เครือข่ายนนทรี เป็นเครือข่ายที่มีการเชื่อมโยงเป็นระบบของข้อมูลข่าวสารหลักที่มีผู้ใช้เป็นจำนวนมาก
เครือข่ายนนทรีเชื่อมโยงมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ทั้ง 4 วิทยาเขตเข้าด้วยกัน มีจำนวนผู้ใช้รวมกันมากกว่าสามหมื่นคน
การเชื่อมโยงเครือข่ายนนทรีใช้แบกโบนความเร็วสูง โดยมีการเชื่อมโยงภายในวิทยาเขตบางเขนด้วยแกนหลัก 1,000
เมกะบิตต่อวินาที และแกนรอง 100 เมกะบิตต่อวินาที ส่วนต่อฮัพไปยังเครื่องผู้ใช้งาน ส่วนหนึ่งใช้ความเร็ว 10 เมกะบิตต่อวินาที
บางส่วนใช้ความเร็ว 100 เมกะบิตต่อวินาที มีการเชื่อมต่อด้วยโมเด็มที่วิทยาเขตบางเขน 360 เลขหมาย
และเชื่อมโยงไปยังวิทยาเขตกำแพงแสน ศรีราชา และสกลนคร
เกตเวย์หลักของการต่อเครือข่ายนนทรีออกสู่โลกภายนอกมีสองเส้นทางคือ
เชื่อมโยงผ่านทางยูนิเน็ตไปยังต่างประเทศ และเชื่อมโยงผ่านทางเนคเทคออกสู่ Public Internet Exchange
หรือ PIE เพื่อเข้าสู่เครือข่ายอื่นในประเทศทั้งสองเส้นทางใช้ความเร็วสูง 155 เมกะบิตต่อวินาที
เมื่อดูผิวเผินจะเห็นว่า เส้นทางออกสู่ภายนอกของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์มีความเร็วและแถบกว้างสูงมาก
โดยหากวิ่งออกต่างประเทศจะผ่านทางทบวงมหาวิทยาลัยที่มีความเร็วถึง 155 เมกะบิต
และพิจารณาต่อไปพบว่า เส้นทางของทบวงมหาวิทยาลัยไปต่างประเทศมีขนาด 45 เมกะบิต
เพื่อเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตไปยังสหรัฐอเมริกา
ภายใต้เส้นทาง 45 เมกะบิต ที่ไปยังสหรัฐอเมริกามีการแบ่งแยกออกมา 10 เมกะบิต
เพื่อต่ออินเทอร์เน็ตทู ที่เหลือจึงเป็นเส้นทางวิ่งเข้าสู่อินเทอร์เน็ตทั่วไป (เช่น .com)
และเส้นทาง 45 เมกะบิตนี้ต้องแบ่งกันใช้กับหน่วยงานมหาวิทยาลัยอีก 24 แห่ง
สถาบันราชภัฏ และราชมงคลอีกหลายสิบแห่ง 45 เมกะบิต จึงดูจะน้อยลงไปอย่างมากในปัจจุบัน
เมื่อเป็นเช่นนี้ การใช้งานเครือข่ายในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ที่ไปภายในประเทศ เช่น .ac.th, .co.th, .or.th
จึงมีความเร็วที่ดี เพราะไปในเส้นทาง PIE ที่แยกออกมาโดยเฉพาะ การเชื่อมโยงมีช่องว่างเหลือพอและหากไปต่างประเทศ
หน่วยงานที่เป็น .com หรือเว็บไซต์ของไทยที่อยู่ต่างประเทศ (.com) จะช้าลง แต่หากไปยังหน่วยงานบนอินเทอร์เน็ตทูจะได้เร็วขึ้น
(หน่วยงาน .edu)
หลายต่อหลายคนที่ใช้เครือข่ายในนนทรี และวิ่งไปยัง .com ที่ต่างประเทศจึงได้ข้อมูลที่ช้า และจะมีเสียงบ่น
หากพิจารณาต้นทุนการใช้อินเทอร์เน็ตโดยรวมจะเห็นได้ชัดว่า ค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่จะเสียไปกับวงจรไปต่างประเทศนี้
ปัจจุบันประเทศไทยต้องจ่ายค่าวงจรอินเทอร์เน็ตไปต่างประเทศถึงกว่า 2,000 ล้านบาทแล้ว
