ดร.ภาณี ทองพำนัก และคณะ
ฝ่ายปฏิบัติการวิจัยและเรือนปลูกพืชทดลอง สถาบันวิจัยและพัฒนาแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม ได้ศึกษาเครื่องหมายโมเลกุล ระดับดีเอ็นเอ เพื่อจัดทำมาตรฐานลายพิมพ์ดีเอ็นเอ สำหรับใช้เป็นเอกลักษณ์ประจำพันธุ์พืช โดยได้เก็บรวบรวมดีเอ็นเอของพืชพื้นบ้าน 5 ชนิด จากจังหวัดลำพูน เชียงใหม่ เชียงราย ลำปาง น่าน นครราชสีมา สมุทรสงคราม และนครปฐม ได้แก่ มะเกี๋ยง 450 สายต้น หว้า 120 สายต้น ชมพู่ 87 สายต้น ลิ้นจี่ 120 สายต้น ลำไย 121 สายต้น ทำการวิเคราะห์ดีเอ็นเอ ด้วยเทคนิค RAPD (Random Amplified Polymorphic DNA) และ AFLP Amplified Fragment Length Polymorphism) พบว่า RAPD markers แสดงความหลากหลายภายในพันธุ์อย่างเด่นชัด ในมะเกี๋ยงและหว้า บ่งชี้ว่าสามารถใช้เทคนิค RAPD ในการศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างสาย ต้น และช่วยคัดเลือกพ่อแม่พันธุ์ในการปรับปรุงพันธุ์มะเกี๋ยงและหว้าได้ AFLP มีประสิทธิภาพดีกว่า RAPD โดยที่ AFLP markers ของลิ้นจี่ ลำไย ชมพู่พันธุ์ต่าง ๆ มีความแตกต่างระหว่างพันธุ์ทุกพันธุ์ อีกทั้งให้ความแตกต่างระหว่างสายต้นภายในพันธุ์ที่มีชื่อเดียวกันอีกด้วย AFLP สามารถยืนยันเอกลักษณ์ของดีเอ็นเอสายต้นใดสายต้นหนึ่งได้โดยเฉพาะได้ชัดเจน และทำซ้ำยืนยันผลได้ดังเดิม และตรวจสอบได้แม้แต่ชมพู่ที่ได้จากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อแล้วเกิดความแปรปรวนทางพันธุกรรม (somaclonal variation)

AFLP markers ของชมพู่พันธุ์ต่าง ๆ และความแตกต่างระหว่างสายต้นภายในพันธุ์เดียวกัน

งานวิจัยทางเคมีเพื่อใช้ประโยชน์จากพืชและสมุนไพร
สุรัตน์วดี จิวะจินดา
จัดแสดงผลงานวิจัยต่าง ๆ เพื่อการใช้ประโยชน์จากพืชที่มีอยู่ในประเทศไทยคือ

โครงการวิจัยและพัฒนาทรัพยากรพืชพรรณพื้นเมืองภาคตะวันตกเพื่อเป็นพืชเศรษฐกิจใหม่ : หว้า
ดร.เพิ่มพงษ์ ศรีประเสริฐศักดิ์ และคณะ
หว้า เป็นพันธุ์ไม้ยืนต้นในท้องถิ่นที่มีปลูกและขึ้นอยู่ทั่วไปในภาคตะวันตก มีชื่อพื้นเมืองว่า ห้าขี้แพะห้า และมะห้า หว้ามีผลผลิตสูงประมาณ 150-300 กิโลกรัมต่อต้นเมื่ออายุ 10-15 ปี ผลสุกสีม่วงดำ ติดผลในช่วงเดือนมีนาคม - พฤษภาคม ส่วนต่าง ๆ ของหว้าสามารถนำมาใช้อุปโภคและบริโภคได้เกือบทั้งหมด เช่น ต้นสามารถใช้ปลูกบ้าน ทำเฟอร์นิเจอร์ และวัสดุใช้สอยต่าง ๆ เปลือและผลแก่ใช้ย้อมผ้า ส่วนใบยอดรับประทานสด เปลือกต้มน้ำดื่มแก้บิด เมล็ดใช้ถอนพิษจากเมล็ดแสลงใจ ผลดิบแก้ท้องเสีย ผลสุกรับประทานสด หรือตากแห้งบดทั้งเมล็ดใช้ลดปริมาณน้ำตาลในเลือด
จากการวิจัยหว้าทั้งหมด 95 ต้น ของฝ่ายปฏิบัติการวิจัยและเรือนปลูกพืชทดลอง สถาบันวิจัยและพัฒนาแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม พบว่า พันธุ์ KIP 79.41 3A มีศักยภาพสูงที่จะนำมาปลูกและใช้ประโยชน์จากผล ที่สามารถนำมาแปรรุปเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เช่น ไวน์ น้ำผลไม้พร้อมดื่ม แยม เยลลี่ วุ้น และผลิตภัณฑ์อาหารเสริม เป็นต้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลแก่เมื่อแปรรุปเป็นไวน์และน้ำผลไม้พร้อมดื่ม เป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความสนใจสูงเป็นที่ยอมรับของผู้บริโภคอย่างกว้างขวางทั่วประเทศ นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์จากผลไม้ไทยพื้นเมืองในท้องถิ่นอื่น ๆ ที่มีศักยภาพสูงที่อยู่ระหว่างการวิจัยและพัฒนาร่วมกับหว้าเพื่อให้เป็นพืชเศรษฐกิจใหม่ เช่น มะหวด มะขามป้อม มะยมฝรั่ง มะยม มะกอกน้ำ มะขามเปรี้ยว มะเม่า และมะเฟือง เป็นต้น

