เรือเหาะลำแรกของประเทศไทย

นายก รมต.ทักษิณ สนใจเรือเหาะผลงานชิ้นเยี่ยมของคณะวิศวกรรมศาสตร์ มก.

ภายหลังการแถลงข่าวเปิดตัวเรือเหาะก๊าซฮีเลียมไร้คนลำแรกของประเทศไทย ผลงานอาจารย์ภาควิชาวิศวกรรมการบินและอวกาศยาน ในช่วงเดือนกันยายนที่ผ่านมา นอกจากจะได้รับความสนใจการสื่อมวลชนแขนงต่าง ๆ ร่วมทำข่าวเป็น จำนวนมากอย่างต่อเนื่องแล้ว ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี พ.ต.ท. ดร.ทักษิณ ชินวัตร ได้ให้ความสนใจผลงานวิจัยเรือเหาะลำนี้มาก และจะเข้าร่วมชมการสาธิตการนำเรือเหาะขึ้นบินจริงในเดือนตุลาคมนี้ด้วย

เรือเหาะก๊าซฮีเลียม อากาศยานลอยฟ้าเอนกประสงค์ลำนี้ ขณะนี้ได้สำเร็จสมบูรณ์ผ่านการทดลองนำขึ้นบินจริงพร้อมใช้งาน ในหลากหลายภารกิจที่ผู้ใช้ต้องการทั้งในงานสำรวจภูมิภาคอากาศ สำรวจภูมิประเทศในพื้นที่หูบเขาจับต่อสํญญาณโดยเรือเหาะลำนี้สามารถทำหน้าที่เป็นเสาอากาศเครื่อนทีทำการบินเข้าไปในพื้นที่ ลอยตัวขึ้นสูงกว่าภูมิประเทศที่ถูกบดบังสัญญาณ สามารถเคลื่อนตัวและหาตำแหน่งที่เหมาะสมในการส่งหรือรับสัญญาณได้อย่างเหมาะสม หน่วยงานทั้งกองทัพบก กองทัพเรือ สนใจนำไปใช้ในภารกิจด้านการทหาร

เรือเหาะลำแรกของประเทศไทย

เรือเหาะลำนี้มีชื่อที่ถูกตั้งเรียกว่า เรือเหาะอาภากร นับเป็นอากาศยานลอยฟ้าเอนกประสงค์ ที่สร้างขึ้นโดยฝีมือของวิศวกรคนไทยโดยแท้ไม่ได้ซื้อเทคโนโลยีจากต่างประเทศมี รศ.ดร.ปองวิทย์ ศิริโพธิ์ อดีตวิศวกรอาวุโสของ Dowry Aerospace Los Angeles ( Boeing Hydraulic Unit Cooperation ) ปัจจุบันเป็นอาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมการบิน และอวกาศยานเป็นหัวหน้าโครงการทำการบินทดสอบมาแล้ว 5 ครั้ง ในสมรรถนะการบินขึ้นได้สูงสุด 3,000 ฟุต และหากใช้เครื่องวิทยุสื่อสารที่มีกำลังสูง เรือเหาะลำนี้สามารถบินได้สูงสุดมากกว่า 15,000 ฟุต ซึ่งเท่ากับครึ่งหนึ่งของความสูงปกติในการบินของเครื่องบิน พร้อมสามารถส่งข้อมูลสื่อสารต่าง ๆ ลงมาบนพื้นดินด้วยอุปกรณ์ต่าง ๆ ตามแต่ภารกิจที่ผู้ใช้จะนำไปใช้ ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายรูปโดยการติดกล้องโทรทัศน์ติดอุปกรณ์วิทยาศาสตร์ และการทดลองต่าง ๆ ในชั้นบรรยากาศ สามารถใช้เป็นสถานีรับ-ส่งสัญญาณ ในการเฝ้าสังเกตการณ์ทางการทหาร หรือใช้ในการถ่ายทอดสัญญาณโทรทัศน์จากจังหวัดหนึ่งไปยังอีกจังหวัดหนึ่ง มีจุดเด่นที่ความปลอดภัยสูง อัตราการร่วงหล่นน้อยมากหรือไม่มีเลยและโอกาสการติดระเบิดหรือเกิดเพลิงไหม้ ไม่สามารถเกิดขึ้นได้ เพราะใช้ก๊าซฮีเลียมซึ่งไม่ติดไฟ และไม่เป็นอันตรายต่อมมนุษย์