โดยมีวงจรรวมกับทั้งสิ้นประมาณ 600 เมกะบิตที่ไปยังประเทศสหรัฐอเมริกา
สำหรับกรณีของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ก็เช่นกัน จากสถิติการเก็บข้อมูลทั้งหมด
พบว่าปริมาณการใช้ข้อมูลบนเส้นทางเข้าออกของมหาวิทยาลัย อัตราการใช้ข้อมูลที่โหลดมาจากต่างประเทศยังสูงอยู่มาก
ทั้ง ๆ ที่เส้นทางในประเทศยังว่าง และรองรับการทำงานได้อีกมาก
เมื่อเป็นเช่นนี้เราจะมาช่วยกันประหยัดให้กับประเทศชาติได้อย่างไร โดยที่ปริมาณการเรียกใช้ข้อมูลไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าเดิม
ผู้ใช้ยังคงได้ประสิทธิภาพเท่าเดิม หรือดีกว่าเดิม เพียงแต่เราต้องหันมาเข้าใจและแสดงออกโดยเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้งานใหม่
ซึ่งก็จะช่วยให้ส่วนรวมประหยัดลงได้มาก หนทางที่ทุกคนจะช่วยได้ ได้แก่
1. ให้ใช้อีเมล์บน @ku.ac.th แทนที่จะใช้ฟรีอีเมล์จากต่างประเทศ มีผู้ใช้จำนวนมากใช้อีเมล์ที่ต่างประเทศ เช่น
hotmail, yahoo และมักจะบ่นว่าช้า ทั้งนี้เพราะเมล์ทั้งหมดเก็บไว้ที่ต่างประเทศ
เมื่อรับส่งจะต้องผ่านเส้นทางออกไปต่างประเทศ เมื่อเรียกดูก็จะต้องผ่านเส้นทางต่างประเทศอีก
การลดการใช้อีเมล์ต่างประเทศ ทำให้ลดปริมาณข้อมูลที่วิ่งบนเส้นทางต่างประเทศได้มาก
2. การดาวน์โหลดโปรแกรม หรือซอฟต์แวร์ให้ใช้จาก FTP ในนนทรีคือ ftp.ku.ac.th
การโหลดข้อมูลที่อยู่ในเครือข่ายนนทรีจะทำได้รวดเร็ว และไม่ต้องเสียปริมาณข้อมูลที่วิ่งมาจากต่างประเทศ
ดังนั้นทุกครั้งที่ต้องการดาวน์โหลดซอฟต์แวร์หรือโปรแกรมให้ตรวจสอบดูที่ ftp ของนนทรีก่อน
หากไม่พบให้เลือก ftp ที่อยู่ในประเทศก่อน
| |
3. ให้ตั้งค่า proxy
การใช้พร็อกซี่จะเป็นวิธีการที่ทำให้ปริมาณข้อมูลโดยรวมลดลง โดยเฉพาะข้อมูลที่มีผู้เรียกใช้บ่อย ๆ
จะมีการนำมาเก็บไว้ก่อน ผู้ใช้ภายหลังจะเรีกยได้เร็วขึ้น ระบบพร็อกซี่จึงเป็นระบบที่ช่วยให้การทำงานโดยรวมของระบบดีขึ้น
4. ทำความเข้าใจในเรื่องไวรัสและเวิร์ม แก้ไขปัญหา หรือปฏิบัติตามคำแนะนำ
ปัญหาใหญ่อีกอย่างหนึ่งที่ทำให้ปริมาณข้อมูลบนเครือข่ายสูงขึ้นอย่างมากคือ ข้อมูลที่เกิดจากไวรัสและเวิร์ม
ดังนั้นจึงต้องช่วยกันกำจัดและลดการแพร่ระบาด
5. เมื่อต้องการเขียนหรือสร้างโฮมเพ็จส่วนตัวให้ใช้ที่ pirun.ku.ac.th
หลายคนสร้างโฮมเพ็จส่วนตัวอยู่ในต่างประเทศ ซึ่งก็ทำให้เกิดปัญหาในเรื่องการส่งรับข้อมูลเข้าสู่โฮมเพ็จ
ดังนั้นการสร้างภายในเครือข่ายนนทรีหรือเครือข่ายที่อยู่ในประเทศจะช่วยลดปัญหาเส้นทางลงได้มากเช่นกัน
หากพวกเราช่วยกัน โดยสิ่งต่าง ๆ ที่นำเสนอนี้ล้วนแล้วแต่จะช่วยให้ผู้ใช้เองได้ประโยชน์เพิ่มขึ้น
และยังช่วยส่วนรวมและประเทศชาติได้อีกด้วย
|