เว็บสวิตชิ่ง
จากข้อมูลจำนวนโฮสที่ต่อกับอินเทอร์เน็ตที่ทำการสำรวจโดย www.nw.com ในเดือนกรกฎาคม 2543 พบว่า มีจำนวนถึง 93 ล้านเครื่อง ในปี พ.ศ. 2542 มีจำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตมากกว่า 200 ล้านคน และจะมีจำนวนผู้ใช้มากกว่า 500 ล้านคน ในปี พ.ศ. 2546 ขณะเดียวกันยอดทำการค้าบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตในปี พ.ศ. 2546 มีมากกว่า 3 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ
พัฒนาการของเทคโนโลยีจัดการเนื้อหา

ขณะเดียวกันเนื้อหาที่อยู่บนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตก็มีมากขึ้น คาดกันว่าปัจจุบันมีเนื้อหาบนเครือข่ายที่เป็นเว็บมากกว่า 1,500 ล้าน URL pages สำหรับในประเทศไทยมีประมาณ 1 ล้าน URL pages เนื้อหาบนเว็บมีแนวโน้มที่เพิ่มมากขึ้นและมีปริมาณการใช้มากขึ้นในอนาคต
เมื่อเนื้อหาบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตมีมากขึ้น ปัญหาของการใช้ก็จะมีมากขึ้น ลองนึกดูว่า หน่วยบริการเนื้อหาบนเว็บบางไซต์มีผู้เรียกเข้าหาเว็บวันละหลายล้านราย หรือเว็บบางแห่งมีลักษณะที่เต็มไปด้วยเนื้อหาหลากหลายที่จะให้บริการ โดยเฉพาะแนวคิดของการให้บริการเนื้อหาจะมีมากขึ้น เช่น ดิจิตอลไลบรารี การให้บริการมัลติมีเดีย การให้บริการเนื้อหารูปแบบพิเศษ ตลอดจนการเรียกเข้าหาเป็นครั้งคราวแต่พร้อมกัน ทำให้การบริการเนื้อหาไม่สามารถรองรับได้
หากจินตนาการดูว่า ภายในเครือข่ายมีกองข้อมูลจำนวนมาก กองข้อมูลเหล่านี้จะให้บริการได้อย่างมีประสิทธิภาพได้อย่างไร ความท้าทายในเรื่องการดูแลเนื้อหาจึงมีมากขึ้น มีการสร้างบัฟเฟอร์ในองค์กร หรือที่เรียกว่า เว็บแคช (web cache) เพื่อรองรับการใช้งานโดยรวมดีขึ้น เรารู้จักกับการจัดการ proxy กันมานานแล้ว แต่ความท้าทายในเรื่องการจัดการเครือข่ายยังมีอีกมาก ลองพิจารณาหลักการจัดการในเรื่อง content delivery ซึ่งมีสิ่งที่จะต้องดำเนินการในเครือข่ายอีกหลาย ๆ เรื่อง ลองพิจารณาปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้ดู
ปัญหาในการทำให้ผู้ใช้เรียกข้อมูลได้เร็วขึ้น เราคุ้นเคยกับคำว่า World Wide Wait กล่าวคือเมื่อคลิกเมาส์แล้วให้รอ การจัดการเนื้อหาเพื่อให้ถูกใจผู้ใช้เครือข่ายควรจะมีประสบการณ์และมีความชาญฉลาดในการจัดการ เช่น มี proxy หรือแคช ที่คอยเก็บเนื้อหาที่มีผู้ต้องการใช้มากมาไว้ให้บริการ หรือมีการจัดการกระจายเซิร์ฟเวอร์ที่มีผู้ใช้มากกระจายออก เพื่อไม่ให้รวมตัวหรือกระจุกกันอยู่
