การอนุบาลลูกกบ

       อาหารและการให้อาหาร

       1. เมื่อไข่กบฟักออกเป็นตัวแล้วช่วงระยะ 2 วันแรกยังไม่ต้องให้อาหารเพราะยังใช้ไข่แดง(yolk sac) ที่ติดมาเลี้ยงตัวเองอยู่ หลังจากนั้นจึงเริ่มให้อาหาร เช่น ไรแดง ไข่ตุ๋น อาหารเม็ด ตามลำดับ

อายุและอัตราการให้อาหาร
อายุ
อัตราที่ให้(%ของน้ำหนักตัว)
จำนวนมื้อ/วัน
3 - 7 วัน
20 %
5
7 - 21 วัน
10 - 15 %
5
21 - 30 วัน
5 - 10 %
4
1 - 4 เดือน
4 - 5 %
2

       การเปลี่ยนถ่ายน้ำ

       1. เมื่อลูกอ๊อดฟักออกเป็นตัวจะต้องเพิ่มระดับน้ำในบ่อขึ้นเรื่อยๆ จนอยู่ที่ระดับความลึก 30 ซม.

       2. ลูกอ๊อดอายุครบ 4 วัน จะต้องทำการย้ายบ่อครั้งที่ 1 และระดับน้ำที่ใช้เลี้ยงควรอยู่ที่ระดับ 30 ซม.

       3. เปลี่ยนถ่ายน้ำทุกวันๆ ละ ประมาณ 50 เปอร์เซนต์

       4. ทุกๆ 3 - 4 วัน ทำการย้ายบ่อพร้อมกับคัดขนาดลกอ๊อด

       5. เมื่อลูกอ๊อดเริ่มเข้าระยะที่ขาหน้าเริ่มงอกต้องลดระดับน้ำในบ่อลงมาอยู่ที่ระดับความลึกประมาณ 5 - 10 ซม. และจะต้องใส่วัสดุที่ใช้สำหรับเกาะอาศัยลงไปในบ่อ เช่น ทางมะพร้าว แผ่นโฟม เป็นต้น

       การคัดขนาดลูกกบนา

       1. ลูกอ๊อดในบ่อเดียวกันเมื่อเลี้ยงไปได้ประมาณ 1 สัปดาห์ หลังฟักออกจากไข่จะเริ่มมีขนาดไม่เท่ากัน เนื่องจากการที่กบกินอาหารไม่ทันกัน ดังนั้น จึงต้องทำการคัดขนาด เมื่อลูกอ๊อดอายุได้ประมาณ 7 - 10 วัน โดยการใช้ตะแกรงคัดขนาดที่ทำจากตาข่ายพลาสติกที่มีขนาดของช่องตาขนาดต่างๆ กัน ซึ่งเราสามารถเลือกซื้อตามขนาดตัวลูกอ๊อดระยะต่างๆ ได้

       2. ทุกๆ 3 - 4 วัน ทำการคัดขนาดแยกบ่อ

       3. ในระยะที่ลูกอ๊อดบางตัวเริ่มมีขาหน้างอกออกมาจะใช้ตะแกรงคัดขนาดไม่ได้แล้ว เนื่องจากลูกอ๊อดจะเกาะอยู่ที่ตะแกรงและไม่ลอดช่องลงไปจึงต้องเปลี่ยนมาใช้กะละมังเติมน้ำให้เต็มแล้วคัดลูกกบ 4 ขาออกไปใส่บ่อเดียวกันไว้

       4. เมื่อลูกกบอายุประมาณ 1 เดือน ลูกกบจะเป็นตัวเต็มวัยไม่พร้อมกัน บางตัวที่หางยังครบก็จะอยู่ในน้ำ บางตัวที่หางหดเป็นตัวเต็มวัยแล้วก็จะต้องอยู่บนบก ระยะนี้จะต้องคัดแยกลูกกบที่เหมือนตัวเต็มวัยออกไปใส่บ่ออื่น และยังต้องคัดขนาดลูกกบที่โตไม่เท่ากันออกจากกัน

อายุ / อัตราการอนุบาลและการปล่อยเลี้ยง
7 วัน 2,000 ตัว / ตร.ม.
8 - 14 วัน 1,500 ตัว / ตร.ม.
15 - 25 วัน 800 ตัว / ตร.ม.
26 - 30 วัน 500 ตัว / ตร.ม.
1 - 4 เดือน 100 - 150 ตัว / ตร.ม.

