SOHO กับเทคโนโลยี อีเทอร์เน็ต

การสร้างเครือข่ายคอมพิวเตอร์ขนาดเล็กมีความจำเป็นมากขึ้น โดยเฉพาะการใช้เครือข่ายในที่ทำงาน หรือแม้แต่ในบ้านเราอยากมีเครื่องคอมพิวเตอร์ในที่ทำงานหลายเครื่องต่อเชื่อมกันเป็นเครือข่าย อยากมีเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ห้องทำงานและห้องเด็กในบ้านที่สามารถเชื่อมโยงเป็นเครือข่าย การพัฒนาเครือข่ายแลนขนาดเล็กจึงมีความต้องการในตลาดที่ค่อนข้างสูง
แนวคิดในการสร้างสำนักงานขนาดเล็กหรือออฟฟิศที่บ้านเป็นแนวคิดที่มีมานานแล้ว ปัจจุบันมีการกล่าวถึงคำว่า SOHO-small Office Home Office กันมาก การสร้างสำนักงานขนาดเล็กคงหนีเรื่องการใช้คอมพิวเตอร์และเครือข่ายไปไม่ได้

เครือข่ายขนาดเล็กส่วนใหญ่ใช้อีเทอร์เน็ต

อีเทอร์เน็ตมีพัฒนาการที่ยาวนาน พีซีใช้งานขณะนี้จึงมักเชื่อมต่อเครือข่ายด้วยเทคโนโลยีอีเทอร์เน็ต อีเทอร์เน็ตเป็นเทคโนโลยีที่มีราคาถูกและใช้งานง่าย เมื่อต้องการเชื่อมต่อเครือข่ายอีเทอร์เน็ตก็ต้องมีการ์ดเชื่อมโยงอีเทอร์เน็ต หรือที่เรียกว่า NIC-Network Interface Card มักจะมีหัวต่อเชื่อมโยงยูทีพี หรืออาจเรียกเป็นมาตรฐานกลางก็คือ 10 BASE T การใช้งานเครือข่ายจึงทำได้ง่าย เพียงหาสายต่อเชื่อมกับฮัพและโปรแกรมไมโครซอฟต์วินโดวส์ ก็ทำให้ใช้ไฟล์ร่วมกันหรือใช้เครื่องพิมพ์ร่วมกันได้

เครือข่ายแลนแบบ 10BASE T

การใช้คลื่นวิทยุเชื่อมโยงเครือข่าย

จนกระทั่งเมื่อไม่กี่ปีนี้ การใช้เครือข่ายอีเทอร์เน็ตได้มีมาตรฐานใหม่เพิ่มเติมคือเป็นแบบ 10 BASE F โดยใช้สายสัญญาณแบบไฟเบอร์ออพติกและมีอุปกรณ์กลางที่เรียกว่า Hub เป็นตัวเชื่อมโยงสัญญาณเหมือนเป็นบัสกลางมาตรฐาน 10 BASE F จึงทำงานด้วยความเร็ว 10, 100 และ 1,000 เมกะบิต อย่างไรก็ตาม ความเร็วขนาด 10 เมกะบิต ดูจะช้าไปแล้วสำหรับการรับส่งข้อมูลบนเครือข่ายในวันนี้ หากต้องการส่งข้อมูลภาพวิดีโอ หรือภาพเคลื่อนไหวแบบ 3D ความเร็ว 10 เมกะบิตที่ใช้พร้อมกันจึงอาจจะทำให้ภาพไม่ต่อเนื่องได้ จึงมีบริษัทผู้ผลิตอีเทอร์เน็ตใช้มาตรฐานใหม่เป็น 100 เมกะบิต และเรียกมาตรฐานนี้ว่า 100 BASE T การต่อเครือข่ายแบบนี้ดูจะเป็นที่นิยมเพราะสามารถดูแลและใช้งานได้ดี มีปัญหาน้อย
จุดเด่นของการใช้อีเทอร์เน็ตคือ การ์ดเชื่อมโยง NIC ที่มีขายอยู่ในขณะนี้มีให้เลือกใช้มาก และราคาไม่แพง การ์ดเชื่อมต่ออีเทอร์เน็ตมีราคาประมาณพันบาท หรือพันเศษขึ้นไป และฮับก็เช่นเดียวกันมีให้เลือกแบบ 4 พอร์ต จนถึงแบบหลายสิบพอร์ต การเลือกใช้ Hub และ LAN Card จึงเป็นเรื่องที่ใช้งานหรือหามาใช้ได้ไม่ยาก

พัฒนาแลนแบบอีเทอร์เน็ตไร้สาย

เพื่อให้การติดต่อกับเครือข่ายภายนอกได้ง่ายขึ้น จึงมีผู้ผลิตรีโมทแอ็กเซสหรืออุปกรณ์พวกเราเตอร์ เพื่อทำให้เครือข่ายย่อยนี้ต่อกับเครือข่ายใหญ่ขององค์กร หรือต่อกับเครือข่ายอื่นได้ ยังมีเครือข่ายอีเทอร์เน็ตที่พัฒนาต่อเนื่องมาเพื่อให้เป็นเครือข่ายแบบไร้สาย


