ถ้าคุณเป็นต่อมธัยรอยด์โตจะมีอาการ

       มีก้อนที่คอด้านขวา หรือซ้ายแนวใกล้กลางใต้ลูกกระเดือก (Thyroid Cartilage) เคลื่อนขึ้นลงตามการกลืน

       ก้อนอาจมีขนาดเล็กกว่า 1 เซนติเมตร จนถึงขนาดใหญ่เกินกว่า 10 เซนติเมตร ก็ได้ เป็นข้างเดียว หรือสองข้างก็ได้

สาเหตุ

       ไม่ทราบแน่นอนว่าเกิดจากอะไร พบบ่อยในหญิงมากกว่าชาย

       ในบางพื้นที่ต่อมธัยรอยด์จะโตจากการขาดสารไอโอดีน ซึ่งโดยมากพบทางภาคเหนือที่ไม่กินเกลือทะเล หรือเกลือใส่ไอโอดีน

เกลือทะเล
เกลือไอโอดีน

การรักษา

      1. แพทย์จะตรวจร่างกายก่อนว่าคุณไม่เป็นคอพอกเป็นพิษคือ ไม่มีใจสั่น หงุดหงิดง่าย ชีพจรไม่ควรเกิน 100 ไม่มีตาโปน ไม่มีมือสั่น ในรายที่สงสัยแพทย์อาจเจาะเลือด ตรวจดูระดับของฮอร์โมนธัยรอยด์ในเลือดได้ เพื่อช่วยในการวินิจฉัยโรค

      2. คุณมีโอกาสน้อยในการเป็นเนื้องอกธัยรอยด์ชนิดร้าย ถ้าไม่มีอาการดังนี้

          ก้อนมีขนาดใหญ่

          มีก้อนที่แข็งมาก

          มีก้อนที่โตเร็วมาก

          มีเสียงแหบ

          มีต่อมน้ำเหลืองบริเวณคอที่ใกล้เคียงโตขึ้น

          มีประวัติฉายรังสีบริเวณคอมาก่อน

      3. แพทย์จะตรวจขนาดและความแข็งของก้อนธัยรอยด์ทุกครั้ง เพื่อการวางแผนในการรักษาต่อไป ถ้าพบก้อนโตขึ้นเร็ว หรือแข็งมากขึ้น จะแนะนำให้ทำการผ่าตัดออก

      4. แพทย์อาจส่งทำอัลตร้าซาวน์ เพื่อดูสถานะของก้อนว่าเป็นก้อนแข็งตัน หรือเป็นถุงน้ำ

      5. แพทย์อาจใช้เข็มเจาะดูดเนื้อธัยรอยด์ไปตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์โดยวิธีพิเศษ เพื่อแยกเนื้องอกชนิดร้ายกับเนื้องอกปกติ ซึ่งจะช่วยได้พอสมควร แต่การไม่พบว่าเป็นเนื้องอกชนิดร้ายไม่ได้บอกว่า 100 เปอร์เซนต์ คุณไม่ได้เป็นมะเร็งธัยรอยด์ เพราะการจ่ายเซลล์ดีขึ้นมีข้อจำกัดอยู่

      6. ถ้าก้อนขนาดเล็กต่ำกว่า 3-5 เซนติเมตร และไม่มีอาการที่เป็นเนื้อร้าย แพทย์อาจให้ยาไปกิน 3-6 เดือน แล้วนัดมาตรวจซ้ำใหม่ว่า มีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่ ซึ่งอาจให้ยาไปกินต่อไปเรื่อย ๆ สัก 1-2 ปี

การผ่าตัดจะทำเมื่อ

      1. ถ้าก้อนโตกว่า 6 เซนติเมตร ควรทำการผ่าตัดต่อมธัยรอยด์ข้างนั้นออก

      2. ถ้าเป็นผู้ชายต่อมธัยรอยด์โต ควรแนะนำให้ตัดต่อมธัยรอยด์ทิ้งเลย ไม่ว่าก้อนโตขนาดไหน เพราะโอกาสที่ธัยรอยด์ในผู้ชายจะกลายเป็นมะเร็งมีสูงมากกว่าผู้หญิง นอกจากผู้ป่วยเป็นโรคคอพอกเป็นพิษก้อนโตในอายุน้อย หรืออายุมากเกิน 50 ปี

      3. สงสัยว่าจะเป็นเนื้องอกชนิดร้ายแรง เช่น ก้อนโตเร็ว หรือก้อนแข็งมาก มีต่อมน้ำเหลืองข้างเคียงโต หรือมีเสียงแหบ

      4. มีประวัติฉายแสงบริเวณคอมาก่อน หรือมีคนในครอบครัวเป็นมะเร็งธัยรอยด์

      5. ผู้ป่วยต้องการตัดออกเอง เพื่อความสวยงาม และแพทย์เห็นชอบด้วย

การผ่าตัดต่อมธัยรอยด์

      ทำได้ไม่ยาก ในมือของแพทย์ที่เชี่ยวชาญ แต่อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ เช่น เส้นประสาทที่ไปเลี้ยงสายเสียงขาด ทำให้เกิดเสียงแหบ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นชั่วคราว หรือช้ำ ประมาณ 6 เดือน ส่วนน้อยจะเป็นตลอดชีวิต หรือเกิดภาวะเกร็งของกล้ามเนื้อมัดเล็ก ๆ ที่มือ มือชาตามแขนขาจากแคลเซี่ยมต่ำ หรือมือจีบเข้าหากัน เพราะขาดฮอร์โมนพาราธัยรอยด์ เนื่องจากต่อมพาราธัยรอยด์ถูกตัดออกไป หรือไปรบกวนเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงต่อมพาราธัยรอยด์ขณะผ่าตัด แต่ทุกครั้งที่แพทย์ผ่าตัด จะพยายามแยกต่อมพาราธัยรอยด์เก็บไว้ก่อนที่จะตัดเนื้องอกธัยรอยด์ออกเสมอ ยกเว้นว่าหาไม่พบเนื้องอกขนาดใหญ่มาก มักพบอาการเกร็งจากแคลเซี่ยมต่ำนี้ ในรายตัดเนื้องอกธัยรอยด์ทั้ง 2 ข้าง

 

จัดทำโฮมเพจโดย : สำนักบริการคอมพิวเตอร์, 31 พฤษภาคม 2549