เทคโนโลยีสารสนเทศมีบทบาทโดยตรงกับการสร้างความรู้ (knowledge constructor) ไอทีเป็นเครื่องมือช่วยรวบรวมข้อมูลข่าวสาร ความรอบรู้ การจัดระบบ การประมวลผล การส่งผ่านและสื่อสารด้วยความเร็วสูง และมีปริมาณมาก การนำเสนอและแสดงผลด้วยระบบสื่อต่าง ๆ ทั้งในด้านข้อมูล รูปภาพ เสียง ภาพเคลื่อนไหว และวิดีโอ อีกทั้งยังสามารถสร้างระบบการมีปฏิสัมพันธ์โต้ตอบ ทำให้การเรียนรู้ยุคใหม่ประสบความสำเร็จด้วยดี การเรียนรู้ยุคใหม่ใช้ขุมความรู้ที่เรียกว่า world knowledge ซึ่งมีแหล่งความรู้มากมายกระจายอยู่ทั่วโลก ผู้เรียนต้องเรียนรู้ได้มาก และรวดเร็ว อีกทั้งสามารถแยกแยะค้นหาข่าวสาร ตลอดจนการแสวงหาสิ่งที่ต้องการได้ตรงความต้องการ
การสร้างความรู้ (knowledge constructor) โดยใช้ไอทีเป็นเครื่องมือช่วยสนับสนุนผู้เรียนให้มีความกระตือรือร้น เปลี่ยนพฤติกรรมจากการเรียนรู้แบบเฉื่อยเฉย (passive) มาเป็นการเรียนรู้แบบแสวงหา มีทักษะในการเลือกรับข้อมูล วิเคราะห์ และสังเคราะห์ข้อมูลอย่างมีระบบ การออกแบบสร้างความรู้ เช่น การสร้างบทเรียนบนเว็บ การสร้างห้องเรียนจำลองแบบเสมือนจริง หรือการเรียนรู้แบบสองทางภายใต้ระบบการเรียนการสอนทางไกล จำเป็นต้องสร้างบทเรียนให้มีลักษณะที่สำคัญหลายอย่างประกอบร่วมกันตามความเหมาะสมดังนี้
การมีปฏิสัมพันธ์ มีลักษณะในการตอบโต้ระหว่างบทเรียนกับผู้เรียน ผู้เรียนกับผู้สอน ผู้เรียนกับผู้เรียน
ใช้สื่อผสม เพื่อการนำเสนอให้เห็นชัดเจนเข้าใจได้ง่าย
อิสระกับระยะทางและเวลา บทเรียนที่สร้างควรจะมีความเป็นอิสระที่จะทำให้ผู้เรียนเข้าถึงจากที่ห่างไกลได้ และไม่ขึ้นกับเวลา
เป็นระบบออนไลน์ เพื่อสามารถเข้าถึงบทเรียนได้ตลอดเวลา ผู้สร้างความรู้สามารถปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงแก้ไขได้ตลอดเวลา และทำให้น่าสนใจ ทันกับเหตุการณ์ตลอดเวลา
การเข้าถึงได้ทั่วโลก อินเทอร์เน็ตทำให้การเข้าถึงข้อมูลข่าวสารทำได้ทุกหนทุกแห่ง ไม่ว่าจะอยู่ที่ใดในโลก
การควบคุมกิจกรรม ผู้เรียนสามารถเข้าถึงและสามารถควบคุมกิจกรรมต่าง ๆ ภายใต้ความสนใจของผู้ศึกษาเอง
ความสะดวก เน้นการทำให้ผู้เรียนเรียนรู้จากระบบได้ง่าย โดยไม่จำเป็นต้องเข้าชั้นเรียน มีความยืดหยุ่นในการจัดการเรียนการสอน
ใช้ได้ง่าย โดยเน้นการติดต่อสื่อสาร การเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง
มีประสิทธิภาพ โดยเน้นการเรียนการสอนที่ได้ความรู้ตรงกับผู้เรียนและสามารถทำให้เรียนรู้ได้เร็ว
ต้นทุนต่ำ ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ต่ำกว่า เมื่อเปรียบเทียบกับการจัดการเรียนการสอนหรือการผลิตบทเรียนอื่น ๆ
ในการออกแบบและสร้างความรู้สำหรับบทเรียนเพื่อการเรียนการสอน มีแนวทางที่สำคัญเสมือนการพัฒนาระบบซอฟต์แวร์ทั่วไป ดังนี้
กำหนดเป้าหมาย เป็นขั้นตอนศึกษาและหาความต้องการของผู้เรียน กำหนดเป้าหมายในการเรียนรู้ ซึ่งต้องสอดคล้องกับความต้องการ การกำหนดและออกแบบต้องเน้นให้เกิดขึ้นตามเป้าหมายและกิจกรรมที่จะดำเนินการต่อไป
เก็บรวบรวมข้อมูล เป็นการเก็บเพื่อหาสาระและแนวคิดที่จะใช้ในระบบการเรียนการสอน
การสร้างบทเรียนที่ดีจะต้องมีการรวบรวมข้อมูลต่าง ๆ ที่จะนำมาใช้ในการสร้าง
