น.พ.สุรชัย ปัญญาพฤทธิ์พงศ์

บุหรี่เป็นสาเหตุการตายของคนอเมริกันวันละราว 1,000 คน นี่กระมังสหรัฐอเมริกาจึงพยายามผลักดันบุหรี่ออกขายต่างประเทศ แม้กระทั่งถึงขั้นบังคับข่มขู่ประเทศคู่ค้าด้วยวิธีการต่าง ๆ ในขณะที่ภายในประเทศสหรัฐอเมริกาเองในขณะนี้ เกิดกระแสต่อต้านบุหรี่อย่างรุนแรง เมื่อคนอเมริกันไม่ยอมตายด้วยบุหรี่ ไฉนต้องเคี่ยวเข็ญให้คนชาติอื่นตายแทน

มีรายงานว่า (wainer, JAMA, 1987) ผู้คนที่ล้มตายก่อนวัยที่สมควร จะตายจากบุหรี่มีมากกว่าสาเหตุอื่น ๆ ได้แก่ โรคเอดส์ จากยาเสพย์ติดต่าง ๆ เช่น โคเคน เฮโรอีน สุรา จากอุบัติเหตุรถยนต์ รวมทั้งการตายจากการฆ่าตัวตายหรือถูกฆาตกรรม

บุหรี่ ทำให้เกิดโรคมะเร็งที่พบบ่อยได้แก่ มะเร็งปอด ซึ่งกว่าเจ้ามะเร็งนี้จะอนุญาตให้เหยื่อผู้เคราะห์ร้ายตายได้ ก็ต้องทนทุกข์ทรมานด้วยอาการหิวอากาศอยู่นาน คนที่เนื้อปอดเสียต้องหอบแฮ่ก ๆ เหมือนนักวิ่งที่ต้องวิ่งขึ้นเนินตลอดเวลาทั้งกลางวันและกลางคืน หอบจนหลับไม่ได้กลืนไม่ลง นอกจากนั้นยังมีโอกาสเป็นมะเร็งที่อื่น ๆ เช่น ริมฝีปาก ช่องปาก ไต และแม้กระทั่งปากมดลูก

บุหรี่ ทำให้หลอดลมอักเสบ ปอดอักเสบเรื้องรัง ถุงลงโป่งพอง แผลในกระเพาะอาหาร และที่สำคัญทำให้หลอดเลือดแข็งตัว

เมื่อหลอดเลือดในร่างกายเราแข็งตัว จะขาดความยืดหยุ่น เม็ดเลือดไหลผ่านไม่สะดวก ผนังหลอดเลือดที่แข็งจะเปราะ จึงเป็นช่องทางนำไปสู่โรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด กล้ามเนื้อหัวใจตายเกิดอาการหัวใจวายกะทันหัน และเป็นช่องทางให้หลอดเลือดในสมองตีบตันหรือแตก ถึงไม่ตายก็กลายเป็นอัมพาต

พิษร้ายและโทษของบุหรี่มีอีกยืดยาว เชื่อว่าท่านผู้อ่านคงรู้กันดีอยู่แล้ว ผมไม่ขอจาระไนต่อประเดี๋ยวจะกลายเป็นบทความต่อต้านบุหรี่ไป แต่ที่อยากจะคุยกับแฟน ๆ ก็เฉพาะเรื่องบุหรี่ที่เกี่ยวข้องกับนักวิ่งและนักกีฬา ตลอดจนนักออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ

สารพิษจากบุหรี่ขัดขวางการแลกเปลี่ยนอากาศดีคือ ก๊าซออกซิเจนในเนื้อปอด ทำให้ต้องหายใจเร็วขึ้น เพื่อให้ได้ก๊าซอ๊อกซิเจนเท่าเดิม ในขณะที่เราออกกำลังกาย ไม่ว่าจะสูบบุหรี่เอง หรือได้พิษบุหรี่จากอากาศที่นักสูบอื่น ๆ พ่นออกมา จะทำให้เหนื่อยเร็ว หอบมากขึ้น

เมื่อใครสูบบุหรี่สักคน สามารถส่งผลร้ายแพร่กระจายไปสู่คนรอบข้าง จึงมีการออกกฎหมายห้ามสูบบุหรี่ในที่สาธารณะ สถานที่ชุมชน สนามกีฬา โรงพยาบาล มีการประกาศเขตปลอดบุหรี่เพื่อคุ้มครองสิทธิของผู้ไม่สูบบุหรี่

