มะนาว... แปรรูปน้ำมันหอมระเหย

ประเทศไทยมีเกษตรกรที่ปลูกมะนาวจำนวนมากที่ผ่านมาเราจะพบฤดูที่มะนาวราคาแพงลูกละ 10 บาท ก็เคยมีราคาถูกสุด ๆ ล้นตลาด จนเกษตรกรปล่อยมะนาวสุกทิ้งคาต้นไปก็มี

เมื่อปี 2542 มะนาวทั่วประเทศพร้อมใจกันออกลูกพร้อมกัน ทำให้ล้นตลาด เกษตรกรจึงปล่อยทิ้ง ถ้าเก็บไว้ก็ไม่รู้ว่าจะนำไปทำอะไร เป็น การสูญสิ้นทรัพยากรไปอย่างเปล่าประโยชน์

นับแต่นั้นมานักวิชาการและรัฐบาลก็มีนโยบายที่จะให้นำมะนาวมาแปรรูปเพื่อป้องกัน "มะนาว" ล้นตลาด ไม่ว่าจะนำมะนาวมาดองเปรี้ยว หวาน แช่อิ่ม ฝังมะนาวในกระบะทรายเพื่อยืดอายุมะนาว หรือคั้นน้ำแล้วเก็บรักษาน้ำมะนาวได้เป็นระยะเวลานาน เป็นต้น

นางสาวสุรัตน์วดี จิวะจินดา นักวิจัยชำนาญการระดับ 8 ฝ่ายปฏิบัติการวิจัยและเรือนปลูกพืชทดลองมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน ได้รับเงินสนับสนุนการวิจัยจากสถาบันวิจัยและพัฒนาแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ให้ทำการวิจัย เรื่อง "การกลั่นน้ำมัน หอมระเหยจากมะนาวและการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์พร้อมใช้"

ขณะนี้ได้ทำการวิจัยออกมาได้รับผลที่น่าพอใจแล้วและได้ถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กลุ่มผู้ปลูกมะนาวที่ จ.เพชรบุรี ไปแล้ว 2 รุ่น

นางสาวสุรัตน์วดี กล่าวถึงน้ำมันหอมระเหยว่า หากมีผู้ผลิตน้ำมันหอมระเหยจากมะนาวเพื่อเป็นการค้าในประเทศไทย เราจะลดปริมาณการนำ เข้าน้ำมันหอมระเหยจากต่างประเทศจำนวนมาก และผู้บริโภคไม่ต้องกลัวเรื่องผลผลิตไม่ได้มาตรฐาน เท่าที่วิจัยและทดลองมานั้น น้ำมันหอมระเหย ที่กลั่นออกมานั้น มีคุณภาพใกล้เคียงกับที่นำเข้ามาจากต่างประเทศมาก และหากมีใครต้องการทำจริง ๆ ก็ยินดีที่จะถ่ายทอดเทคโนโลยีให้และ ตรวจสอบคุณภาพให้อีกด้วย

กระแสความนิยม เรื่อง "อโรมาเธอราปี" หรือ "สุวคนธบำบัด" คือการบำบัดโรควิธีหนึ่งโดยการใช้กลิ่นหอมของน้ำมันหอมระเหย กำลังระบาด อย่างมากในประเทศไทย

แต่รู้ไหมว่า "น้ำมันหอมระเหย" ที่ใช้กันอยู่ส่วนใหญ่จะผสมแอลกอฮอล์หรือน้ำมันพืช ไม่ได้เป็นน้ำมันหอมระเหย 100% เพราะต้องนำเข้าจาก ต่างประเทศและมีราคาแพงมาก

ยกตัวอย่างน้ำมันหอมระเหยมะนาว (Lime พันธุ์ที่ใช้อยู่ในประเทศไทย) หลอดบรรจุ 10 มิลลิลิตร (10 ซีซี) ราคาสูงถึง 345 บาท แต่ถ้าผลิต เองในประเทศตามขั้นตอนตามส่วนผสมของผู้วิจัย หากมะนาวมีราคาลูกละ 10 สตางค์แล้วละก็ จะมีต้นทุนเพียงซีซีละ 1 บาทเท่านั้นเอง

