|
การวางโครงสร้างพื้นฐานทางด้านไอทีของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ได้เริ่มมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2534
เราเริ่มมีเครือข่ายคอมพิวเตอร์เชื่อมโยงระหว่างหน่วยงานและใช้งานกันมานานแล้ว
จนในปัจจุบันทุกหน่วยงานของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์สามารถเข้าถึงเครือข่ายนนทรีได้หมด
และเชื่อมโยงต่อออกสู่ภายนอกผ่านทางอินเทอร์เน็ตได้
เรามีแบกโบนหลักที่เป็นถนนข้อมูลข่าวสารแบบเส้นใยแก้วนำแสงเชื่อมโยงเข้าหากัน
ทำให้ทุกอาคารของมหาวิทยาลัยต่อเชื่อมอยู่บนเครือข่าย และยังเชื่อมโยงระหว่างวิทยาเขตได้ครบสมบูรณ์
อีกทั้งโครงสร้างการดำเนินการกำหนดแอดเดรส ทำให้เครือข่ายนนทรีมีลักษณะเป็นอินทราเน็ตที่สมบูรณ์ทุกเครื่อง
ทุกอุปกรณ์ที่ต่ออยู่บนเครือข่ายนนทรีล้วนมีไอพีแอดเดรส ในกลุ่มหมายเลข 158.108 ทั้งสิ้น
การควบคุมบริหารข้อมูลภายในเครือข่ายจึงทำได้ง่าย
เมื่อฐานการเข้าถึงเครือข่ายทำได้อย่างทั่วถึง การสร้างคุณค่า และหาประโยชน์จากเครือข่ายนนทรีจึงทำได้อีกมากมาย
งานสำคัญงานหนึ่งที่เป็นเป้าหมาย และเป็นงานที่จะต้องเกิดขึ้นภายในเครือข่ายในไม่ช้านี้ งานที่ลดการใช้กระดาษและเอกสาร
สิ่งพิมพ์ต่าง ๆ ลง และหันมาใช้กระดาษอิเล็กทรอนิกส์แทน โครงการพัฒนาระบบสำนักงานอัตโนมัติภายในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
หรืออาจเรียกสั้น ๆ ว่า e-Office
ลักษณะที่สำคัญของ e-Office
หากพิจารณาการดำเนินงานตามสภาพความเป็นจริงในหน่วยงานของมหาวิทยาลัยพบว่า ภายในมหาวิทยาลัยในแต่ละวันมีการใช้เอกสารกันเป็นจำนวนมาก
ส่วนหนึ่งของเอกสารมาจากนอกมหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นการติดต่อมาจากหน่วยงานต่าง ๆ ภายนอกมหาวิทยาลัย
เอกสารที่มาจากภายนอกจะได้รับการลงรับที่หน่วยงานกลาง เช่น กองกลาง ของสำนักงานอธิการบดี
จากนั้นจะแยกแยะ จำแนก และส่งต่อ เอกสารหลายชิ้นต้องทำการคัดลอกถ่ายสำเนาแล้วส่งต่อ
โดยเฉพาะการส่งกระจายเพื่อการรับรู้หรือแจ้งเพื่อทราบ
กองกลางหรือหน่วยงานกลางของมหาวิทยาลัย จะต้องส่งหนังสือหรือเอกสารไปยังหน่วยงานต่าง ๆ
โดยเฉพาะหน่วยงานต่าง ๆ ที่อยู่กระจาย หรืออยู่ที่ห่างไกลย่อมต้องใช้เวลาในการขอส่งข้อมูล
ขณะเดียวกัน เอกสารจำนวนมากมีลักษณะการเดินทางแบบทางเดียวและมีลักษณะแจ้งให้ทราบ
นอกจากนี้ยังมีเอกสารที่กระจายแบบหนึ่งต่อหนึ่ง หรือหนึ่งไปหลาย ๆ หน่วยงาน
หน่วยงานในมหาวิทยาลัยมีจำนวนมากก็เป็นแหล่งที่สร้างกำเนิดเอกสารต่าง ๆ เช่นกัน
เอกสารเหล่านี้อาจจะเป็นหนังสือราชการ ติดต่อสื่อสาร หรือการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ
การดำเนินกิจกรรมใช้เอกสารเป็นตัวนำ ดังนั้นหน่วยงานทุกแห่งในมหาวิทยาลัย
จะทำงานในลักษณะที่เป็นผู้รับข่าวสาร และเป็นผู้สร้างข่าวสารเพื่อการกระจายต่อออกไป
การดำเนินการจึงเป็นการกระทำที่เชื่อมโยงกันอย่างทั่วถึง
รูปที่ 1 การเปลี่ยนแปลงสภาพการทำงานของ e-Office จากที่ต้องส่งเอกสารจริงไปปลายทาง มาเป็นหน่วยงานปลายทางเรียกเข้ามารับเอกสารที่เซิร์ฟเวอร์
กลไกที่เปลี่ยนจากอานาล็อกมาเป็นดิจิตอล
เห็นได้ชัดว่า เอกสารที่เป็นกระดาษเดิมที่เข้ามาจากภายนอกจะได้รับการปรับเปลี่ยนให้เป็นเอกสารดิจิตอล
แล้วนำมาเก็บไว้ที่เซิร์ฟเวอร์ กลไกที่สำคัญที่จะต้องกระทำคือ การแปลงเอกสารกระดาษให้เป็นเอกสารดิจิตอล
โดยปกติเอกสารที่สร้างมักจะสร้างด้วยเวิร์ดโปรเซสซิ่ง ซึ่งก็เก็บเป็นไฟล์อยู่แล้ว ดังนั้นเอกสารภายในที่ใช้ในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ที่เป็นเอกสารเวิร์ดโปรเซสซิ่ง จึงสามารถปรับปรุงให้เป็นดิจิตอลได้ทันที
