วิสัยทัศน์และกลยุทธ์
ที่บริษัทหรือฟาร์มผลิตสัตว์และสหกรณ์ผู้เลี้ยงสัตว์ควรปรับใช้
หลัง ค.ศ. 2001

ดร.สุรชัย ชาครียรัตน์
ภาควิชาสัตวบาล คณะเกษตร มก.
โทรศัพท์ (02) 579-1120 , 561-3481
Email : surachaichak.yahooo.com

ผู้บริโภคยุคใหม่ไม่ว่าจะเป็นผู้บริโภคในประเทศ (local consumers) หรือ ผู้บริโภคในต่างประเทศ (international consumers) ของสินค้าจากฟาร์มเลี้ยงสัตว์ ไม่ว่าจะเป็นสินค้าหรือผลิตภัณฑ์จากสัตว์ที่เป็นระดับอุตสาหกรรมในครัวเรือน (primary industry products) เช่น ไก่สดแช่เย็น ไข่เค็ม หรือ สินค้า หรือ ผลิตภัณฑ์จากสัตว์ที่เป็นอุตสาหกรรม (industrialized products) ล้วนแต่เป็นตลาดของผู้บริโภคยุคใหม่ ในระบบเศรษฐกิจใหม่ (new economy) ซึ่งเป็นผู้บริโภคในระบบเศรษฐกิจที่พึ่งพาความรู้และความคิด (knowledge based economy)
ผู้ที่ทำหน้าที่ในการผลิตสัตว์และผลิตภัณฑ์จากสัตว์ คือ ฟาร์มขนาดใหญ่ บริษัท หรือ สหกรณ์ผู้เลี้ยงสัตว์ของไทย จะต้องตระหนักถึงข้อเท็จจริงอันนี้และจะต้องปรับกระบวนการผลิตตามแนวเศรษฐกิจใหม่ ดังนี้
1. ปรับตัวและเรียนรู้ระบบสารสนเทศ (Management Information System)
    ข้อมูลข่าวสารมักผ่านมาทาง internet เช่น ข่าวการตลาด ความเคลื่อนไหวของราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ ราคาของผลผลิต และพฤติกรรมและความต้องการของผู้บริโภค ข้อมูลที่สำคัญเหล่านี้เป็นฐานข้อมูลที่สำคัญยิ่งต่อการผลิตและการตลาดของผลผลิตจากฟาร์มเลี้ยงสัตว์ เช่น ปัจจุบันคนต้องการดื่มนมพร่องไขมัน เป็นต้น
2. ปรับตัวตามกระแสการเปลี่ยนแปลงการบริหารสินทรัพย์
    แต่เดิมเป็นสินทรัพย์ที่จับต้องได้ แปรเปลี่ยนมาเป็นสินทรัพย์ที่จับต้องไม่ได้ คือ สินทรัพย์ทางปัญญา เช่น ตรา (Branding) ของสินค้า เป็นเครื่องหมายรับประกันคุณภาพของสินค้า และความปลอดภัยต่อการบริโภคเป็นต้น เมื่อติดตลาดแล้วย่อมมีผลดีในระยะยาวต่อผู้ผลิต เช่น นมสดพลาสเจอร์ไรส์ ของ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นต้น
3. มองหาลู่ทางตลาดเฉพาะกลุ่ม (Niche Market)
    เช่น กลุ่มผู้สูงอายุ ไม่ต้องการสินค้าที่มีคลอเลสเตอรอลสูงเป็นต้น ต้องผลิตน้ำนมแพะเพื่อให้ดูดซึมได้ง่าย และมีคลอเลสเตอรอลต่ำเป็นต้น
4. พัฒนาตลาดและหาตลาดใหม่ (Market Development and New Market)
    ตลาดใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้น เช่น สินค้าสำหรับผู้บริโภคกลุ่มใหม่ ๆ โดยเฉพาะ เช่น ผลิตสินค้าสำหรับชาวมุสลิม จะต้องมีตราฮาราลรับประกันโดยเฉพาะซึ่งถ้าสามารถเปิดตลาดได้ ก็จะเป็นการสร้างงานและ สร้างธุรกิจ รวมถึงสร้างเงินได้เพิ่มขึ้นต่อกิจการของตน
5. พัฒนาผลิตภัณฑ์จากฟาร์มเลี้ยงสัตว์ และผลิตภัณฑ์สัตว์ขึ้นใหม่ (Product modification)
    จะต้องมองหาแนวทางพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตลาดต้องการ เช่น เนื้อสุกรปลอดสารพิษ และสารเบต้าอะโกรนิส ไข่ไก่มีไอโอดีนสูง และ คลอเรสเตอรอลต่ำ เป็นต้น
6. พัฒนาช่องทางการจัดจำหน่ายผลผลิต (Channel distribution)
