ขมิ้นชัน เป็นพืชที่คนไทยรู้จักกันมาแต่โบราณ โดยนำมาใช้ในผลิตภัณฑ์อาหาร แต่งสี แต่งกลิ่น และรสของ อาหาร เช่น แกงเหลือง แกงไตปลา ขมิ้นผงจัดว่าเป็นแหล่งสีธรรมชาติที่ให้ความปลอดภัยมากกว่าสีสังเคราะห์ ตลอดจน ใช้เป็นสมุนไพรรักษาโรคต่าง ๆ แผลในกระเพาะอาหาร อาการท้องอืดท้องเฟ้อและขับลม

ขมิ้นชัน เป็นพืชที่ปลูกง่ายสามารถปลูกได้ทุกภาคของประเทศ เติบโตได้ดีในที่ดอน ไม่ชอบน้ำท่วมขัง ปัญหา ของโรคแมลงรบกวนน้อย อายุเก็บเกี่ยวประมาณ 8-9 เดือน ส่วนใหญ่เกษตรกรจะปลูกขมิ้นชันเป็นพืชสวนครัวหลังบ้าน ในปริมาณไม่มากนัก

ขมิ้นชันเป็นพืชที่รู้จักในวงศ์ขิงข่า เป็นพืชล้มลุกอายุหลายปี ลำต้นเหนือดินเป็นลำต้นที่เกิดจากการอัดตัวกัน ของกาบใบ ลำต้นจริงจะอยู่ใต้ดินที่เรียกว่า "เหง้าขมิ้น" ซึ่งประกอบด้วย เหง้าหลักใต้ดิน ที่เราเรียกกันว่า "หัวแม่" จะมีลักษณะรูปไข่และแตกแขนงทรงกระบอกออกด้านข้างทั้ง 2 ด้าน ที่เราเรียกว่า "แง่ง" เนื้อในเหง้าจะมีสีเหลือง มีกลิ่นเฉพาะ ลักษณะใบจะเป็นใบเดี่ยวที่เจริญออกจากเหง้า เรียงเป็นวงซ้อนทับกันรูปใบหอก กว้าง 12-15 เซนติเมตร ช่อดอกเจริญออกจากเหง้าแทรกขึ้นระหว่างใบรูปทรงกระบอก ประกอบด้วย ใบประดับจำนวนมาก มีสีเขียวอ่อน ใบประดับตรงปลายช่อ จำนวน 6-10 ใบ สีขาวหรือขาวแกมชมพูเรื่อ ๆ ดอกมีสีเหลืองอ่อน เกิดในซอกใบประดับ เว้นแต่ ในซอกใบตรงปลายช่อ ผลทรงกลมมี 3 พู

การปลูกในประเทศไทย นิยมปลูกในช่วงต้นฤดู ประมาณปลายเดือนเมษายน ถึงต้นเดือนพฤษภาคมของทุก ๆ ปี และจะเก็บเกี่ยวหัวขมิ้นในช่วงฤดูหนาวหรือประมาณปลายเดือนธันวาคมถึงมกราคม ซึ่งช่วงนี้หัวขมิ้นชันจะแห้งสนิท

ขมิ้นชันสามารถขึ้นได้ดีในดินทุกชนิด แต่ที่เหมาะสมควรเป็นดินที่ระบายน้ำได้ดี น้ำไม่ท่วมขัง ถ้าเป็นดินเหนียว ควรใส่ปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอกในอัตรา 1 ตันต่อไร่ เพื่อปรับปรุงคุณภาพของดิน ในการเตรียมดินเพื่อปลูกขมิ้นชันควร ไถพรวนก่อนต้นฤดูฝน และหลังจากพรวนดินให้มีขนาดเล็กลงแล้วก็ใช้ไถยกร่องปลูกโดยให้มีระยะระหว่างแถว 75 เซนติเมตร และระยะระหว่างต้น 30 เซนติเมตร

