (CALANTHE) ฟายยุส (PHAIUS) เมล็ดจะเบาและลอยน้ำ เปลือกหุ้มเมล็ดยาวกว่า จำเป็น ต้องเพาะในอาหารเหลวให้เมล็ดจมก่อนจึงจะงอกได้ดี เมล็ดงอกหลังจากเพาะนานประมาณ 2 เดือนและงอก ปริมาณน้อย การเจริญเติบโตของต้นอ่อนค่อนข้างช้า จำเป็นต้องขยายพันธุ์เพิ่มโดยการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ

กล้วยไม้ประเภทแวนดาใบร่องที่เป็นลูกผสมป่านั้น เมล็ดงอกน้อยที่สุดและพัฒนาเป็นกลุ่มโปรโต คอร์มขนาดใหญ่มากกว่าจะเป็นต้น กล้วยไม้เหล่านี้น่าศึกษาในเรื่องการงอก การเจริญเติบโตและพันธุกรรม

การขยายพันธุ์โดยการเพาะเมล็ดกล้วยไม้ป่าเป็นการอนุรักษ์เชื้อสายพันธุ์เดิมไว้ จากการสำรวจพบ ว่า กล้วยไม้ชนิดเดียวกันแต่มีการกระจายพันธุ์ทั่วประเทศ ในธรรมชาติ ฝักกล้วยไม้ 1 ฝัก เมล็ดอาจงอกเพียงไม่ กี่ต้น และเหลือที่สามารถเจริญเติบโตจนออกดอกน้อยลงไปอีก ทำให้มีความผิดเพี้ยนเล็กน้อยในเรื่องสีและฟอร์ม ดอก แต่ถ้าปริมาณการงอกของเมล็ดเพิ่มมากขึ้น ความต่างของสีหรือฟอร์มดอกย่อมมากขึ้นตามจำนวน ประชากรซึ่งแสดงลักษณะตามพันธุกรรมออกมา ดังนั้น การเพาะเมล็ดจาก 1 ฝัก ได้ต้นมากกว่าหมื่นต้น น่าจะ เป็นตัวแทนประชากรที่ดีของกล้วยไม้ป่าชนิดนั้น ๆ การนำต้นที่ได้จากการเพาะเมล็ดไปปลูกคืนในป่าธรรมชาติที่ เคยสำรวจพบกล้วยไม้ชนิดนั้น ๆ จึงน่าจะไม่เป็นการเปลี่ยนแปลงลักษณะทางพันธุกรรม อย่างไรก็ตาม คณะผู้ วิจัยชุดนี้ ยินดีให้ความร่วมมือกับทุกท่านที่จะมีส่วนในการอนุรักษ์พันธุ์กล้วยไม้ป่าของไทย


1 ภาควิชาพืชสวน คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

ดาวน์โหลดไฟล์มาจากไมโครซอฟท์เวิร์ด (.DOC)