ศึกษาเพื่อหาที่จะนำมาใช้สร้าง ผู้สร้างความรู้ที่ใช้ในระบบการเรียนการสอน ต้องมีความเชี่ยวชาญ
ต้องศึกษาเนื้อหาให้เข้าใจอย่างถ่องแท้ก่อน กำหนดเนื้อหา ระดับเนื้อหา ความเกี่ยวพันและเกี่ยวโยง การเชื่อมสัมพันธ์ที่จะทำให้ความรู้ผูกพันกันเป็นบทเรียน และจูงใจให้เรียนรู้
สร้างความคิด เพื่อจะได้แนวคิดและกิจกรรมรูปแบบใหม่ ผู้สร้างบทเรียนจำเป็นต้องมีความคิดริเริ่ม สร้างสรรและหาทางสร้างกิจกรรมการเรียนรู้รูปแบบใหม่ ๆ วัตถุประสงค์คือการสร้างกิจกรรมให้มีประสิทธิภาพ
การพัฒนาบทเรียน เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเทคนิค มาตรฐาน วิธีการ เช่น การพัฒนาเนื้อหาบนเว็บด้วยมาตรฐานที่รู้จักอย่างดี เช่น HTML การเข้าใจระบบโต้ตอบแบบสองทาง การพัฒนาด้านเครื่องมือที่ให้ช่วยสร้างบทเรียน ผู้พัฒนาบทเรียนควรศึกษาหาความรู้และเข้าใจเครื่องมือต่าง ๆ อย่างไรก็ดี ในปัจจุบันเครื่องมือที่ใช้สร้างบทเรียนทำได้ง่ายและเรียนรู้ ใช้งานได้ด้วยตนเอง การสร้างบทเรียนหรือสร้างเนื้อหาบนเครือข่ายจึงทำได้ด้วยตนเอง
การผลิตเนื้อหา การผลิตเนื้อหาอาจต้องใช้เทคนิคบางอย่างประกอบตั้งแต่การใช้ระบบกราฟิกส์ ระบบการสร้างภาพ สร้างวิดีโอ การเขียนลำดับการทำงานและการสร้างเนื้อหาบรรจุลงสื่อ หรือตัวกลาง หรือนำไว้ในเซิร์ฟเวอร์ต้น ๆ
การทดลองใช้และประเมินผล เนื้อหาที่สร้างขึ้นควรจะมีการประเมินผลที่สามารถดำเนินการได้ตามวัตถุประสงค์หรือไม่ ข้อมูลที่ได้จะนำไปใช้ในการปรับปรุงระบบต่อไป การประเมินผลถือว่าทำให้เกิดการป้อนกลับและรับรู้ข้อบกพร่องต่าง ๆ ของการใช้งาน

การสร้างเนื้อหาตามแนวคิด knowledge construction
การออกแบบความรู้ตามแนวคิดของการสร้างสรรความรอบรู้ที่ใช้ในหลักการของปัญญาประดิษฐ์ กล่าวคือ การสร้างความรอบรู้ในระบบการเรียนรู้ของเครื่องจักรเพื่อสร้างระบบ ฐานความรอบรู้ และใช้ในระบบ expert system มีดังนี้
- สร้างรูปแบบความรู้จากสิ่งที่รู้แล้วไปสู่สิ่งที่ไม่รู้ โดยสร้างจากความรู้พื้นฐาน (primitive knowledge) สู่ความรู้ใหม่ โดยถือว่าความรู้ใหม่เกิดจากการนำเอาความรู้เดิมมาผสมผสานและถ่ายทอดออกมาได้
- มีความสมดุลย์เหมาะสมระหว่างการเรียนรู้ได้แบบอนุมาน (deductive) และอุปมาน (inductive) คือสามารถเรียนได้จากเรื่องทั่วไปไปสู่เรื่องที่เฉพาะเจาะจง และเรียนจากเรื่องเฉพาะเจาะจงไปสู่หลักการ หรือให้มีความสมดุลย์
- ให้สามารถสร้างความคิดเพื่อหาข้อสรุป โดยการให้เหตุผลได้ ข้อสรุปที่เกิดขึ้นอาจมาจากการให้เหตุผลแบบ backward reasoning หรือแบบ forward reasoning คือจากเหตุมาผล หรือจากผลมาเหตุได้
- การสร้างระบบเนื้อหาอาจเน้นจากการลองของผู้เรียนเพื่อให้เกิดความผิดพลาด แล้วนำความผิดพลาดมาใช้ให้เกิดประโยชน์เพื่อเรียนรู้ เพื่อหาข้อผิดพลาดและแก้ไขข้อผิดพลาด
- การสร้างทักษะเพื่อแสวงหาความรู้และศึกษาเรียนรู้ได้ด้วยตนเองอย่างมีกระบวนการ เช่น ทบทวนความรู้เดิมแสวงหาความรู้ใหม่ที่เชื่อมโยงกับความรู้เดิม วิเคราะห์และสังเคราะห์ความรู้
บทบาทของการสร้างเนื้อหาในยุคไอทีเพื่อการเรียนการสอนจะมีมากขึ้น ครูกำลังเปลี่ยนบทบาทจากการสอนมาเป็นผู้สร้างขบวนการเรียนรู้ให้เกิดขึ้น และให้นักเรียนใช้ไอทีเพื่อการเรียนรู้ที่มากและรวดเร็ว
|