พิธีถวายพระพรชัยมงคล วันจันทร์ที่ ๓ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๐

กำหนดการ

พิธีถวายพระพรชัยมงคล

เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี

วันจันทร์ที่  ๓  เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๐

เวลา ๐๘.๓๐ – ๑๐.๑๕ น.

ณ ห้องประชุมสุธรรม อารีกุล ชั้น ๑ อาคารสารนิเทศ  ๕๐ ปี มก.


--------------------------------

                   เวลา ๐๘.๓๐ – ๐๙.๐๐ น.         -  ลงทะเบียนหน่วยงานถวายพุ่มดอกไม้สด/ลงนามถวายพระพร

                                                                -  วงดนตรี KU Wind Symphony บรรเลงเพลง

                   เวลา ๐๙.๐๐ – ๑๐.๐๐ น.          -  ถวายพุ่มดอกไม้สดของแต่ละหน่วยงาน

                   เวลา ๑๐.๐๐ น.                      พิธีถวายพระพรชัยมงคล

                                                              -  อธิการบดีเปิดกรวยกระทงดอกไม้และถวายพุ่มดอกไม้สด

                                                              -  อธิการบดีกล่าวคำถวายพระพรชัยมงคลเฉลิมพระเกียรติ

                                                                 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี

                                                             -  วงดนตรี KU Wind Symphony บรรเลงเพลงมหาชัย

                 เวลา ๑๐.๑๕ น.                      -  เสร็จพิธี

------------------------------------------------------------

 

หมายเหตุ : ๑. โต๊ะลงนามถวายพระพรตั้งอยู่ ณ โถงนิทรรศการ ชั้น ๑ หน้าห้องประชุม ๑ - ๓

                 ๒. หน่วยงานนำพุ่มดอกไม้สดมาเอง

                 ๓. การแต่งกาย  · ผู้บริหาร/บุคลากร : ชุดสุภาพไว้ทุกข์ หรือ สวมเบลเซอร์

                                         · นิสิต : เครื่องแบบนิสิตชุดพิธีการ

 

****  เพื่อให้การบันทึกภาพถ่ายในการลงนามถวายพระพรเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและสวยงาม

จึงขอเชิญหน่วยงานลงนามถวายพระพรเป็นหมู่คณะ โดยพร้อมเพรียงกัน  ****

 

พระราชประวัติ

          สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เป็นพระราชธิดาในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และเป็นพระโสทรนิษฐภคินีในสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เสด็จพระราชสมภพเมื่อวันเสาร์ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2498 ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต

          เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2520 ในวโรกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการสถาปนาพระอิสริยศักดิ์สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิรินธรเทพรัตนสุดา กิติวัฒนาดุลโสภาคย์ เฉลิมพระนามตามที่จารึกในพระสุพรรณบัฏว่า "สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร รัฐสีมาคุณากรปิยชาติ สยามบรมราชกุมารี" นับเป็นสมเด็จเจ้าฟ้าหญิงพระองค์แรก ที่ทรงดำรงพระอิสริยยศที่ “สยามบรมราชกุมารี” แห่งราชวงศ์จักรี

พระราชกรณียกิจ

          สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ใฝ่พระราชหฤทัยในการศึกษา มาตั้งแต่ทรงพระเยาว์ โปรดการศึกษาค้นคว้า การเรียนรู้จากการสังเกต สิ่งแวดล้อมรอบพระองค์ ต่อมา เมื่อเจริญพระชันษาขึ้น ด้วยความสนพระทัย และพระปรีชาในการเรียนวิชาการหลากหลายแขนง ทั้งศาสตร์และศิลป์ อีกทั้งการเรียนภาษา จะเป็นพื้นฐานที่ดี สำหรับการเรียนรู้วิชาการสาขาต่างๆ จึงทำให้ทรงเลือกศึกษา ในระดับปริญญาตรี และปริญญาโทด้านอักษรศาสตร์ และต่อมาได้ทรงศึกษาต่อ ระดับปริญญาเอก ในหลักสูตรวิชาพัฒนศึกษาศาสตร์ ซึ่งเป็นการนำความรู้ด้านการศึกษา ประกอบกับความรู้ในศาสตร์ต่าง ๆ มาร่วมกันใช้ประโยชน์ เพื่อพัฒนาประเทศ จากการที่ทรงเห็นความสำคัญ ของศาสตร์ต่างๆ นี้เอง จึงสนพระทัยศึกษาหาความรู้ และติดตามความก้าวหน้าของความรู้ ในด้านอื่นๆ อยู่เสมอ

          จาก “ประวัติศาสตร์” ซึ่งเป็นวิชาการสาขาแรก ที่ทรงเลือกเรียน ในระดับปริญญาตรี และยังเป็นวิชาการ ที่ทรงใช้ในการทรงงาน เมื่อทรงเข้ารับราชการ เป็นอาจารย์สอนวิชาประวัติศาสตร์ ณ โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี สนพระทัยศึกษาวิชาการด้านอื่นๆ เพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง ทั้งทรงศึกษาด้วยพระองค์เอง และจากบุคคล หน่วยงานและสถาบันต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง จนทรงสามารถนำความรู้นั้น มาปรับใช้ในการทรงงานได้ ทรงเห็นว่าความรู้เป็นพื้นฐานสำคัญ ของความเป็นครู และนักการศึกษาที่ดี จึงทรงเชื่อมโยงความรู้ ของศาสตร์ต่างๆ เข้าด้วยกัน ทั้งภาคทฤษฎี และภาคปฏิบัติ อันเป็นประสบการณ์ ที่ทรงนำไปใช้ประโยชน์ ในการประกอบพระราชกรณียกิจด้านต่างๆ

          แนวพระราชดำริในงานด้านต่าง ๆ ยังก่อเกิดการนำไปปรับใช้ เพื่อพัฒนาชุมชน ทั้งโดยทางตรง และทางอ้อม พระราชกรณียกิจของ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ครอบคลุมงานด้านต่าง ๆ อย่างกว้างขวาง ทั้งด้านการพัฒนา ด้านการศึกษา ด้านศิลปวัฒนธรรมและศาสนา ด้านสาธารณกุศล ด้านสาธารณสุขและโภชนาการ ด้านการต่างประเทศ ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ด้านอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และด้านเกษตรกรรม  นอกจากนี้ทรงมีโครงการในพระราชดำริส่วนพระองค์หลายโครงการ เพื่อมุ่งเน้นทางด้านการแก้ปัญหาการขาดสารอาหารของเด็กในท้องถิ่นทุรกันดาร และพัฒนามาสู่การให้ความสำคัญทางด้านการศึกษา และชีวิตความเป็นอยู่ของอาณาประชาราษฎร์

ที่มา : งานประชาสัมพันธ์ มก., 21 มีนาคม 2560

แท็ก :

  |  วันที่บันทึก 03/04/2017  เวลา 15:04

หน่วยงานที่รับผิดชอบ :  ผู้ดูแลระบบ