แต่สำหรับเอกสารที่เป็นกระดาษก็สามารถแปลงให้เป็นดิจิตอลได้ไม่ยากด้วยการใช้เครื่องสแกนเนอร์
แปลงเป็นรูปภาพและเก็บไว้ในเซิร์ฟเวอร์ได้เช่นกัน
รูปที่ 2 โฮมเพจระบบสำนักงานอัตโนมัติ
สิ่งที่สำคัญคือ หากเอกสารเกิดที่ใด หรือเข้าที่ใด หรือหน่วยงานที่รับผิดชอบต่อเอกสารหน่วยแรกได้ดำเนินการแปลงเอกสารให้เป็นดิจิตอลได้แล้ว
ขบวนการทำงานในขั้นต่อมาจะกระทำได้ง่าย ทั้งการจัดเก็บ การประมวลผล การส่งต่อ หรือการนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์
เอกสารทุกชิ้นที่เป็นดิจิตอลสามารถส่งไปบนเครือข่ายด้วยความเร็วเท่ากับแสง โดยเฉพาะการทำงานบนเครือข่ายย่อมทำให้ลดระยะเวลาของการดำเนินการลงได้มาก
ผู้ใช้ส่งข้อมูล หรือรับข้อมูลได้ทันทีทันใด
พฤติกรรมการทำงานต้องเปลี่ยนแปลง
งานระบบสำนักงานอัตโนมัติจะประสบผลสำเร็จได้ต้องอาศัยการดำเนินการร่วมกันทั้งระบบ ตั้งแต่จุดเกิดของเอกสารหนังสือ
จุดรับเอกสารหนังสือต้องแปลงเอกสารให้เป็นดิจิตอล และจัดเข้าสู่ระบบ สำหรับผู้ใช้เอกสารจะเป็นผู้ขอรับเอกสารแบบเดิมที่มีคนนำเอกสารมาส่งไม่ได้แล้ว
จะต้องเป็นผู้เรียกเข้าไปในเซิร์ฟเวอร์เพื่อรับเอกสารมาเอง
การทำงานภายในองค์กรจึงต้องเปลี่ยนมาเป็นแบบเชิงรุกคือ วิ่งเข้าหาข้อมูลข่าวสารคือ การเรียกเข้าไปในเซิร์ฟเวอร์
เพื่ออ่าน นำเอกสารมาใช้ หรือคัดลอกมาดำเนินการต่อ
การทำงาน e-Office ต้องเป็นขั้นตอน
เมื่อหน่วยงานต่าง ๆ ในมหาวิทยาลัยเรียนรู้และเข้าใจการใช้เอกสารอิเล็กทรอนิกส์ดีแล้ว การใช้เอกสารอิเล็กทรอนิกส์จะแพร่หลาย
โดยเฉพาะผู้สร้างจะสร้างเพียงครั้งเดียว จากนั้นกระจายร่วมกันใช้ได้ทุกหน่วยงาน
เมื่อเอกสารภายในมหาวิทยาลัยเป็นเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ การดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ แบบอิเล็กทรอนิกส์ ก็เกิดตามมาได้อีกหลายอย่าง เช่น
วาระการประชุม และเอกสารประชุมเป็นอิเล็กทรอนิกส์ เราก็จะทำ e-Meeting หรือการประชุมแบบอิเล็กทรอนิกส์ได้
มีการนัดหมายหรือส่งหนังสือเชิญแบบอิเล็กทรอนิกส์
มีการดำเนินการภายในอีกหลายเรื่องที่เกี่ยวกับข้อมูลข่าวสารที่ทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงาน
งาน e-Office จึงสร้างคุณค่าการทำงานได้มาก
มหาวิทยาลัยจะได้อะไรถ้าหันมาใช้ e-Office
สิ่งที่เด่นชัดของการดำเนินการ e-Office คือ การเพิ่มคุณค่า หรือมูลค่าเพิ่มจากสิ่งที่มีอยู่แล้ว ทุกวันนี้มีเครือข่ายนนทรีเป็นเครือข่ายที่สมบูรณ์ เป็นเครือข่ายที่เข้าถึงได้ง่าย
เป็นเครือข่ายที่ใช้ประโยชน์และแสดงความก้าวหน้าของมหาวิทยาลัย การเพิ่มงาน e-Office จึงเป็นการเพิ่มโดยไม่ต้องลงทุนเพิ่มมากนัก
การทำงานภายในของมหาวิทยาลัยจะรวดเร็วขึ้น การส่งเอกสารระหว่างกันจะรวดเร็ว แม้การส่งข้ามวิทยาเขตก็จะไปได้ทันที
ส่งผลในการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานโดยรวมของมหาวิทยาลัย การเน้นในเรื่องความเร็วและเวลาเป็นสิ่งที่ได้ประโยชน์อย่างชัดเจน
การจัดการเอกสารของมหาวิทยาลัยจะดีขึ้น จะมีการจัดหมวดหมู่และเรียกใช้เอกสารย้อนหลังได้ง่ายขึ้น
ระบบการค้นหาเอกสารจะทำให้เข้าถึงเอกสารในรายละเอียดได้มากขึ้น
สิ่งสำคัญอย่างมากคือ การลดกระดาษ การลดพื้นที่การเก็บเอกสาร หากลดการใช้กระดาษ ย่อมหมายถึงการลดค่าใช้จ่ายของมหาวิทยาลัยลงไปได้มาก
e-Office จะสำเร็จหรือไม่ขึ้นอยู่กับประชาคมที่เป็นผู้ใช้ จะต้องเปลี่ยนพฤติกรรมมาใช้เอกสารแบบ e-Document ให้มากขึ้น
|