ถั่วแดง เป็นพืชตระกูลถั่วที่มีปมสำหรับช่วยในการจับไนโตรเจนจากอากาศมาใช้เป็นอาหาร เป็นพืชที่ปลูกทดแทนฝิ่นที่ใช้ได้ผลในการลด พื้นที่ปลูกฝิ่นบนที่สูงทางภาคเหนือที่มีอากาศหนาวเย็น เช่น จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย น่าน และแม่ฮ่องสอน เป็นต้น ซึ่งแหล่งปลูกถั่วแดง ที่ใหญ่ที่สุดอยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่ คือ ประมาณ 90-95 เปอร์เซ็นต์ของถั่วแดงที่ปลูกในประเทศไทย

ถั่วแดง เป็นพืชอีกชนิดหนึ่งที่มีโปรตีนและมีคุณค่าทางอาหารสูง สามารถนำไปใช้เป็นอาหารสัตว์ได้ดี โดยต้องนำเมล็ดถั่วแดงไปต้มให้ เปื่อยก่อนนำไปเลี้ยงสัตว์ ซึ่งการนำเอาเมล็ดถั่วแดงไปเลี้ยงสัตว์ ทั้งนี้จะต้องระมัดระวังอย่าให้สัตว์กินมากเกินไป เพราะจะทำให้สัตว์ ืท้องอืดได้ง่าย

นอกจากนี้แล้วถั่วแดงยังสามารถนำมาใช้เป็นอาหารของมนุษย์ได้ทั้งที่เป็นผักสดและเมล็ดแห้ง ซึ่งในต่างประเทศแถบยุโรปหรืออเมริกา นิยมบริโภคเมล็ดถั่วแดงกันมาก ทั้งอาหารคาวและหวาน

ยังใช้ประโยชน์ในด้านใช้เป็นอาหารลดความอ้วนและเป็นอาหารสำหรับผู้ป่วยเป็นโรคเบาหวานได้ดีอีกด้วย แต่ในประเทศไทยยังไม่ค่อย มีผู้นิยมบริโภคมากนัก เพราะเป็นพืชใหม่และยังไม่รู้จักการใช้ประโยชน์ เช่น ถั่วแดงต้มน้ำตาล หมูอบถั่วแดง ถั่วแดงอบ แกงถั่วโอสถ ห่อหมก ถั่วเสวย ซุบถั่วแดง เป็นต้น

พันธุ์ถั่วแดงที่ได้มีการส่งเสริมให้เกษตรกรชาวไทยภูเขาปลูกแบ่งออกเป็น 2 พวก คือ

1. พันธุ์สีแดงเข้ม ซึ่งมีอยู่ด้วยกันหลายพันธุ์ เช่น Monicalm California และ Royal ซึ่งสั่งเข้ามาจากประเทศเคนยาและ สหรัฐอเมริกา ขนาดของเมล็ดแต่ละพันธุ์จะเท่า ๆ กัน มีสีแตกต่างกันเล็กน้อยในด้านการให้ผลผลิตปรากฎว่าพันธุ์ Royal ให้ผลดีกว่าพันธุ์อื่น ๆ มีสีสวยและเป็นที่ต้องการของตลาดเป็นที่แพร่หลายกว่าพันธุ์อื่น ๆ
2. พันธุ์สีชมพู ปัจจุบันมีปลูกเพียงพันธุ์เดียวคือ Moniton 1ขนาดของเมล็ดโตกว่าชนิดแรกเล็กน้อย ให้ผลผลิตต่อไร่ค่อนข้าง สูง มีความต้านทานต่อโรคแอนแทรกโนส แต่มีข้อเสีย คือ สีของเมล็ดไม่เป็นที่ต้องการของตลาดมากนัก
ถั่วแดงหลวง (Red kidney bean) เป็นพืชตระกูลถั่วที่จัดอยู่ในตระกูล Phasecolus vulgaris L. ซึ่งมักจะนำไปใช้บริโภคใน ลักษณะที่แตกต่างกัน ถั่วแดงหลวงใช้บริโภคเมล็ดแก่ ซึ่งมีรูปร่างคล้ายไต ซึ่งเรียกว่า "Kidney bean" และถ้ามีเมล็ดสีแดงด้วยก็เรียกว่า red kidney bean

