การสร้างเครือข่ายภายในหน่วยงาน

แนวคิดการดำเนินการสารสนเทศภายในองค์กรประกอบด้วย สารสนเทศระดับบุคคล (personal) สารสนเทศระดับกลุ่มหรือ หน่วยงาน (workgroup) สารสนเทศระดับองค์กร (Campus หรือ Enterprise) โดยมีระบบการเชื่อมโยงสารสนเทศทั้งสามระดับ เข้าด้วยกัน การใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศในองค์กรจึงต้องสร้างเครือข่ายเชื่อมโยงระดับต่าง ๆ เข้าหากัน
ในระดับบุคคล เป็นระดับที่ผู้ปฏิบัติงานในองค์กรต้องใช้อุปกรณ์เครื่องมือเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้ตนเอง พีซีหรือไมโคร คอมพิวเตอร์จะเป็นอุปกรณ์ที่สำคัญ มีการพัฒนาอุปกรณ์เหล่านี้ให้มีขนาดเล็กลงจากระบบเดสท๊อป ก็มาอยู่บนตักหรือที่เรียกว่า แลปท๊อป จนในที่สุดเล็กลงเป็นโน้ตบุค และพกพาได้สะดวก เป็นปาล์มท๊อปใส่กระเป๋าติดตัวได้
ในระดับกลุ่ม เป็นการสร้างระบบสารสนเทศในหน่วยงาน เช่น ในภาควิชา ในคณะ และหน่วยงานย่อยภายใน การเชื่อมโยง เครือข่ายภายในเป็นวงแลน เพื่อการทำงานร่วมกันเป็นเวอร์กกรุฟ เครือข่ายเวิร์กกรุฟเป็นสิ่งที่หน่วยงานระดับคณะ แผนก ต้องให้ ความสำคัญ
ในระดับองค์กร หรือ enterprise เป็นระดับการเชื่อมโยงทุกเวอร์กกรุฟเข้าด้วยกัน หรือเชื่อมโยงระหว่างคณะเข้าด้วยกัน เครือข่ายนนทรี จึงเป็นเครือข่ายที่สำคัญของการเชื่อมโยงเวอร์กกรุฟในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ การออกแบบเครือข่ายนนทรีเน้นเพื่อการเป็นแบ็กโบน และเป็นเครือข่ายหลักของมหาวิทยาลัย และเชื่อมโยงกับหน่วยงานอื่น ภายนอก และเชื่อมระหว่างวิทยาเขต เมื่อเครือข่ายสมบูรณ์ระบบสารสนเทศทางด้านต่าง ๆ ขององค์กรก็ได้รับการพัฒนาให้ใช้ งานบนเครือข่าย เช่น ระบบลงทะเบียนสารสนเทศนิสิต ระบบการเงิน ระบบงบประมาณ ระบบบุคคล อาคารสถานที่ และ MIS ต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัย รวมทั้งรองรับงานทางด้านการเรียนการสอนและงานวิจัยของมหาวิทยาลัย
เครือข่ายระดับกลุ่มเป็นความรับผิดชอบของแต่ละหน่วยงาน การออกแบบเครือข่ายระดับกลุ่มจำเป็นต้องเป็นไปตามหลักวิชา และมีความเชื่อถือได้ โดยเฉพาะการเดินสายสื่อสารคอมพิวเตอร์ มีเทคนิควิธีเฉพาะ หากเกิดปัญหาจะทำให้เครือข่ายในเวิร์กกรุฟนั้นทั้งเวอร์กกรุฟมีปัญหา

การสร้างเครือข่ายเวิร์กกรุฟ

ระบบเครือข่ายเวอร์กกรุฟที่นิยมใช้คือ ระบบอีเทอร์เน็ต ตามมาตรฐาน 802.3 และเน้นรูปบบการเดินสายสัญญาณแบบ 10BASET คือใช้สายยูทีพีเป็นหลัก อุปกรณ์หลักของเครือข่ายกลุ่มใช้อีเทอร์เน็ตฮัพเป็นหลักดังรูป

