นนทวัฒน์ จันทร์เจริญ

บทนำ

ปัจจุบันสถาบันการศึกษาแทบทุกแห่งได้สนใจต่อการพัฒนาหรือสร้างสื่อการสอนอิเล็กทรอนิกส์ (e-Content) กันมาก เพื่อนำไปใช้งานในระบบ e-Learning หรือการเรียนการสอนที่พึ่งพาอินเตอร์เน็ต ซึ่งมีทั้งที่นำไปบรรจุเป็นส่วนหนึ่งของ Home Page รายวิชา และ Web based Courses ซึ่งสื่อการสอนอิเล็กทรอนิกส์ที่ผลิตขึ้นมาจะมีหลากหลายรูปแบบและคุณภาพแตกต่างกันส่วนใหญ่ที่พบเห็นตาม Web site ต่าง ๆ มักจะเป็นวิดีโอบันทึกการสอนของอาจารย์หรือไม่ก็จะมีลักษณะเป็นเพียงหนังสืออิเล็กทรอนิกส์(e-Books) ดังตัวอย่างแสดงในรูปที่ 1 เพราะพัฒนาได้โดยไม่ยากนัก แต่ค่อนข้างจะมีคุณภาพต่ำหรือไม่ดึงดูดความสนใจของผู้เรียนเท่าที่ควร เนื่องจากส่วนใหญ่ไม่แตกต่างกับการอ่านจากหนังสือโดยตรงมากนัก และไม่คุ้มค่ากับการที่ต้องมานั่งจ้องอ่านเนื้อหาบนหน้าจอคอมพิวเตอร์นานๆซึ่งไม่สะดวกและทำให้เสียสุขภาพ ดังนั้นบทความนี้จะกล่าวถึงเฉพาะการสร้างสื่อการสอนอิเล็กทรอนิกส์ที่มีคุณภาพสูง(High Quality e-Content) ดังตัวอย่างที่แสดงในรูปที่ 2 ที่ไม่ใช่เป็นวิดีโอบันทึกการสอนของอาจารย์ แต่เป็นการนำเทคโนโลยีมัลติมีเดียมาใช้ในการพัฒนาสื่อการสอนเพื่ออธิบายเนื้อหาบทเรียนให้เข้าใจง่ายขึ้น พร้อมเรียนแล้วสนุกเพลิดเพลินไม่เบื่อง่าย และสามารถเรียนได้ด้วยตนเองทางอินเตอร์เน็ตโดยปราศจากผู้สอน


รูปที่ 1 ตัวอย่างสื่อการสอนลักษณะเป็น e-Book


รูปที่ 2 ตัวอย่างสื่อการสอนอิเล็กทรอนิกส์คุณภาพสูง

เป้าหมายของการศึกษา (Education Objectives)