ถั่วแดงหลวงถูกนำเข้ามาปลูกในประเทศเป็นครั้งแรกโดยโครงการหลวงปี 2516 เพื่อจุดประสงค์ให้ข้าวไทยภูเขาปลูกเป็นพืชทดแทน ฝิ่นและช่วยรักษาความอุดมสมบูรณ์ของดินบนที่สูง ปัจจุบันถั่วแดงหลวงได้กลายเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญชนิดหนึ่งของชาวไทยภูเขาและเป็น ที่สนใจของเกษตรกรในพื้นที่ราบทั่วไปในเขตภาคเหนือ สำหรับปัญหาการผลิตถั่วแดงหลวงในอดีต คือ

1) ปัญหาเรื่องพันธุ์ที่เหมาะสม
2) ปัญหาเรื่องการขาดแคลนเมล็ดพันธุ์
3) ปัญหาเรื่องวิธีการเพาะปลูก
4) ปัญหาเรื่องโรคและแมลง

ในอดีตพันธุ์ถั่วแดงหลวงที่ใช้ปลูกกันอยู่มีหลายพันธุ์ปะปนกัน และไม่ทราบประวัติความเป็นมาของพันธุ์ที่แน่นอน โครงการวิจัยได้ ร่วมกับโครงการพัฒนาการผลิตพืชตระกูลถั่วบนที่สูงได้ทำการรวบรวมพันธุ์ถั่วแดงหลวงจากแหล่งต่าง ๆ เช่น โครงการหลวงหมอกจ๋าม สถานี ขุนวาง สถาบันพืชไร่เชียงใหม่ และจากที่วางจำหน่ายตามท้องตลาด ผลจากการศึกษาพบว่าเมล็ดพันธุ์ที่ได้จากแหล่งต่าง ๆ นั้นเป็นพันธุ์ เดียวกัน

แต่อย่างไรก็ตาม แหล่งของเมล็ดพันธุ์ที่ในปริมาณที่มากในระยะแรกคือ เมล็ดพันธุ์จากโครงการหลวงหมอกจ๋ามจากผลการทดสอบพันธุ์ เบื้องต้นพบว่า ถั่วแดงหลวงพันธุ์หมอกจ๋ามมีศักยภาพในการให้ผลผลิตในสภาพแปลงผลิตสูงถึง 300 กิโลกรัมต่อไร่

จากการพิจารณาลักษณะประจำพันธุ์ที่สำคัญของถั่วแดงหลวง ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบลักษณะต่าง ๆ ประกอบแล้วจะเห็นว่าถั่วแดงหลวงพันธุ์ หมอกจ๋าม มีลักษณะที่เหมาะสมหลายประการ เมื่อเปรียบเทียบกับพันธุ์อื่น ๆ ได้แก่ อายุเก็บเกี่ยวสั้นกว่าคือประมาณ 75 วัน เมล็ดมีสีแดงและ รูปร่างเมล็ดเป็นรูปไดต สีไม่ตกเมื่อผ่านขบวนการอุตสาหกรรมกระป๋องถึงแม้ว่าผลผลิตต่ำกว่าพันธุ์อื่น ๆ เล็กน้อย ทางโครงการจึงได้ใช้ เป็นพันธุ์มาตรฐานในการศึกษาเปรียบเทียบพันธุ์ และโครงการหลวงได้ตั้งชื่อพันธุ์ใหม่ว่า "พันธุ์ดอยคำ" ในระยะเวลาต่อมา