รูปแบบเครือข่ายเวอร์กกรุ๊ปขนาดเล็ก

ลักษณะของอีเทอร์เน็ตมีการรับส่งข้อมูลตามโปรโตคอล CSMA/CD Carrier Sense Multiple Access/Corrision Detect กล่าวคือ แพ็กเก็ตของข้อมูลในกลุ่มฮัพเดียวกันเรียกว่า เซกเมนต์เดียวกัน ข้อมูลที่ส่งในเครื่องหนึ่งจะกระจายไปถึงทุกเครื่อง ดังนั้นถ้ามีเครื่องหนึ่งส่งข้อมูลพร้อมอีกเครื่องหนึ่งในฮัพเดียวกัน ข้อมูลมีโอกาสชนกันได้และถ้าชนกันก็จะทำให้การรับข้อมูล แพ็กเก็ตนั้นไม่ได้ และจะต้องส่งใหม ่ยิ่งเพิ่มความหนาแน่นของข้อมูล ดังนั้นข้อควรระวังในเวอร์กกรุฟที่ใช้ฮัพคือ
ไม่ควรพ่วงฮัพเกินกว่า 3 ตัว

การพ่วงฮัพเป็นผลทำให้พีซีอยู่ในกลุ่มเดียวกัน เพราะถ้ามีการส่งกระจายข้อมูล ข้อมูลแพกเก็ตนั้นจะกระจายถึงทุกพีซี ดังนั้นถ้าใช้พร้อมกันเกินกว่า 20 เครื่องจะมีปัญหาเรื่องความหนาแน่นข้อมูล และมีปัญหาการชนกันสูง การพ่วงฮัพลักษณะลูกโซ่ จึงทำให้ระบบยังอยู่ในเซกเมนต์เดียวกัน

การสร้างเครือข่ายที่ดีต้องแบ่งแยกเซกเมนต์

ปัญหาของเครือข่ายในกลุ่มที่พบเห็นส่วนใหญ่มักเกิดจาก การสร้างเครือข่ายสายในแบบไม่ถูกหลักการ และการเดินสาย สัญญาณขาดมาตรฐานที่ถูกต้อง
การสร้างเครือข่ายในกลุ่มหรือในคณะต้องมีการแบ่งแยกเซกเมนต์ย่อย เช่น บางหน่วยงานได้หมายเลขไอพีหนึ่งคลาส 256 หมายเลข เช่น 158.108.80.1-158.108.80.255 และใช้ไอพีทั้งหมดอยู่ในเซกเมนต์เดียว จึงทำให้ระบบข้อมูลภายใน มีการชนกันสูงมาก ประสิทธิภาพโดยรวมของระบบจะเสียไป และหากพีซีเครื่องใดเครื่องหนึ่งสร้างปัญหาจะส่งผลถึงทุกเครื่อง
สิ่งที่จะต้องกระทำคือ การแบ่งเซกเมนต์ย่อยในหน่วยงาน การแบ่งเซกเมนต์ย่อยทำได้โดยการใช้อุปกรณ์แบ่งที่เรียกว่า สวิตชิ่ง อุปกรณ์สวิตชิ่งมีหลายประเภท หลายระดับ หลายราคา ตามขีดความสามารถ ลักษณะการแบ่งเซกเมนต์ย่อยแสดงดังรูป
การแบ่งเซกเมนต์

การแบ่งด้วยสวิตชิ่งทำให้เครือข่ายแยกจากกันเป็นเซกเมนต์ย่อย ทำให้แต่ละเซกเมนต์เป็นอิสระจากกัน ข้อมูลจะไม่กระจาย ข้ามเซกเมนต์มาชนกัน และหากเกิดปัญหาก็จะจำกัดวงเฉพาะเซกเมนต์
การสร้างประสิทธิภาพของเครือข่ายระดับเวอร์กกรุฟ จำเป็นต้องได้รับการออกแบบให้เป็นไปตามมาตรฐาน โดยเฉพาะการ เดินสายภายในจะต้องเป็นไปตามมาตรฐาน IEEE568 หรือมาตรฐานการเดินสายภายในอาคาร มิฉะนั้นการใช้งานภายในอาจเกิด ปัญหาได้

สาระน่ารู้ประจำสัปดาห์, ฉบับที่ 21 : 5-11 มิถุนายน 2543
สำนักบริการคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์