       การดูแลและเลี้ยงกบเต็มวัยจนเป็นกบโต

       ลูกอ๊อดเจริญเติบโตเป็นกบเต็มวัยแล้ว มันจะขึ้นจากน้ำไปอาศัยอยู่บนบกหรือวัสดุอื่นๆ ที่ลอยน้ำ เมื่อคัดขนาดนำไปเลี้ยงในบ่อแล้วต้องเตรียมอาหารให้ ถ้าเป็นลูกอ๊อดที่เคยให้อาหารเม็ดกินแต่แรก ก็สามารถให้อาหารเม็ดดังกล่าวกินได้ต่อไป แต่ถ้าหากเป็นลูกกบที่ไม่เคยได้รับการฝึกมาก่อน ก็ต้องมีการฝึกการกินอาหารเม็ดในขั้นต่อไป เพราะโดยธรรมชาติลูกกบจะกินอาหารเป็นสิ่งที่มีชีวิต เช่น แมลง ไส้เดือน ปลวก หนอน ลูกปลา ลูกกุ้ง ฯลฯ แต่การเลี้ยงกบนั้นไม่สามารถที่จะหาอาหารสิ่งมีชีวิตดังกล่าวให้ได้โดยตลอด เพราะอาหารหลักคือ เนื้อปลา เกษตรกรจึงต้องใช้วิธีการฝึกให้ลูกกบกินปลา โดยการเพาะหนอนแล้วนำไปใส่ในกองปลาสับที่อยู่ในถาดให้อาหาร หนอนจะชอนไชอยู่ในกองปลาสับ ลูกกบจะเข้ามากินหนอนแต่ก็ติดปลาสับเข้าไปด้วย พอวันที่สองใส่หนอนลงบนกองปลาสับน้อยกว่าวันแรก วันที่ 3 และวันที่ 4 ก็เช่นเดียวกัน คือลดจำนวนหนอนลงเรื่อยๆ ขณะเดียวกันก็เพิ่มปริมาณปลาสับมากขึ้น จนวันที่ 5 บนถาดอาหารจะมีเฉพาะกองปลาสับเพียงอย่างเดียว ลูกกบก็เข้ามากินปลาสับตามปกติและเมื่อลูกกบมีขนาดโตขึ้น อาหารปลาสับละเอียดก็เปลี่ยนเป็นชิ้นเล็กๆ และมีเพิ่มขนาดขึ้น ตราขนาดของปากกบ หรือเมื่อกบโตเต็มที่ก็อาจจะโยนปลาที่มีขนาดพอเหมาะกับปากให้ทั้งตัวก็ได้

       ปริมาณการแลกอาหารเปลี่ยนเป็นเนื้อกบ 3.4 : 1

       สำหรับลูกกบที่จับตามธรรมชาติแล้วนำมาเลี้ยงรวมในบ่อเป็นเวลา 1 - 2 วัน จึงเริ่มให้อาหารกบ ลูกกบเหล่านี้เคยกินอาหารตามธรรมชาติมาแล้ว และเมื่อปล่อยเลี้ยงใหม่ๆ ยังเหนื่อยและตื่นกับสภาพแวดล้อมใหม่ จึงไม่สนใจกับการกินอาหาร และถ้าผู้เลี้ยงจะไม่ฝึกให้กินหนอนร่วมกับปลาบด โดยให้ปลาบดหรือปลาสับอย่างเดียวโยนให้กินพอแต่น้อยๆ ก่อน ซึ่งกบจะกินเพราะความหิวให้อาหารวันละ 2 ครั้ง คือ ตอนเช้า 07.00 น. และตอนเย็น 17.00 น. ปริมาณให้อาหารในอัตรา 10 % ของน้ำหนักตัว คือ ถ้าปล่อยกบลงเลี้ยงมีน้ำหนักรวม 100 กก. ก็จะให้อาหารวันละ 10 กก. แบ่งออกเป็น 2 เวลาดังกล่าว หลังจากเลี้ยงได้นาน 2 อาทิตย์ ลูกกบก็จะเริ่มชินกับอาหาร และเมื่อกบโตขึ้น ก็เปลี่ยนเป็นปลาหั่นเป็นชิ้นๆ หรือโยนปลาให้ทั้งตัวเมื่อปลามีขนาดพอๆ กับปากกบ