ปัญหาในเรื่องการเรียกข้อมูลได้ตรงกับความต้องการ เราคงเคยค้นหาข้อมูลที่อยากได้ แต่ข้อมูลที่ได้มักจะต้องลองถูกลองผิด ลองเรียกดูก่อนว่าใช่หรือไม่ การเรียกข้อมูลผ่าน Search engine ก็ยากที่จะได้ข้อมูลถูกใจอย่างเร็ว ทางแก้จึงต้องมีการจัดการเว็บให้มีการแยกแยะข้อมูล มีระบบเมต้าเดต้าที่แยกแยะข้อมูล ที่สำคัญคือ เว็บเซิร์ฟเวอร์จะมีลักษณะเป็นไดนามิกเว็บมากขึ้นคือ ตอบข้อมูลได้ตรงกับผู้เรียกใช้มากขึ้น
ปัญหาระยะทางไกลหรือเครือข่ายใหญ่เกินไป อินเทอร์เน็ตเป็นเครือข่ายโลก การเชื่อมโยงเข้าสู่เนื้อหาจึงยากที่จะไปถึงหรือมีเส้นทางคอขวด ทำให้ได้ข้อมูลล่าช้า การจัดการในเรื่องนี้จึงต้องหารูปแบบในการสร้างวิธีการกระจายเนื้อหา หรือจัดการเนื้อหาให้มีประสิทธิภาพ
ปัญหาเรื่องความหนาแน่นชั่วขณะ เช่น เว็บโอลิมปิก ซิดนี่ 2000 ซึ่งในช่วงแข่งขัน จะมีผู้เรียกเนื้อหาถึงวันละประมาณ 10 ล้านครั้ง การจัดการเซิร์ฟเวอร์ขนาดใหญ่ เว็บขนาดใหญ่ รองรับการใช้งานจึงต้องมีการออกแบบและสร้างให้มีประสิทธิภาพ
Content Delivery Network จึงเป็นเทคโนโลยีที่กำลังมีการวิจัยและพัฒนากันอย่างมาก มีการพัฒนาอุปกรณ์สมัยใหม่เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้เนื้อหาในเครือข่าย เช่น Content Router หรืออุปกรณ์หาเส้นทางเนื้อหา เพื่อแยกแยะเนื้อหาหรือหาเส้นทางเข้าสู่เนื้อหาได้เร็ว โดยที่มีเนื้อหาในเครือข่ายวางไว้หลายที่ มีการพัฒนา Content Switching หรือสวิตช์ที่ทำงานระดับ 7 (เลเยอร์ 7) เพื่อทำการจัดลำดับความสำคัญ จัดทิศทางหรือเส้นทางตามเนื้อหา นอกจากนี้ยังพัฒนาโปรโตคอลพิเศษที่ทำให้การบริการบนเครือข่ายมีความเป็นอัจฉริยะในตัวเองมากขึ้น โดยมีการจัดระบบการให้บริการที่ดีที่มองทั้งทางด้านไคลแอนต์และเซิร์ฟเวอร์ ทางด้านไคลแอนต์ก็มีโปรโตคอลเชื่อมโยงกับอุปกรณ์ต่าง ๆ เพื่อให้ได้เส้นทางเข้าถึงข้อมูลได้
แนวทางการพัฒนาเครือข่ายเนื้อหา

การจัดการเนื้อหาเป็นเรื่องใหญ่ การสร้างและออกแบบเนื้อหาในองค์กรเพื่อการบริการต้องคำนึงถึงเรื่องนี้ การแยกแยะการจัดการกองข้อมูลในเครือข่ายอินเทอร์เน็ต แยกเนื้อหาเพื่อลดภาระเส้นทางการเดินทาง เช่น จัดกลุ่มแฟ้มข้อมูลตามประเภทการเรียกใช้ เช่น ภาพ เสียง ข้อความ ตามปริมาณของเส้นทางที่จะรองรับให้ได้ประสิทธิภาพรวมสูงสุด
เนื้อหา เป็นส่วนที่มีความหมายและสร้างคุณค่าบนเครือข่ายให้สูงขึ้น

สาระน่ารู้ประจำสัปดาห์, ฉบับที่ 40 :16-22 ตุลาคม 2543