การสอนหรือศึกษาเล่าเรียนวิชาต่าง ๆ นั้นสามารถแบ่งเป้าหมายที่จะให้บังเกิดผลแก่ผู้เรียนได้เป็น 6 ระดับ จากต่ำไปสูงดังนี้คือ
1. มีความรู้ (Knowledge)
หมายถึงความสามารถในการที่จะจดจำ และ รำลึกหรือเรียกคืนมาใช้ ถึงเนื้อหาต่าง ๆที่ได้ศึกษาเล่าเรียน เป็นต้นว่า รูปแบบ โครงสร้าง ทฤษฎี หลักการ ข้อกำหนด ข้อเท็จจริง การแบ่งแยก วิธีการ ฯลฯ
2. มีความเข้าใจ (Comprehensive)
หมายถึง ความสามารถต่อการเข้าใจในหลักการของเนื้อหาที่เรียนซึ่งมากไปกว่าการเป็นแค่ท่องจำเท่านั้น และสามารถที่จะนำไปใช้ประโยชน์ได้
3. มีความสามารถในการประยุกต์ใช้ (Application)
หมายถึงความสามารถในการใช้งานแก่นสารของเนื้อหาที่ได้รับจากการเล่าเรียน เช่น การประยุกต์ กฎเกณฑ์ ทฤษฎี กรรมวิธี ในสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป รวมทั้งความสามารถในการคาดคะเนผลที่เกิดเมื่อมีการปรับเปลี่ยนตัวองค์ประกอบที่เกี่ยวข้องในเรื่องนั้น ๆ
4. มีความสามารถในการวิเคราะห์ (Analysis)
หมายถึงความสามารถที่จะแตกย่อยเนื้อหาเรื่องต่าง ๆ ที่เรียนและมีความเข้าใจ ออกเป็นองค์ประกอบย่อยต่าง ๆ ได้ และ หาได้ว่าแต่ละองค์ประกอบมีความสัมพันธ์เกี่ยวโยงกันอย่างไร
5. มีความสามารถในการประเมินผล (Evaluation)
หมายถึงความสามารถในการวินิจฉัยทั้งเชิงปริมาณและคุณภาพ เกี่ยวกับ ขอบเขต ที่ซึ่ง วิธีการเฉพาะใดจะสามารถบรรลุถึงเงื่อนไขที่กำหนดไว้หรือไม่
6. มีความสามารถในการสังเคราะห์ (Synthesis)
หมายถึงความสามารถที่จะนำองค์ประกอบหรือส่วนย่อยต่าง ๆ ของเนื้อหาเรื่องใด ๆที่ได้ทำการศึกษาวิเคราะห์มาผนวกเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างเป็นสิ่งใหม่ที่ยังไม่ชัดเจนว่าเกิดขึ้นมาก่อน

โดยการเรียนการสอนในระดับมัธยมศึกษา และ อาชีวศึกษา นั้นจะเน้นผลให้บังเกิด แก่ผู้เรียน ในระดับการมีความรู้ และความเข้าใจเป็นหลัก และ อาจมีการเลยไปถึงความสามารถที่สูงขึ้นในระดับการประยุกต์ใช้งานบ้างในระดับอาชีวศึกษา
สำหรับในการศึกษาระดับปริญญาตรีจะเสริมให้ผู้เรียนมีความสามารถเพิ่มขึ้นในด้านการวิเคราะห์ ส่วนในระดับปริญญาโทและปริญญาเอกนั้นต้องหวังผลให้ผู้เรียนมีความ สามารถถึงขั้นการประเมินผลและสังเคราะห์ได้

ผลที่จะบังเกิดแก่ผู้เรียนจากการศึกษาด้วยวิธีการต่าง ๆ

การศึกษาเล่าเรียนนั้นสามารถทำได้หลายวิธีและรูปแบบ เช่น อ่านจากหนังสือตำรา ฟังการบรรยายของครูในชั้นเรียน เรียนด้วย Computer Based Training (CBT) เรียนด้วยตนเองจากสื่อการสอนอิเล็กทรอนิกส์ที่จำลองสถานการณ์ (Simulation based e-Learning) ฝึกปฎิบัติจริงกับชุดทดลอง เป็นต้น ซึ่งโดยทั่วไปแล้วแต่ละวิธีจะส่งผลให้บังเกิดแก่ผู้เรียนในระดับแตกต่างกันดังแสดงในรูปที่ 3.


รูปที่ 3. ผลที่ได้จากการศึกษาด้วยวิธีการต่าง ๆ

การสอน (Teaching) และ การเรียน (Learning) ต่างกันอย่างไร

หลายคนมักจะเข้าใจว่าการเรียนและการสอนนั้นเหมือนกัน แต่แท้จริงแล้วทั้ง 2 กิจกรรมมีลักษณะที่แตกต่างกัน คือ
การสอน หมายถึง กิจกรรมทั้งหมดที่ดำเนินการโดยผู้สอนในลักษณะที่เจอหน้ากับผู้เรียน (face to face) เพื่อถ่ายทอดความรู้ไปให้ผู้เรียน เช่น การอธิบายเนื้อหา การแนะนำ
วิธีทดลองในห้องปฎิบัติการ การติว การมอบหมายงานหรือการบ้านให้ทำ รวมถึงการให้คำปรึกษา
การเรียน หมายถึง กิจกรรมทั้งหมดที่ดำเนินการโดยผู้เรียน เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของการศึกษา
ในการสร้างสื่อการสอนอิเล็กทรอนิกส์ที่ให้เรียนรู้ด้วยตนเองนั้น ผู้พัฒนาสื่อจึงต้องเอาผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง

ศิลปหรือวิธีการสอน (Pedagogy) และ ความมุ่งหมายสำหรับสอน (Didactic)

มีศัพท์ภาษาอังกฤษ 2 คำ ที่กล่าวถึงการสอนที่ดี ซึ่งในหมู่นักการศึกษาทั่วไปจะรู้จักกันดี ซึ่ง 2 คำนี้มีความหมายคล้ายกัน แต่นำไปใช้อ้างถึงในต่างลักษณะกัน คือ Pedagogy คือ ศิลป หรือ เทคนิคการสอนของผู้มีอาชีพครูหรืออาจารย์ในการถ่ายทอดความรู้ให้แก่นักเรียน ครูที่สอนดี เข้าใจง่าย และเป็นที่ชื่นชอบของนักเรียน จะถือว่ามี คุณสมบัติของ Pedagogy Didactic คือ ความมุ่งหมายสำหรับสอน หมายถึง ความตั้งใจ หรือ ออกแบบสื่อและวิธีการ อธิบายไว้เพื่อให้ผู้เรียนเข้าใจเนื้อหาโดยง่าย พร้อมให้เกิดความสนุกสนานและพึง พอใจต่อการเรียนรู้
ซึ่งในการสร้างสื่อการสอนอิเล็กทรอนิกส์ที่ให้ผู้เรียนศึกษาด้วยตนเองนั้น คุณสมบัติของความเป็น Didactic ในตัวสื่อการสอนอิเล็กทรอนิกส์นับว่าเป็นสิ่งที่มีความสำคัญมากที่สุด

คุณสมบัติของสื่อการสอนอิเล็กทรอนิกส์ที่ดี

การสร้างสื่อการสอนสำหรับ e-Learning เปรียบเสมือนกับการเขียนบทภาพยนตร์หรือละครและแล้วทำการกำกับการแสดง เพื่อให้ได้ภาพยนตร์ที่ดูแล้วเกิดความสนุก เพลิดเพลิน และชวนติดตามของผู้ชม สำหรับสื่อการสอนอิเล็กทรอนิกส์ที่ดีนั้นควรมีคุณสมบัติอย่างน้อยดังต่อไปนี้
1) มีคุณลักษณะของ Didactic คือ ความมุ่งหมายสำหรับสอน ซึ่งตั้งใจออกแบบไว้เพื่อให้ผู้เรียนเข้าใจเนื้อหาหรือหลักการโดยง่าย และ เรียนด้วยความสนุกสนานเพลิดเพลิน
2) มีจอภาพที่ให้ผู้เรียนมีปฎิสัมพันธ์ (Interactive) กับบทเรียน ไม่น้อยกว่า 75 % ของจอภาพทั้งหมดในบทเรียนนั้น
3) หากเป็นเนื้อหาทางเทคนิค หรือ วิทยาศาสตร์ ควรออกแบบให้มีการจำลองภาพให้เห็นเสมือนจริง (Simulation) หรือ การเคลื่อนไหวของกลไกการทำงาน อันจะทำให้ผู้เรียนเข้าใจเนื้อหาได้ง่ายขึ้น ซึ่งตรงกับข้อเท็จจริงที่ว่า "หนี่งภาพดีกว่าการเขียนคำอธิบาย หนี่งพันคำ"
4) สนองหลักด้านจิตวิทยาของมนุษย์ คือมีการสอดแทรกหลักการ เรียนและเล่น ผสมผสานกันไป มีการให้ทดสอบความเข้าใจของผู้เรียน หรือ การแข่งขัน ผนวกอยู่ด้วย
5) ใช้ประโยชน์และเครื่องมือจากระบบมัลติมีเดียอย่างเต็มที่ อันจะทำให้เป็นสื่อที่มีคุณภาพเหนือสื่อแบบธรรมดาอื่น ๆ ทั่วไป และไม่ใช่เป็นเพียงแค่ลักษณะของ e-Books เพราะการสร้าง e-Books นั้นเป็นสิ่งที่ได้ประโยชน์น้อยมาก และควรหลีกเลี่ยง