นักวิจัยผู้นี้ กล่าวปัญหาที่พบตอนนี้ไม่ใช่เรื่องเทคนิคการผลิต เป็นเรื่องที่แปลกจากการไปสอบถามข้อมูลจากร้านเสริมสวย ร้านธรรมชาติ บำบัด กลับได้รับคำตอบว่าไม่กล้าใช้น้ำมันหอมที่ผลิตขึ้นเองในประเทศ ทั้ง ๆ ที่ตนเองเป็นผู้วิจัยก็ยืนยันมีคุณภาพใกล้เคียงกับที่นำเข้าจาก ต่างประเทศมากจนแทบจะแยกกันไม่ออก

การผลิตน้ำมันหอมระเหยนั้นไม่ยุ่งยาก แต่ต้องมีเครื่องสำหรับคั้นน้ำมันหอมระเหย 1 เครื่อง ซึ่งผู้วิจัยได้คิดค้นขึ้นมาสำเร็จแล้ว และจดสิทธิบัตร เรียบร้อยแล้วเช่นกัน ต้นทุนต่อเครื่องตก 60,000 บาท

ขณะนี้กำลังหาเอกชนมาร่วมผลิตเครื่องกลั่นหากใครสนใจจริง ๆ ติดต่อ คุณเกษชฎา มีความสุข ที่งานวิจัยร่วมรัฐและเอกชน สถาบันวิจัยและ พัฒนาแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โทร. 0-2579-6111

วิธีเลือกมะนาวที่แก่จัดแต่เปลือกยังมีสีเขียวอยู่ หากใช้มะนาวที่เปลือกเหลืองแล้วจะมีกลิ่นหอมน้อยกว่าล้างมะนาวให้สะอาดแล้วปอกผิวมะนาว เป็นวงกลมของลูกจนหมด มะนาวที่ปอกเปลือกแล้วนำไปคั้นน้ำ ทำมะนาวพร้อมปรุงหรือมะนาวผงได้

มะนาว 1,500 ลูกจะได้เปลือกมะนาว 9-10 กก. ผลิตน้ำมันหอมระเหยได้ 150 ซีซี หรือเปลือกมะนาวจะมีน้ำมันหอมระเหย 1.5-2%

ใช้น้ำ 12 ลิตรใส่ลงไปในหม้อกลั่น อัดวัตถุดิบให้แน่น ใช้เวลาในการกลั่น 5-6 ชั่วโมง เมื่อได้น้ำมันหอมแล้วต้องบรรจุไว้ในขวดทึบแสง และ ปิดฝาทิ้งไว้อย่างน้อย 2 เดือน ให้กลิ่นของน้ำมันคงที่ จึงจะนำมาใช้ได้ หากใส่ขวดโปร่งแสงน้ำมันจะระเหยได้และไม่จำเป็นต้องแช่ในตู้เย็น

เปลือกมะนาวนั้นจะต้องใช้เปลือกมะนาวสด ๆ ปอกเสร็จแล้วต้องกลั่นเลยทันที หรือต้องแช่ตู้เย็นเพื่อรักษาน้ำมันไว้ไม่ให้ระเหยไปหมด

ขณะที่ยังไม่ได้รับการยอมรับจากร้านค้า ซึ่งนาวสาวสุรัตน์วดี ก็เลยนำเอาน้ำมันหอมเหล่านี้มาผลิตเป็นโลชั่นและสบู่

ส่วนผสมของโลชั่นชนิดครีม

ส่วนน้ำมัน

น้ำมันมะกอก 300 กรัม , น้ำมันดอกทานตะวัน 150 กรัม , ขี้ผึ้งขาว 50 กรัม, มอนทานอก (Montanox) หรือ Tween 80 60 กรัม

ส่วนน้ำ

น้ำกรอง 100 กรัม, น้ำมะนาว 45 กรัม, เมทธิลพาราเบน 0.3 กรัม, โปรพีลพาราเบน 0.3 กรัม และน้ำมันหอมระเหยมะนาว 10 ซีซี

วิธีทำ

ละลายส่วนน้ำมันเข้าด้วยกัน โดยอุ่นในหม้อน้ำร้อน (ใช้หม้อ 2 ใบ ใบที่ 1 ใส่น้ำต้ม นำส่วนผสมใส่หม้อใบที่ 2 ที่เล็กกว่าในหม้อใบที่ 1) จน ละลายเข้ากันดี ไม่ควรตั้งบนไฟโดยตรง เพราะน้ำมันอาจไหม้ได้ ตั้งทิ้งไว้ให้อุณหภูมิเย็นลงเหลือ 70 องศา