รศ.ดร.ปองวิทย์ ศิริโพธิ์ เปิดเผยว่า "จากเป้าหมายเริ่มแรกในการสร้างเรือเหาะลำนี้ตั้งใจทำขึ้นเพื่อที่จะให้ภาควิชาวิศวกรรมการบินฯ ได้มียานอวกาศของตนเองใช้ในการเรียน การสอน การวิจัย และงานทดสอบต่าง ๆ จึงได้ขอรับทุนสนับสนุนสถาบันวิจัยแห่งชาติและได้รับทุนสนับสนุนในปี 2536 ให้ทำวิจัยเรื่อง การออกแบบและการสร้างเรือเหาะก๊าซฮีเลียมไร้คนขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ในวงเงินสนับสนุน 1.4 ล้านบาท ใช้เวลาช่วง 3 ปีแรกในการออกแบบเรือเหาะขนาดความยาวลำตัว 8 เมตร สูง 3 เมตร โดยใช้โพลิเมอร์เป็นวัสดุ ทำลำตัวเรือเหาะ และออกแบบให้เป็น Double Safety Design สามารถบินหรือขับเครื่อนไปได้ทุกสถานที่ใช้พื้นที่ในการขึ้นลงน้อยกว่าอวกาศยานแบบอื่นในอัตรา 1:10 และสามารถปรับการขึ้นลงได้ทั้งแบบเฮลิคอปเตอร์ หรือเครื่องบินได้ หลังจากนั้น ได้นำเรือเหาะที่ออกแบบทดสอบการบิน โดยมีนิสิตชั้นปีที่ 1-2 ของภาควิชาวิศวกรรมการบินรุ่นแรก เป็นผู้ช่วยในการทดสอบการบิน ซึ่งนับเป็นประโยชน์ต่อนิสิตในการเรียนรู้ภาคปฏิบัติโดยตรง

การบินทดสอบครั้งแรกมีขึ้น เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2538 ที่จังหวัดราชบุรี พบข้อบกพร่องตรงจุดเครื่องยนต์ ได้ดำเนินการแก้ไขโดยเพิ่มกำลังเครื่องยนต์ที่ใช้จากเดิมเครื่องยนต์เดียวขนาด 2.5 แรงม้า ซึ่งเทียบเท่ากับเครื่องตัดหญ้า เป็น 2 เครื่องยนต์และทดสอบบินอีก 4 ครั้งในสถานที่ต่างกัน จนสามารถพัฒนาไปถึงขั้นกำหนดให้เรือเหาะบินไปในตำแหน่งต่าง ๆ ที่ต้องการ

ในส่วนของเครื่องยนต์ที่ใช้กับเรือเหาะ สามารถเลือกใช้เครื่องยนต์ได้ในหลายรูปแบบทั้งแบบเครื่องยนต์ไฟฟ้า เพื่อลดความดังของเสียง หรือใช้น้ำมันธรรมดาสำหรับภาระกิจที่ไม่มีข้อกำหนดในเรื่องของเสียง ซึ่งเครื่องยนต์ประเภทหลังนี้จะทำให้เรือเหาะสามารถทำงานได้ต่อเนื่องมากกว่า 10 ชั่วโมง สำหรับค่าใช้จ่ายในการนำเรือเหาะขึ้นบิน มีค่าใช้จ่ายถูกลง เนื่องจากปัจจุบันก๊าซฮีเลียมสามารถหาซื้อได้ภายในประเทศ และมีราคาต่อหน่วยถูกลงมาก ในการนำเรือเหาะขึ้นบินวันแรกจะเสียค่าก๊าซฮีเลียมซึ่งต้องเติมให้เติม รวมค่าน้ำมันและค่าแบตเตอรี่ประมาณ 20,000 บาท สำหรับการบินวันต่อไปจะเสียค่าใช้จ่ายประมาณ 4,000 บาท เป็นค่าก๊าซฮีเลียมที่รั่วซึมออกไป นอกจากนี้ทางศูนย์เทคโนโลยีเคหะวัสดุ (MTEC) กระทรวงวิทยาศาสตร์ ฯ ได้สนใจจะทดลองนำน้ำมันไบโอดีเซลมาใช้กับเครื่องยนต์ของเรือเหาะอาภากรด้วย และหากไม่มีสิ่งใดติดขัด ในปลายปีนี้ภาควิชา ฯ จะนำเรือเหาะอาภากร ที่ใช้น้ำมันไบโอดีเซลขึ้นบินในงานประชุมวิชาการที่ทาง MTEC เป็นเจ้าภาพที่จังหวัดภูเก็ต
รศ.ดร.ปองวิทย์ ฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า
"ขณะนี้งานวิจัยนี้ได้เสร็จสมบูรณ์ประสบความสำเร็จเป็นที่เรียบร้อยมีกำหนดนำเรือเหาะขึ้นบินจริงเพื่อให้สื่อมวลชนและผู้ที่สนใจได้ชม ในช่วงกลางเดือนตุลาคม 2544 ณ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตศรีราชา และเป็นที่น่ายินดีต่อคณะฯ ที่ฯพณฯนายกรัฐมนตรีให้ความสนใจและแจ้งให้ทุนส่วนตัวสนันสนุนการพัฒนาเรือเหาะ เพื่อประโยชน์ในกิจการต่าง ๆ โดยขณะนี้กำลังเร่งโครงการเสนอต่อฯพณฯนายกรัฐมนตรี เพื่อพิจารณาในลำดับต่อไป "


จัดทำโฮมเพจโดย : สำนักบริการคอมพิวเตอร์, 5 พฤศจิกายน 2544