ถั่วแดงหลวงพันธุ์ดอยคำ เป็นพันธุ์ที่นำเข้ามาจากประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อในอดีตน่าจะเป็นพันธุ์ที่เหมาะสม ในปัจจุบันการที่ จะส่งเสริมให้เกษตกรปลูกบนที่สูงภาคเหนือของประเทศไทย สำหรับถั่วแดงหลวงพันธุ์อื่น ๆ ที่ดีเด่นเข้ามาจากต่างประเทศ ถึงแม้ว่าจะ ศักยภาพในการให้ผลผลิตสูงกว่าพันธุ์ดอยคำ แต่ก็ยังมีข้อเสียซึ่งจะต้องได้รับการปรับปรุงก่อนจึงจะใช้ทดแทนพันธุ์ดอยคำได้

สำหรับปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับวิธีการผลิตถั่วแดงหลวงบนที่สูงหลายประการ ที่จะต้องได้รับการแก้ไขและพัฒนาให้เหมาะสม ได้แก่ จำนวนประชากรที่ใช้ปลูกซึ่งเกี่ยวข้องกับระยะปลูกและจำนวนเมล็ดที่ใช้ปลูกต่อหลุม ชนิดและอัตราปุ๋ยที่เหมาะสมในการเพิ่มผลผลิตช่วง ระยะเวลาปลูกที่เหมาะสมพื้นที่สูงภาคเหนือและปัญหาโรคแมลง

โครงการวิจัยได้ทำการศึกษาเพื่อแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ซึ่งในการทดลองใช้ถั่วแดงพันธุ์ดอยคำเป็นหลัก ทั้งนี้เพื่อจะได้นำข้อมูลไปใช้ใน การส่งเสริมการผลิตถั่วแดงหลวงพันธุ์ดอยคำ และจากการศึกษาจึงสรุปได้ว่า

1. ปุ๋ยและอัตราที่เหมาะสม พบว่าปุ๋ยไนโตรเจนมีบทบาทที่สำคัญในการเพิ่มผลผลิตถั่วแดงหลวง อัตราปุ๋ยไนโตรเจนที่เหมาะสม คือ 10 กิโลกรัมต่อไร่ สำหรับปุ๋ย P และ K มีบทบาทต่อการเพิ่มผลผลิตไม่มากนัก แต่จะมีบทบาทต่อการติดเมล็ดและคุณภาพของเมล็ดการใช้ ปุ๋ยสูตร 15-15-15 หรือ 16-20-0 อัตรา 75 กิโลกรัมต่อไร่ จะให้ผลผลิตสูงที่สุด แต่อัตราที่แนะนำให้เกษตรกรใช้คือ 50 กิโลกรัมต่อไร่ ทั้งนี้เพื่อ เป็นการลดต้นทุนการผลิตให้ต่ำลง
2. วิธีการเพาะปลูกที่เหมาะสม จากการทดลองที่ศูนย์วิจัยข้าวโพดและข้าวฟ่างแห่งชาติ อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา พบว่าระยะระหว่างแถว 50 เซนติเมตร เป็นระยะที่เหมาะสมที่สุดสำหรับในฤดูฝน แต่ถ้าปลูกในฤดูแล้งควรใช้ระยะระหว่างแถว 50 เซนติเมตร ระยะระหว่างต้นที่เหมาะสมอยู่ระหว่าง 10-20 เซนติเมตร จำนวนเมล็ดที่ใช้ปลูกควรเป็น 2 เมล็ดต่อหลุมเพื่อลดอัตราการเสี่ยงเรื่องความงอก ของเมล็ด

วิธีการเพาะปลูกสามารถปลูกได้ทั้งแบบยกร่อง ไม่ยกร่องหรือแบบยอร่องโดยวิธีพูนโคนหลังงอก ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับสภาพของแต่ละพื้นที่ แต่การพูนโคนหรือการปลูกแบบยกร่องจะช่วยป้องกันการหักล้มได้ การเก็บเกี่ยวสามารถเก็บได้ตั้งแต่ถั่วแดงหลวงอายุ 70 วันหลังงอก แต่จะ ให้ดีควรเป็นระหว่าง 75-80 วัน


จัดทำโฮมเพจโดย : สำนักบริการคอมพิวเตอร์, 30 เมษายน 2547