ละลายส่วนน้ำเข้าด้วยกันอุ่นจนได้อุณหภูมิ 70 องศา แล้วเทส่วนน้ำมันลงไปในส่วนน้ำทีละน้อย พร้อมกับตีให้เข้ากันด้วยเครื่องตีไข่ด้วยมือ จนหมดส่วนน้ำมัน

ยกลงจากน้ำอุ่นแล้วตีต่อจนได้ของเหลวข้นคล้ายครีมสลัด เมื่อผส่วนผสมเย็นลงเท่าอุณหภูมิปกติแล้วเติมน้ำมันระเหยมะนาวลงไป ตีต่ออีก 20 นาที บรรจุในกระปุกหรือขวดได้

โลชั่นชนิดก้อน

ส่วนผสมน้ำมันมะกอก 300 กรัม, ขี้ผึ้งขาว 150 กรัม, น้ำมันหอมระเหย มะนาว 10 ซีซี, สีเทียนหรือสีน้ำมันก็ได้ตามชอบ ละลายน้ำมันมะกอก และขี้ผึ้งขาวเข้าด้วยกัน โดยอุ่นในหม้อน้ำร้อนแบบเดียวกับข้างต้น เมื่อละลายแล้วยกลงเติมสีเล็กน้อยตามต้องการ คนจนส่วนผสมเริ่มเย็นหรือพออุ่น เติมน้ำมันหอมระเหยคนให้เข้ากันดี เทลงใส่พิมพ์รอจนแข็งตัว ถอดออกแล้วบรรจุในกล่องที่สวยงาม

ผู้สนใจการกลั่นน้ำมันหอมระเหย ติดต่อไปที่ นางสาวสุรัตน์วดี จิวะจินดา งานวิจัยสภาวะแวดล้อม ฝ่ายปฏิบัติการวิจัยและเรือนปลูกพืชทดลอง สถาบันวิจัยและพัฒนาแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม 73140 หรือโทร. 0-3428-1092, 0-3435-1399

เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว ผู้วิจัยก็เลยแนะนำให้เกษตรกรหรือผู้สนใจนำมะนาวมากลั่นทำ "สบู่เหลว & ข้น กลิ่นมะนาว" กันดีกว่า

สบู่เหลวที่มีคนทำออกมาขายทั่วไปในขณะนี้ มักจะไปซื้อ "หัวสบู่" จากร้านขายสารเคมี ย่านเสาชิงช้า กรุงเทพฯ ซึ่งมักจะผสมสารเคมีที่เป็น อันตรายต่อผิวหนัง

นางสาวสุรัตน์วดี จิวะจินดา บอกว่าจะให้ดีควรซื้อมาผสมเองทีละส่วนจะดีกว่าตามสูตรนี้

สบู่ก้อนแบบขุ่น

น้ำมันดอกทานตะวัน 450 กรัม, น้ำมันมะพร้าว 280 กรัม, น้ำมันมะกอก 200 กรัม, โซดาไฟ 135 กรัม ละลายน้ำ 250 กรัม, กรดสเตียริค 100 กรัม (หลอมให้ละลายก่อน) น้ำมันหอมระเหยมะนาว 40 ซีซี (หากใช้น้ำมันถั่วเหลืองแทนน้ำมันมะพร้าว ใช้โซดาไฟ 120 กรัม ละลายน้ำ 250 กรัม)

สบู่ก้อนแบบใส

น้ำมันดอกทานตะวัน 450 กรัม, น้ำมันมะพร้าว 280 กรัม, น้ำมันมะกอก 200 กรัม, โซดาไฟ 140 กรัม ละลายน้ำ 250 กรัม, กรดสเตียริค 100 กรัม (หลอมให้ละลายก่อน) กลีเซอรีน 80 กรัม, แอลกอฮอล์ 500 ซีซี, น้ำตาลทราย 200 กรัม ละลายน้ำ 280 กรัม (ทำให้ความในคงที่) น้ำมันหอมระเหยมะนาว 40 ซีซี (หากใช้น้ำมันถั่วเหลืองแทนน้ำมันมะพร้าวให้ใช้โซดาไฟ 125 กรัม ละลายน้ำ 250 กรัม)