    จะต้องจัดหาช่องทางจัดจำหน่ายผลผลิตให้ได้ราคาสูงสุด โดยมองหาลู่ทางการจัดจำหน่ายผลผลิตของตน เช่น การรวมกลุ่มเกษตรกร เป็นสหกรณ์เพื่อการส่งออก หรือ พัฒนาเป็นกลุ่มเกษตรกร เพื่อจำหน่ายผลผลิตคุณภาพสูงเข้าโครงการเครือข่าย หนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ ของรัฐบาล เป็นต้น
7. ระบบกลไกในการบริหารธุรกิจภายในฟาร์ม (Business managements on farm operation)
    จะต้องเรียนรู้ระบบกลไกลในการบริหารธุรกิจของตนด้วย เช่น การจัดการการผลิตที่ดีที่ลดต้นทุนการผลิตลง การนำเทคโนโลยีใหม่ ๆ เข้ามาปรับใช้ได้อย่างเหมาะสมในกระบวนการผลิตของตน และให้มีคุณภาพของสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพสูง และสม่ำเสมอตรงตามความต้องการของตลาด และไม่ควรมุ่งเน้นการเรียนรู้ การวิจัย และพัฒนาการผลิตเพียงอย่างเดียว จะต้องเรียนรู้ การวิจัยทางการบริหารและการตลาดควบคู่ไปด้วย เช่น มีวิธีลดต้นทุนการผลิตในขั้นตอนใดลงได้บ้าง ในอนาคตจะทำอย่างไรถ้าความต้องการของตลาดเปลี่ยนแปลงไป อาทิ      คนไม่บริโภคสัตว์ ที่เลี้ยงด้วย ข้าวโพดและถั่วเหลือง GMO (genetic modified organism)      คนไม่บริโภคสุกร ที่เลี้ยงด้วย สารเบต้าอโกรนิส     จะต้องศึกษาปริมาณความต้องการของสินค้าและพฤติกรรมการบริโภคของผู้บริโภคด้วย เพื่อนำมากำหนดกลยุทธ์ทางการตลาดของตนได้
8. การรับบุคลากรเข้าสังกัด (Manpower replacement recruitments)
    มีระบบการคัดเลือกบุคลากร ที่มีความรู้ความสามารถเข้ามาสังกัดหน่วยงานของตน เนื่องจากคนเป็นทรัพยากรสูงสุดที่จะเป็นตัวตัดสินว่าองค์กรและหน่วยงานของตนจะเจริญรุ่งเรือง และสามารถแข่งขันได้กับกระแสธุรกิจและการตลาดที่แปรเปลี่ยนไป ถ้าองค์กรใดมีบุคลากรที่มีคุณภาพก็จะเป็นผู้ได้เปรียบ     ขอแนะนำให้ติดต่อสถานศึกษาก่อนที่นิสิตจะเรียนจบปีที่ 4 และขอให้สถานศึกษาส่งนิสิตเข้าฝึกงานในองค์กรของตน เมื่อนิสิตจบการศึกษาในปีที่ 3 เป็นต้นไปไม่ต่ำกว่า 1 เดือน เพื่อมีโอกาสให้ฝ่ายบุคคลติดตามประเมินผลความรู้ ความสามารถ วิสัยทัศน์ คุณธรรมจริยธรรม ของบุคลากรที่องค์กรของตนจะรับเข้าทำงาน
9. เอกสารอ้างอิง (references)
ไพฑูรย์ เจตดำรงชัย. 2544. แนวทางการปรับตัวของเกษตรกรในระบบเศรษฐกิจใหม่. ข่าวเศรษฐกิจการเกษตร.
   47(536) : 4-6 สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
สุรชัย ชาครียรัตน์. 2529. หลักการผลิตสัตว์โดยภาพถ่าย. เค ยู บุ๊ค เซ็นเตอร์. 171 หน้า.
สุรชัย ชาครียรัตน์. 2544. ความต้องการบัณฑิตทางสัตวบาลของประเทศไทยในอนาคต นับตั้งแต่ปี 2001.
    เอกสารทางวิชาการ ภาควิชาสัตวบาล คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กทม. 10900
สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร.2543. สถิติการเกษตรของประเทศไทย ปีเพาะปลูก 2541/2542
    กระทรวงเกษตรและสหกรณ์.
Taylor, Robert. E. and Thomas G. Field. 1998. Scientific Farm animal Production An Introduction
    To animal Science. 6th edition Prentice Hall, Upper Saddle River, N.J. 07458.USA. p.702.
จัดทำโฮมเพจโดย : สำนักบริการคอมพิวเตอร์, 24 ธันวาคม 2544