การดัดแปลงพันธุกรรมมะละกอและพริกเพื่อเสริมสร้างความต้านทานต่อโรคไวรัส

มะละกอและพริกเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศไทย ซึ่งมีการบริโภคภายในประเทศอยู่ในระดับสูง และการส่งออกผลสดและผลิตภัณฑ์แปรรูปของพืชทั้ง 2 ชนิด สามารถนำรายได้เข้าสู่ประเทศเป็นจำนวนมาก แต่ในปัจจุบันผลผลิตมะละกอและพริกได้รับความเสียหายอย่างมาก อันเนื่องจากการระบาดของโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัส โดยมีเชื้อไวรัสโรคใบด่างจุดวงแหวน และเชื้อไวรัสโรคเส้นใบด่างประ เป็นสาเหตุสำคัญที่สร้างความเสียหายต่อผลผลิตมะละกอและพริกตามลำดับ ทั้งนี้แนวทางการแก้ปัญหาที่ผ่านมา อาทิ การคัดหาพันธุ์ต้านทานด้วยวิธีการผสมข้ามพันธุ์แบบดั้งเดิม ยังไม่สามารถบรรลุวัตถุประสงค์ขั้นสมบูรณ์ในอันที่จะสร้างพันธุ์พริกหรือมะละกอที่ต้านทานโรคได้ และการใช้วิธีปลูกวัคซีนให้กับต้นกล้ามะละกอนั้น เป็นเพียงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเท่านั้น
ด้วยปัญหาและอุปสรรคในการแก้ปัญหาดังกล่าว หน่วยปฏิบัติการพันธุวิศวกรรมด้านพืช จึงได้พัฒนาการใช้เทคโนโลยีชีภาพและพันธุวิศวกรรม ร่วมกับการประยุกต์ใช้องค์ความรู้ด้านไวรัสวิทยาระดับโมเลกุล ในการพัฒนามะละกอและพริกจำลองพันธุ์ต้านทานโรคไวรัส จนถึงขณะนี้โครงการวิจัยประสบความสำเร็จและมีความก้าวหน้าเป็นที่น่าพอใจอย่างมาก มะละกอจำลองพันธุ์และพริกจำลองพันธุ์ที่ได้รับการพัฒนาขึ้น สามารถต้านทานโรคไวรัสได้ดีภายใต้การทดสอบในโรงเรือน และยังคงไว้ซึ่งลักษณะที่ดีของพันธุ์ปกติ ได้แก่ ความสูงของต้น ลักษณะเนื้อและสีของผล เป็นต้น อย่างไรก็ตามพืชจำลองพันธุ์ทั้งสอง ยังต้องการการทดสอบอีกบางประการ เพื่อให้แน่ใจว่าลักษณะที่ดีดังกล่าว โดยเฉพาะความสามารถในการต้านทานโรค สามารถส่งผ่านไปสู่รุ่นลูกหลานได้อย่างคงที่

มะละกอจำลองพันธุ์และพริกจำลองพันธุ์
ภายในโรงเรือน ณ หน่วยปฏิบัติการพันธุวิศวกรรมด้านพืช
หมายเหตุ : การวิจัยเพื่อสร้างพืชจำลองพันธุ์ และการทดสอบพืชจำลองพันธุ์ในโรงเรือนทุกประเภท กระทำภายใต้ข้อกำหนดและระเบียบของคณะกรรมการระดับสถาบันด้านความปลอดภัยทางชีวภาพ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ภายใต้การดูแลของคณะกรรมการกลางด้านความปลอดภัยทางชีวภาพ

จีโนมข้าวกับการปรับปรุงพันธุ์ข้าว
ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ :
ดร. อภิชาติ วรรณวิจิตร
การศึกษาจีโนมข้าวจะเปิดโอกาสให้มีการเชื่อมโยงข้อมูลของสารพันธุกรรม เพื่อนำมาใช้ในการค้นหายีนในข้าวพื้นเมืองและข้าวป่าของไทย โดยวิธีการหาตำแหน่งยีน โดยมีวัตถุประสงค์หลักคือ เพื่อค้นหายีนโดยวิธีหาลำดับเบสของมวลสารพันธุกรรมที่มีในข้าว แล้วนำมาประยุกต์ให้เห็นประโยชน์ต่อการหายีนทุกชนิดในข้าวไทย โดยเฉพาะข้าวพื้นเมืองและข้าวป่าตามลำดับ ความสำคัญของยีน เช่น ยีนที่เกี่ยวกับคุณภาพหุงต้ม ความหอม โภชนาการ ความทนทานแล้งและน้ำท่วม ความต้านทานโรคไหม้ เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล และเพื่อเรียนรู้กระบวนการหาลำดับเบสจากจีโนมขนาดใหญ่ เป็นแนวทางทำให้ประเทศไทยมีขีดความสามารถในการดำเนินการโครงการ ในลักษณะเดียวกันนี้ได้ด้วยตนเองในอนาคต ซึ่งปัจจุบันได้นำเอาข้อมูลดังกล่าวมาประยุกต์ใช้ในโครงการปรับปรุงพันธุ์ข้าว โดยใช้วิธีการศึกษาตำแหน่งยีนได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น การปรับปรุงพันธุ์ข้าวหอมนิล พันธุ์ข้าวหอมกำแพงแสน และพันธุ์ข้าวหอมที่มีลักษณะต้านทานโรคแมลง อีกทั้งยังทนทานต่อสภาพแวดล้อมที่แปรปรวน

จัดทำโฮมเพจโดย : สำนักบริการคอมพิวเตอร์, 22 สิงหาคม 2544