สบู่เจล

น้ำมันดอกทานตะวัน 450 กรัม, น้ำมันมะพร้าว 280 กรัม, น้ำมันมะกอก 200 กรัม, โซดาไฟ 135 กรัม ละลายน้ำ 250 กรัม, กลีเซอรีน 80 กรัม, แอลกอฮอล์ 100 ซีซี, น้ำตาลทราย 200 กรัม ละลายน้ำ 280 กรัม, เมทิลพาราเบน 0.05 กรัม, โปรฟิลพาราเบน 0.05 กรัม (กันบูดและกันเชื้อ จุลินทรีย์) น้ำมันหอมระเหยมะนาว 40 ซีซี (หากใช้น้ำมันถั่วเหลืองแทนน้ำมันมะพร้าว ใช้โซดาไฟ 120 กรัม ละลายน้ำ 250 กรัม)

สบู่เหลว

น้ำมันดอกทานตะวัน 450 กรัม, น้ำมันมะพร้าว 280 กรัม, น้ำมันมะกอก 200 กรัม, โซดาไฟ 135 กรัม ละลายน้ำ 250 กรัม, กลีเซอรีน 80 กรัม, แอลกอฮอล์ 100 ซีซี, น้ำตาลทราย 200 กรัม ละลายน้ำ 280 กรัม, น้ำเปล่า 2,500 กรัม, น้ำมันหอมระเหยมะนาว 40 ซีซี (หากใช้น้ำมันถั่วเหลือง แทนน้ำมันมะพร้าว ให้ใช้โซดาไฟ 120 กรัม ละลายน้ำ 250 กรัม)

อุปกรณ์

หม้อสเตนเลสที่มีขนาดต่างกัน 1 คู่ ซ้อนกันได้หลวม ๆ, เครื่องชั่ง, เทอร์โมมิเตอร์, เครื่องตีไข่, ถ้วยตวง, เตาไฟฟ้า, เชือก, แผ่นพลาสติก, ถาด, ขวด, หลอดพลาสติก, พิมพ์ใส่สบู่

ขั้นตอนการทำสบู่

ชั่งน้ำหนักส่วนผสม ยกเว้นน้ำมัน เทน้ำกรอง 2.5 เท่าลงไปผสมคนให้ละลายจะเกิดความร้อนขึ้น ทิ้งไว้ให้เย็น 70 องศา

ต้มน้ำในหม้อใบนอก เทน้ำมันลงหม้อใบข้างในต้มให้มีอุณหภูมิ 70 องศา เทส่วนผสมข้างต้นลงไปทีละน้อยจนหมด ใช้ไม้พายกวน เบา ๆ แล้วใช้เครื่องตีไข่ไฟฟ้าแบบมือถือกวนให้เข้ากันจนข้น ทุกขั้นตอนต้องรักษาให้อุณหภูมิอยู่ที่ 70 - 80 องศา เพื่อให้เกิดเป็นสบู่อย่างสมบูรณ์

สบู่ก้อนแบบขุ่น

เติมสีและน้ำมันมะกอกระเหยลงไป แล้วเทใส่พิมพ์ทิ้งไว้ให้เย็น

สบู่ใส

เมื่อกวนได้ที่แล้วเปิดฝาหม้อหุ้มด้วยพลาสติกและรัดเชือกให้แน่น ต้มต่ออีก 4 ชั่วโมง เติมแอลกอฮอล์ กลีเซอรีนและน้ำตาลที่ละลายน้ำแล้ว คนเบา ๆ ให้เข้ากัน ปิดหม้อต้มต่ออีก 4 ชั่วโมง ยกลงมาเติมสีและน้ำมันหอมระเหยเทใส่พิมพ์ ใช้เวลา 1 - 2 วันจึงจะแข็ง

สบู่เจล

เมื่อกวนได้ที่ใส่ส่วนผสมที่เหลือของสบู่เจลลงไป เติมน้ำเพิ่มในสัดส่วน 300 กรัมต่อสบู่ 1 กก. แล้วเติมสีและน้ำมันหอมระเหย คนเบา ๆ ปิดฝา และห่มผ้าทิ้งไว้ 1 คืน จะได้สบู่เจบนำไปบรรจุหลอด

สบู่เหลว

เหมือนสบู่เจล แต่เติมน้ำลงไป 1,500 กรัมต่อสบู่ 1 กก. เติมสีและน้ำมันหอม คนเบา ๆ ให้ส่วนผสมเข้ากันแล้วบรรจุขวด

ก็ลองนำสูตรเหล่านี้ไปทดลองทำกันและไปใช้ดูนะคะ รับรองได้ว่าปลอดภัยมีประโชน์ต่อผู้ใช้อย่างแน่นอนค่ะ
จัดทำโฮมเพจโดย : สำนักบริการคอมพิวเตอร์, 25 มิถุนายน 2545