ชาเป็นพืชเศรษฐกิจหนึ่งทางภาคเหนือ แมลงศัตรูที่สำคัญคือ เพลี้ยไฟที่เข้าทำลายยอดใบชา ปกติเราจะเก็บเฉพาะยอดใบชามาผ่านการอบและนำไปชงดื่ม ถ้าหากเพลี้ยไฟระบาดมาก เข้าทำลายยอดใบชาก็จะทำให้คุณภาพของชาเสียไปได้

ฉะนั้น จึงจำเป็นที่จะต้องป้องกันการระบาด ซึ่งวิธีการป้องกันกำจัดจะใช้สารเคมีไม่ได้ เนื่องจากว่าชาเป็นพืชที่เราต้องนำไปดื่มโดยรง ถ้าเกิดใช้สารเคมีกำจัดก็จะเป็นอันตรายต่อผู้บริโภคได้ จากการศึกษาพบว่า การกำจัดตัวเพลี้ยไฟที่เข้าไปดูดกินน้ำเลี้ยงของใบอ่อนนั้น สามารถนำวิธีกลมาใช้ได้ ผลคือ การให้น้ำ ซึ่งวิธีการให้น้ำแทนที่เราจะปล่อยน้ำไปตามโคนต้น แต่ใช้การพ่นน้ำ โดยการใช้สปริงเกอร์พ่นน้ำแทน เพราะเมื่อเพลี้ยไฟโดนน้ำแล้วจะตกลงไปที่พื้นและไม่สามารถขึ้นมาได้ และถ้าช่วงไหนที่ชาเริ่มมีดอกต้องสังเกตบริเวณกลีบดอกให้ดี เพราะเพลี้ยไฟมักจะหลบความร้อนไปซ่อนในบริเวณกลีบดอก และเข้าทำลายใบชา และผลเสียอีกประการหนึ่งของการปล่อยให้มีดอกก็คือ เรื่องของคุณค่าของชาจะลด เนื่องจากอาหารแทนที่จะมาเลี้ยงที่ยอดชา ก็จะต้องมาเลี้ยงดอกชาแทน เพราะฉะนั้นถ้าเกษตรกรยังปล่อยให้ชามีดอกอยู่ ก็จะทำให้คุณภาพของชาและความอวบของชาลดลง อีกทั้งเมื่อเราทราบว่าดอกชาเป็นที่อาศัยของเพลี้ยไฟแล้วเราก็ควรจะทำลาย ซึ่งวิธีการทำลายก็คือเก็บดอกไปทำลายโดยการเผานอกแปลง เหล่านี้ล้วนแต่เป็นวิธีการที่เกษตรกรโดยทั่วไปสามารถที่จะจดจำและนำไปใช้ได้ไม่ยากนัก


จัดทำโฮมเพจโดย : สำนักบริการคอมพิวเตอร์, 6 ตุลาคม 2546