เส้นทางการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง
ปัจจุบันโครงข่ายหลัก (แบกโบน) ใช้เส้นใยแก้วนำแสง อีกทั้งการเชื่อมโยงสู่ภายนอกด้วยความเร็วสูง 155 Mbps ผ่านทางเส้นใยแก้วนำแสงเช่นกัน โครงข่ายเส้นใยแก้วนำแสงหลักจึงเป็นทางด่วนข้อมูลที่รองรับการใช้งาน
เพื่อให้เห็นแนวทางการพัฒนาเครือข่ายเส้นใยแสง จึงขอนำเอาเทคโนโลยีเส้นใยแก้วนำแสงในระบบสื่อสารมานำเสนอ
สถานะปัจจุบันของเครือข่ายนนทรี
|
เครือข่ายนนทรีใช้เส้นใยแก้วนำแสง โดยมีแถบกลางเป็นเอทีเอ็มสวิตช์
ทำงานที่แถบกว้าง 155 Mbps จุดเด่นของเอทีเอ็มสวิตช์อยู่ที่การสร้างช่องสื่อสารย่อยให้คงค่าการบริการคุณภาพ (Quality of Service) โดยเฉพาะการสื่อสารทางเสียง วิดีโอ หรือมัลติมีเดีย โครงข่ายหลักนนทรีเน็ตมีโครงสร้างแถบกลางเป็นเอทีเอ็ม
โดยวางโครงสร้างเอทีเอ็มกลางสามเครื่องต่อเป็นวงรอบเพื่อทำงานในลักษณะทดแทนกันได้ เมื่อมีส่วนหนึ่งส่วนใดเกิดปัญหา
โครงสร้างเครือข่ายกลางเมื่อใช้กับข้อมูลจำเป็นต้องมีการสร้าง LANE (Lan Emulation) คือ สร้างเครือข่ายย่อยจำลองและสร้างเครือข่ายแบบเครือข่ายแลนเสมือน (Virtual Lan) หรือเรียกว่า วีแลน
รูปที่ 1 โมเดลโครงสร้างการกระจายเครือข่ายผ่านแบกโบนเอทีเอ็มและอีเทอร์เน็ตบนเครือข่ายนนทรีปัจจุบัน
การใช้เครือข่ายในปัจจุบันจึงเน้นเส้นทางการเชื่อมโยงเครือข่ายแบบทั่วถึงและแยกระดับ โดยมีแกนกลางแถบกว้าง 155
เมกะบิตต่อวินาที และแกนรอบนอกมีขนาด 100 เมกะบิต และ 10 เมกะบิตต่อวินาที
จุดมุ่งหมายของเครือข่ายกลางมีลักษณะสร้างความเชื่อมั่นสูงมีการทำงานแบบกระจายข้อมูล และใช้โปรโตคอล OSPF
รวมทั้งการกระจายโหลด หากมีเส้นทางใดเส้นทางหนึ่งมีปัญหาก็จะเลือกเส้นทางใหม่โดยอัตโนมัติ ทำให้ผู้ใช้งานสามารถใช้ระบบได้ตลอดโดยไม่ทราบปัญหาที่เกิดขึ้น
การพัฒนาเครือข่ายในปี 2544
|
เพื่อรองรับการขยายตัวและการใช้งานต่อไปในอนาคต การปรับปรุงและพัฒนาเครือข่ายแถบกลางจึงต้องปรับปรุงและเพิ่มเติม
โดยเฉพาะปัจจุบันเทคโนโลยีการสื่อสารข้อมูลบนเส้นใยแก้วนำแสงสามารถพัฒนาให้ได้ความเร็วจิกะบิตต่อวินาที อีกทั้งอุปกรณ์สวิตชิ่งแบบจิกะบิตอีเทอร์เน็ตที่ทำงานในระดับสาม
เป็นเทคโนโลยีที่จะทำให้การสื่อสารในระดับแถบกลางดีขึ้นกว่าเดิมได้อีกมาก สำนักบริการคอมพิวเตอร์จึงได้ดำเนินการจัดซื้อจิกะบิตอีเทอร์เน็ต จำนวน 4 ชุด เป็นแถบกลาง โดยพัฒนาปรับปรุงให้แถบกลางรับได้ 1,000 เมกะบิต
โมเดลใหม่จึงนำมาทดแทนเอทีเอ็มที่ใช้งานอยู่ โดยโมเดลนี้กำลังอยู่ระหว่างการดำเนินการซึ่งจะแล้วเสร็จประมาณเดือนกรกฎาคม
2544 นี้ เมื่อเครือข่ายแบกโบนกลางมีความเร็วแบบจิกะบิต จะทำให้การเชื่อมโยงภายในมีความรวดเร็ว และรองรับการใช้งานได้เพิ่มขึ้นกว่าเดิมอีกมาก
อุปกรณ์ที่จะนำมาเป็นสวิตช์ระดับสาม แถบกลางแบบเอทีเอ็มคือ อีเทอร์เน็ตสวิตช์ Catalyst 6000
รูปที่ 2 โมเดลเครือข่ายนนทรีที่ปรับปรุงแถบกลางเป็นจิกะบิต
จากการออกแบบและดำเนินการให้แถบกลางเป็นจิกะบิตโดยใช้อุปกรณ์สวิตช์แบบระดับสามตามรูปที่ 2
จะเป็นเครือข่ายที่มีความน่าเชื่อถือได้สูง เพราะมีเส้นทางเลือกได้มากขึ้น การดูแลอุปกรณ์และการบริหารจัดการเครือข่ายทำได้ดีขึ้น
เมื่อนำโมเดลเครือข่ายใหม่และเครือข่ายเดิมเข้าสู่ระบบจำลองเครือข่าย (Network Simulator) พบว่า เครือข่ายใหม่ให้ประสิทธิภาพเชิงการประยุกต์ใช้งานได้ดีกว่าเดิมถึงกว่าสิบเท่า โดยสามารถรองรับจำนวนผู้ใช้ได้เพิ่มขึ้นอีกมาก
เครือข่ายจิกะบิตจึงเป็นเครือข่ายที่จะรองรับการใช้งานในอนาคตได้เป็นอย่างดี
|