ข้อคำนึงในการสร้างสื่อการสอนอิเล็กทรอนิกส์ให้มีคุณสมบัติของ Didactic

1. คุณสมบัติของผู้เรียน
หากแบ่งผู้เรียนเป็น 2 กลุ่ม คือ วัยรุ่น กับ วัยทำงาน (หรือ วัยสูง) จะพบว่าผู้เรียนสองกลุ่มนี้มีคุณสมบัติหรือรสนิยมบางอย่างที่แตกต่างกัน คือ วัยรุ่น จะมีความใฝ่ฝันอยากเป็นโน่นเป็นนี่สูง แต่ความตั้งใจเรียนจะมีไม่สูงนัก ชอบทำกิจกรรมนอกหลักสูตร และ ยังอยู่ในการสั่งสอนดูแลของพ่อแม่ ในขณะที่วัยสูงขึ้นไปจะมีความรับผิดชอบในตัวเองสูงขึ้น มีความขวนขวายและตั้งใจศึกษาเพื่อหาความรู้เพิ่มเติมและ upgrade ให้แก่ตัวเอง ตลอดจนการอยากเปลี่ยนงานเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และ จะมีความเป็นอิสระของตัวเอง นอกจากนั้นสิ่งที่แตกต่างกันอีกอย่างหนึ่งคือวัยรุ่นจะมีความสามารถต่อการใช้งานคอมพิวเตอร์สูงกว่าวัยสูงอายุ ดังนั้น ในการสร้างสื่อการสอนอิเล็กทรอนิกส์สำหรับให้ผู้เรียนได้ศึกษาด้วยตนเองจึงต้องคำนึงถึงกลุ่มเป้า หมายของผู้เรียนด้วย เป็นต้นว่า ในเรื่อง User Interface จะไม่ค่อยมีปัญหาสำหรับวัยรุ่น แต่หากเป็นผู้สูงอายุแล้วต้องทำให้ง่ายและสะดวกต่อการใช้งานมากที่สุด อย่างไรก็ตามไม่ว่าจะเป็นวัยรุ่น หรือ วัยทำงาน จะมีสิ่งที่ชอบเหมือนกัน 3 อย่างซึ่งเป็นธรรมชาติของมนุษย์ ซึ่งได้แก่ เล่น สำรวจผจญภัย และ การแข่งขัน ดังนั้นการออกแบบสื่อการสอนอิเล็กทรอนิกส์ที่ดีจึงต้องแฝงกิจกรรมทั้ง 3 ประเภท ที่ให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมแทรกอยู่ในเนื้อหาบทเรียนด้วย
2. เป้าหมายของการศึกษา
จากเป้าหมายของการศึกษา 6 ระดับที่กล่าวถึงในตอนต้น โดยการสร้างสื่อการสอนอิเล็กทรอนิกส์ส่วนใหญ่จะมีเป้าหมายหลักเพียงสร้างศักยภาพในระดับต้นแก่ผู้เรียน ซึ่งได้แก่ ความรู้ ความเข้าใจ และ ความสามารถประยุกต์ใช้ เท่านั้น โดยอาจมีบ้างที่ให้มีความสามารถเลยไปถึงระดับการวิเคราะห์ด้วย แต่ยิ่งระดับที่หวังผลแก่ผู้เรียนสูงขึ้นไปจะส่งผลให้การออกแบบและพัฒนาสื่อการสอนอิเล็กทรอนิกส์มีความยากยิ่งขึ้น กล่าวโดยทั่วไปคือสื่อการสอนอิเล็กทรอนิกส์ที่พัฒนาขึ้นมาส่วนใหญ่จะมุ่งหวังให้ใช้งานสำหรับสนับสนุนการเรียนการสอนในระดับมัธยม อาชีวศึกษา และ ปริญญาตรี เท่านั้น และจะยิ่งเหมาะอย่างยิ่งต่อการนำไปใช้สำหรับผู้ที่มีปัญหาต่อการเรียนในห้องเรียนตามปกติทั่วไป
3. คุณภาพของกระบวนการเรียนรู้
คุณภาพของกระบวนการเรียนรู้ หมายถึง การเรียนรู้เนื้อหาได้เร็ว และ จดจำความรู้หรือหลักการได้นาน การออกแบบสื่อการสอนอิเล็กทรอนิกส์ต้องคำนึงถึงวิธีการที่จะก่อ ให้เกิดผลแก่ผู้เรียนในสิ่งที่กล่าว
4. การเรียนรู้แบบมีปฎิสัมพันธ์ หรือ แบบมีส่วนลงมือทำ(Action based Learning)
สื่อการสอนอิเล็กทรอนิกส์ควรจัดให้ผู้เรียนมีการฝึกลองและปฎิสัมพันธ์กับบทเรียนที่นำเสนอ หรือให้ผู้เรียนมีส่วนได้ลงมือทำด้วยมากกว่าการอ่านจากหน้าจออย่างเดียว ยึดแนวการเรียนและเล่นควบคู่กันไป ให้ผู้เรียนสามารถทดสอบความเข้าใจของตนได้เองโดยมีคำถาม หรือ แบบฝึกหัด ให้ทำ ซึ่งหลักการดังกล่าวจะทำให้ผู้เรียนไม่เบื่อ ไม่เครียด เรียนได้สนุก และ ปลูกฝังความทรงจำที่นาน