การปลูกขมิ้นชันอาจใช้ท่อนพันธุ์ได้ 2 ลักษณะ คือ ใช้หัวแม่และใช้แง่ง ถ้าปลูกโดยใช้หัวแม่ที่มีรูปร่างคล้ายรูปไข่ ขนาดน้ำหนักประมาณ 15-50 กรัมต่อหัว หัวแม่นี้สามารถให้ผลผลิตประมาณ 3,300 กิโลกรัมต่อไร่ ระยะปลูก 75x30 เซนติเมตร ถ้าใช้หัวแม่ขนาดเล็กลงจะลดลงไปตามสัดส่วนถ้าปลูกด้วยแง่งขนาด 15-30 กรัมต่อชิ้น หรือ 7-10 ปล้อง ต่อชิ้น จะให้ผลผลิตน้ำหนักสดประมาณ 2,800 กิโลกรัมต่อไร่ ควรรองก้นหลุมด้วยปุ๋ยสูตร 13-13-21 ในอัตรา 50 กิโลกรัมต่อไร่ วางท่อนพันธุ์ขมิ้นและกลบด้วยดินหน้า 5-10 เซนติเมตร ก่อนนำลงปลูกในแปลง ควรแช่ด้วยยากันรา และยาฆ่าเพลี้ยประมาณ 30 นาที เพื่อป้องกันโรคหัวเน่าและกำจัดเพลี้ยที่อาจติดมากับท่อนพันธุ์ และมักจะระบาดมาก ขึ้นในช่วงปีที่ 2-3 ของการปลูก หากไม่ได้รับการเอาใจใส่ป้องกันให้ดีก่อนปลูก ขมิ้นชันจะใช้เวลาในการงอกประมาณ 30-70 วันหลังปลูก

เมื่อขมิ้นชันเริ่มงอกยาวประมาณ 5-10 เซนติเมตร ต้องรีบทำการกำจัดวัชพืช เพราะว่าขมิ้นชันหลังจากงอก จะเจริญเติบโตแข่งกับวัชพืชไม่ได้ และใส่ปุ๋ยแอมโมเนียมซัลเฟต ในอัตรา 50 กิโลกรัมต่อไร่ และเมื่อกำจัดวัชพืช ครั้งที่ 2 ควรพรวนดินกลบโคนแถวขมิ้นชันด้วย หลังจากนั้นควรกำจัดวัชพืชอีก 2-3 ครั้งก็พอ

จำนวนและน้ำหนักพันธุ์ขมิ้นชันที่ใช้ปลูกและผลผลิตที่ได้โดยประมาณ
ชนิดและขนาดของหัวพันธุ์ที่ใช้ปลูก จำนวนหัวพันธุ์ที่ใช้ปลูกต่อไร่ในระยะปลูก 76x30 เซนติเมตร (ชิ้น) น้ำหนักหัวพันธุ์กิโลกรัมต่อไร่ (กิโลกรัม) ผลผลิต (กิโลกรัมต่อไร่)
1. หัวแม่น้ำหนักประมาณ 15-30 กรัมต่อหัว 7,100 155 3,300
2. หัวแม่ผ่าซีกน้ำหนักประมาณ 15-50 กรัมต่อชิ้น 7,100 215 2,700
3. แง่งขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 1.5 ซ.ม. ยาวประมาณ 8-12 ซม. น้ำหนัก 15-30 กรัมต่อชิ้น 7,100 140 2,800
4. แง่งขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 1 ซ.ม. ยาว 6-9 ซ.ม. น้ำหนัก 5-10 กรัมต่อชิ้น 7,100 75 2,500

แม้ว่าขมิ้นชันจะเป็นพืชที่ทนทานต่อสภาพแวดล้อมก็ตาม ในช่วงต้นฤดูฝนอาจมีฝนทิ้งช่วงบ้างในขณะที่ขมิ้นชัน ยังมีขนาดเล็กอยู่ ซึ่งอาจมีอาการเหี่ยวเฉาบ้าง จึงควรให้น้ำชลประทานหรืออาจใช้วัตถุคลุมดินเพื่อลดการระเหยของน้ำ และเมื่อเข้าสู่ช่วงฤดูฝนก็ไม่จำเป็นต้องให้น้ำเลย แต่ต้องระมัดระวังน้ำท่วมขังในแปลงเป็นเวลานาน ๆ จะทำให้ ขมิ้นเน่าตายได้ ดังนั้นจึงควรเตรียมแปลงให้มีทางระบายน้ำและต้องรีบจัดการระบายน้ำออกทันทีที่พบว่ามีน้ำท่วมขัง