การใช้สายไฟฟ้ากำลังเป็นบิลร่วม

การใช้เครือข่ายแบบไร้สายนี้มีการ์ดเชื่อมโยงแลนแบบ NIC อีเทอร์เน็ต แต่มีเสาอากาศเล็ก ๆ เพื่อเชื่อมโยงเข้าด้วยกัน สนนราคาของการ์ดแลนแบบไร้สายนี้ยังมีราคาแพงอยู่ โดยประกาศวางขายในสหรัฐอเมริกาด้วยราคาประมาณ 100-400 เหรียญ การใช้คลื่นความถี่วิทยุเป็นวิธีการที่ใช้งานได้ง่าย เพราะเพียงใส่การ์ด NIC แบบไร้สายนี้ก็เชื่อมโยงเข้าสู่เครือข่ายได้ และสามารถเคลื่อนย้ายเครื่องไปใช้ที่ใดก็ได้ โดยเฉพาะการใช้เครื่องแบบโน้ตบุ๊ก เพื่อให้การใช้งานเครือข่ายแบบไร้สายเป็นมาตรฐาน คณะกรรมการ 802 จึงได้กำหนดมาตรฐานการเชื่อมโยงและได้กำหนดเป็น 802.11 ความเร็วของการรับส่งบนเครือข่ายมีตั้งแต่ 1 เมกะบิตต่อวินาที บางบริษัทผลิตได้ถึง 10 เมกะบิตต่อวินาที

การเชื่อมโยงเครือข่ายผ่านทางสายไฟ AC

มีหลายบริษัทที่ผลิตอุปกรณ์สื่อสารได้มองเห็นช่องทางของการสร้าง SOHO ที่มีแนวโน้มที่เพิ่มมากขึ้น และน่าจะสร้างได้อย่างง่าย ๆ ดังนั้นจึงมีผู้เล็งเห็นสายไฟเอซีที่เป็นตัวกลางนำสัญญาณความถี่สูงเชื่อมถึงกันได้ จากหลักการในบ้านหรือในที่ทำงาน การใช้สายไฟเอซีก็จะอยู่ในวงจรเดียวกันอยู่แล้ว และถ้าส่งสัญญาณความถี่สูงที่มีข้อมูลอยู่เข้าไปในสายไฟเอซี สัญญานี้ก็จะส่งถึงกันได้ และถ้ามีหม้อแปลงไฟฟ้าคั่นกลางสัญญาณความถี่สูงนี้ก็สามารถผ่านหม้อแปลงออกไปได้ จึงไม่ไปรบกวนผู้อื่น หรือส่งกระจายไปไกลเกินไป บริษัทผู้ผลิตเครือข่ายแบบนี้ได้ออกแบบ NIC ให้เชื่อมโยงเข้าสู่สายไฟสลับ AC โดยมีตัวกรองสัญญาณให้ความถี่สูงผ่านและแยกสัญญาณที่ใช้ในไฟฟ้ากำลังออก การนำเอาข้อมูลใส่ลงไปและส่งกระจายยังมีข้อจำกัดในเรื่องความกว้างขวางแถบกว้าง ซึ่งยังใช้งานที่ต่ำกว่า 1 เมกะบิต ดังนั้นแลนแบบนี้จึงมีข้อจำกัดและไม่สามารถต่อจำนวนเครื่องมาก ๆ เพราะปริมาณข้อมูลอาจไม่เร็วพอ

แลนจึงไม่ใช่เรื่องยาก

ผู้ใช้คอมพิวเตอร์ในปัจจุบันจึงหลีกเลี่ยงกับแลนต่อไปไม่ได้แล้ว อุปกรณ์แลนแบบอีเทอร์เน็ตเป็นมาตรฐานที่มีผู้ใช้งานกันมาก จึงทำให้มีราคาถูก อีกทั้งพัฒนาการยังมีต่อเนื่องมีทางเลือกให้ใช้ได้มาก มาตรฐานที่ใช้ในระบบ 100 เมกะบิต ที่เรียกว่า 100BASE T ก็ยังแยกการใช้งานได้หลายแบบ เช่น 100BASE TX ใช้สายเคเบิลยูทีพีแคต 5 100BASE FX เป็นแบบ 100 เมกะบิตที่ใช้สายเส้นใยแก้วนำแสง และ 100BASE T4 เป็นแบบที่ใช้สายยูทีพีแบบ 4 คู่ จึงทำให้ใช้กับยูทีพีแบบแคต 3 หรือแคต 4 ของเดิมที่มีอยู่แล้ว สำหรับเครือข่ายแบ็กโบนที่ใช้อีเทอร์เน็ตมีความเร็วได้ถึง 1 จิกะบิตต่อวินาที และพัฒนาต่อเป็น 10 จิกะบิตต่อวินาทีได้แล้ว การสร้าง SOHO จึงต้องอาศัยแลนและเครือข่ายอีเทอร์เน็ต เป็นทางเลือกที่หลีกเลี่ยงไม่ได้



สาระน่ารู้ประจำสัปดาห์, ฉบับที่ 52: 8-14 มกราคม 2544