สารพิษในบุหรี่ไม่หยุดอยู่ที่ปอด หากแต่แทรกซึมเข้าสู่กระแสเลือด ไปจับกับเม็ดเลือดแดง ทำให้เม็ดเลือดแดงสูญเสียสมรรถภาพการจับอ๊อกซิเจน เมื่อคนเราออกกำลังกาย เซลล์กล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อต่าง ๆ ต้องการอ๊อกซิเจนเพิ่มขึ้น ซึ่งเม็ดเลือดแดงมีหน้าที่จับอ๊อกซิเจนจากอากาศเอาไปส่งให้ เมื่อเม็ดเลือดแดงจับอ๊อกซิเจนได้น้อยลง หัวใจต้องเต้นเร็วขึ้นเพื่อให้กระแสเลือดหมุนเวียนเร็วขึ้นเป็นเหตุให้เกิดอาการเหนื่อยเร็ว สมรรถภาพทางการกีฬาลดลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกีฬาที่ต้องใช้ความอดทน (Endurance) นักวิ่งระยะยาวที่ดีหรือนักไตรกีฬา มนุษย์เหล็กต่าง ๆ จึงต้องไม่มีบุหรี่ในหัวใจ

เม็ดเลือดคนสูบบุหรี่จะสามารถจับก๊าซคาร์บอนมอนนอกไซด์ได้ดีกว่าคนไม่สูบบุหรี่ได้ 5-10 เท่า ก๊าซคาร์บอนมอนนอกไซด์เป็นก๊าซพิษที่ร่างกายไม่ต้องการ นอกจากจะแย่งที่ก๊าซออกซิเจนแล้ว ยังมีคุณสมบัติทำลายผนังหลอดเลือดในร่างกาย ทำให้ไขมันประเภทไม่ประสงค์ดียึดติดกับผนังหลอดเลือดได้ง่าย เป็นผลให้หลอดเลือดแข็ง (Atherosclerosis) ซึ่งจะทำให้เกิดผลร้าย ๆ ต่อร่างกายดังได้กล่าวแล้วตอนต้นบทความ

ไม่เพียงทำลายถึงเนื้อถึง (เม็ด) เลือดตัวเองเท่านั้น สารพิษจากบุหรี่ยังสามารถผ่านรกเข้าสู่กระแสเลือดของทารกในครรภ์ ทำให้ทารกผู้น่าสงสารได้รับอ๊อกซิเจนไม่เต็มที่ เกิดภาวะขาดอ๊อกซิเจนของเซลล์ต่าง ๆ เป็นเหตุให้ทารกแรกคลอดน้ำหนักตัวน้อย บางรายมีปัญหาหายใจลำบากแรกคลอด และอาจเป็นสาเหตุการตายแรกคลอด

ยืนยันกันแล้วว่าบุหรี่เป็นสารเสพย์ติด มีผลต่อจิตใจและร่างกาย กระตุ้นระบบประสาทอัตโนมัติ ให้หัวใจทำงานมากขึ้นแม้แต่เวลาพัก ทำให้เบื่ออาหาร มีกลิ่นปาก และเสียบุคลิก เดี๋ยวนี้ใครต่อใครจึงพูดกันว่า "คนทันสมัย ไม่สูบบุหรี่"

ผู้ติดบุหรี่จำนวนไม่น้อยหันมาออกกำลังกาย หลายคนเข้าสู่วงการวิ่งเพื่อสุขภาพ ผลพวงจากการวิ่งทำให้เบื่อบุหรี่ละเลิกบุหรี่ได้เด็ดขาด

นักวิ่งเพื่อสุขภาพหลายคนสามารถวิ่งได้เร็วขึ้น ทนขึ้น เพียงเพราะอดบุหรี่ซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจ ถ้าเข้าใจกลไกเรื่องเม็ดเลือดกับบุหรี่

วันนี้ขอจบบทความด้วยประโยคที่ว่า

"เขตนักวิ่ง (เม็ด) เลือดดี บุหรี่ห้ามเข้า"

จัดทำโฮมเพจโดย : สำนักบริการคอมพิวเตอร์, 22 พฤษภาคม 2544