สำหรับโรคของขมิ้นชันเกิดจากการเน่าของหัวขมิ้น จากน้ำท่วมขังหรือการให้น้ำมากเกินไป หรือเกิดอาการปลูกซ้ำ ที่เดิมหลาย ๆ ครั้งจึงทำให้เกิดการสะสมโรค ซึ่งโรคที่พบ ได้แก่ โรคเหง้าและรากเน่า โรคต้นเหี่ยวและโรคใบจุด โรคเหล่านี้เมื่อเกิดแล้วรักษายากจึงควรป้องกันก่อนปลูก การป้องกันโรคที่ดีควรทำโดยการหมุนเวียนแปลงปลูกทุกๆปี

หลังจากปลูกขมิ้นชันในช่วงต้นฤดูฝน พอเข้าฤดูหนาวประมาณปลายเดือนธันวาคม ลำต้นเหนือดินจะเริ่มแสดง อาการเหี่ยวแห้งจนกระทั่งแห้งสนิทจึงเริ่มทำการเก็บเกี่ยว ในการเก็บเกี่ยวหัวขมิ้นควรใช้เครื่องมือทุ่นแรงช่วย เช่น รถแทรคเตอร์ติดผานไถอันเดียว และคนงานเดินตามเก็บหัวขมิ้นจะช่วยให้ประหยัดต้นทุนค่าแรงงาน เนื่องจากการเก็บ เกี่ยวเป็นช่วงฤดูแล้งในสภาพดินเหนียวจะแข็งทำให้เก็บเกี่ยวยากอาจให้น้ำพอดินชื้นทิ้งไว้ 1 สัปดาห์แล้วจึงเก็บเกี่ยว ขมิ้น ในกรณีที่ใช้แรงงานคนงานขุดหัวขมิ้นในดินที่ไม่แข็งเกินไปมักจะขุดได้เฉลี่ยประมาณ 116 กิโลกรัมต่อวันต่อคน

เมื่อทำการเก็บเกี่ยวแล้วต้องนำมาตัดแต่งราก ทำความสะอาดดินออก ในกรณีที่ต้องการขมิ้นสดอาจจะขายส่วนที่ เป็นแง่ง ส่วนหัวแม่ควรเก็บไว้เป็นพันธุ์ปลูกในฤดูกาลต่อไป ถ้าจะเตรียมขมิ้นแห้งเพื่อนำไปใช้ทำยารักษาโรคนั้น ต้องเป็นขมิ้นชันที่โตเต็มที่และต้องคำนึงถึงความสะอาดเป็นสิ่งสำคัญ รวมทั้งต้องมีปริมาณเคอร์คูมินไม่น้อยกว่า 8.46% ซึ่งขมิ้นลด 6 กิโลกรัมสามารถทำเป็นขมิ้นแห้งประมาณ 1 กิโลกรัม

จากการปลูกขมิ้นชันตั้งแต่เริ่มปลูกจนถึงฤดูกาลเก็บเกี่ยวจะใช้เวลาประมาณ 8-9 เดือน จัดว่าเป็นพืชที่ไม่ยากต่อ การปฏิบัติดูแลรักษา แต่สิ่งหนึ่งที่เกษตรกรควรปฏิบัติก็คือ ไม่ควรปลูกซ้ำแปลงเดิมติดต่อกัน ควรหมุนเวียนสลับกับ พืชอื่นจะช่วยลดความเสียหายจากโรคและแมลงศัตรูพืช และควรปรับใช้เครื่องจักรกลการเกษตรในการกำจัดวัชพืช และการเก็บเกี่ยวขมิ้น เพื่อลดต้นทุนการผลิต


จัดทำโฮมเพจโดย : สำนักบริการคอมพิวเตอร์, 4 มีนาคม 2547