       แต่สำหรับผู้เลี้ยงกบบางรายที่หาอาหารสดไม่พอ อาจใช้ปลายข้าว 1 ส่วน ผักบุ้ง 2 ส่วน ต้มรวมไปกับอาหารสด คือ เนื้อปลา เนื้อหอยโข่ง หรือ ปูที่เด็ดเอาก้ามออกทิ้งก่อน เมื่อต้มแล้วปล่อยให้เย็นจึงนำไปให้กบกินได้เช่นกัน อนึ่ง การเปิดไฟล่อให้แมลงมาเล่นไฟและตกลงไปเป็นอาหารกบไม่สู้จะเป็นผลดีเท่าใดนัก เพราะจะทำให้กบอดหลับอดนอน คอยเฝ้าแมลงที่ตกลงมาให้กบกิน อีกทั้งแมลงที่มาเล่นไฟเหล่านี้บางครั้งจะเป็นอันตรายต่อกบ เช่น แมลงที่มีพิษอยู่ในตัว แมลงที่ไปถูกยากำจัดศัตรูพืชและไม่ตายโดยทันที เมื่อมาเล่นไฟและตกลงไปให้กบกิน พิษยากำจัดแมลงก็จะเข้าไปส่งผลต่อกบด้วยและอาทำให้กบตายในที่สุด จึงเป็นเหตุให้ผู้เลี้ยงพบกบตายโดยไม่มีบาดแผล และการตายในลักษณะเดียวกับนี้ ยังพบกับกบที่กินอาหารบูดเสีย เนื่องจากผู้เลี้ยงปล่อยปละละเลยไม่ทำความสะอาดภาชนะที่ให้อาหารกบ ดังนั้นเมื่อให้อาหารมื้อเช้าเวลา 07.00 น. แล้วควรเก็บเศษอาหารที่เหลือและนำภาชนะไปล้างทำความสะอาด เมื่อเวลา 10.00 น. ส่วนมื้อเย็นให้เวลา 17.00 น. ปล่อยทิ้งไว้ตลอดคืนได้เพราะในช่วงเวลากลางคืนอากาศเย็น โอกาสที่อาหารจะบูดเสียมีน้อย อีกทั้งอุปนิสัยของกบชอบหาอาหารกินในเวลากลางคืนอยู้แล้ว ดังนั้นกว่าจะถึงตอนเช้าอาหารจะหมดเสียก่อน

       อัตราการให้อาหารที่เลี้ยงในลักษณะคอก มีบ่อน้ำตรงกลาง เป็นคอก ขนาด 4 x 4 เมตร ปล่อยกบ 1,000 ตัว ให้อาหารดังนี้

อายุกบ (วัน)
ให้อาหารสด
50 400 กรัม / วัน
60 600 กรัม / วัน
90 1.5 ก.ก. / วัน
120 3 ก.ก. / วัน
150 4 ก.ก. / วัน

 

ในการเลี้ยงกบ จำเป็นต้องคอยคัดขนาดของกบให้มีขนาด เท่าๆ กัน ลงเลี้ยงในบ่อเดียวกัน มิฉะนั้น กบใหญ่จะรังแกและกินกบเล็ก ซึ่งจะทำให้ต้องตายทั้งคู่ ทั้งตัวที่ถูกกินและตัวที่กิน

แล้วพบเนื้อหาตอนต่อไป ฉบับหน้า นะครับ

       

จัดทำโดย : สำนักบริการคอมพิวเตอร์, 31 กรกฎาคม 2550