เทคโนโลยีมัลติมีเดียกับการสร้างสื่อการสอนอิเล็กทรอนิกส์

การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีมัลติมีเดียในการสร้างสื่อการสอนอิเล็กทรอนิกส์นั้นจะทำให้ได้สื่อการสอนที่มีคุณภาพสูง และ มีลักษณะของ Action based e-Learning ซึ่งแนวทางการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีมัลติมีเดียนั้นมีดังนี้
Audio/Video - Audio หรือ Video Clips สามารถนำมาใช้ในการแสดงให้เห็นถึงการ ประยุกต์ใช้งานจริงของเนื้อหาหรือความรู้เกี่ยวกับเรื่องที่เรียน รวมถึงการ นำเสนอข้อเท็จจริง หรือ หลักการต่าง ๆ ที่ปรากฏเป็นตัวอย่างแล้ว
Graphics - โมเดล แบบ 2 มิติ หรือ 3 มิติ ทั้งลักษณะอยู่นิ่งและเคลื่อนไหว สามารถ นำเสนอข้อเท็จจริง หลักการ ปรากฎการณ์ ได้ อันจะทำให้มีความเข้าใจ ง่ายและรวดเร็วขึ้น
Simulation - การสร้างรูปแบบจำลองต่าง ๆ โดยใช้ 2D/3D graphics จะช่วยพัฒนา ฝีมือ หรือ ศักยภาพความสามารถของผู้เรียนในด้านการปฎิบัติจริง และ ความสามารถในการวิเคราะห์ และ สังเคราะห์
Virtual Reality - นำมาสร้างเป็น 3D interactive models จะช่วยพัฒนา ฝีมือ หรือ ศักยภาพความสามารถของผู้เรียนในด้านการปฎิบัติจริง และ ความสามารถในการวิเคราะห์ และ สังเคราะห์


จัดทำโฮมเพจโดย : สำนักบริการคอมพิวเตอร์, 4 มีนาคม 2547