กณิษฐา สังคะหะ
งานวินิจฉัยและกัดกันศัตรูพืช
ฝ่ายปฏิบัติการวิจัยและเรือนปลูกพืชทดลอง
มก. วิทยาเขตกำแพงแสน นครปฐม 73140

การผลิตเมล็ดพันธุ์พืชไร่ เช่น ข้าว ข้าวโพด ถั่วเหลือง ถั่วเขียว และพืชชนิดอื่น ๆ ให้ปลอดโรคหรือไม่ ต้องการให้มีเชื้อสาเหตุโรคพืชติดไปกับเมล็ดพันธุ์ หรือสามารถควบคุมโรคพืชในแปลงปลูกพืชได้นั้น เป็นสิ่งที่ถึงปรารถนาอย่างยิ่ง ในแปลงผลิตเมล็ดพันธุ์พืช ก่อนอื่นทั้งนี้ต้องมีความเข้าใจถึงข้อที่ควรปฏิบัติ และควรระวังทั้งก่อนการปลูกพืชและหลังการปลูก

ข้อควรปฏิบัติก่อนการปลูกพืช

1. เลือกชนิดพืชที่เหมาะสมที่สุดในท้องที่นั้น ๆ ซึ่งควรคำนึงถึงสภาพท้องถิ่นที่ปลูก รวมทั้งสภาพภูมิอากาศ และสภาพทางเศรษฐกิจ
2. ศึกษาหาความรู้ ความเข้าใจถึงความต้องการของพืชที่ปลูก เช่น สภาพดิน วิธีการปลูก การดูแลรักษา การให้ปุ๋ย การใช้สารเคมีหรือยาควบคุมโรคและแมลงศัตรูพืช ฯลฯ
3. เมื่อเกิดปัญหาหรือข้อสงสัย ให้สอบถามผู้รู้ หรือผู้ประสบความสำเร็จจากการปลูกพืชชนิดนั้น
เมื่อเข้าใจหรือศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับพืชที่ต้องการปลูกแล้ว การที่จะควบคุมโรคพืชให้ประสบความสำเร็จสูงสุดนั้น มีข้อที่พึงปฏิบัติต่อไป

ข้อควรปฏิบัติหลังการปลูกพืช

1. หมั่นตรวจหรือสำรวจลักษณะอาการที่ผิดปกติ หรือสงสัยว่าพืชเป็นโรค ในแปลงปลูกอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อยที่สุดสัปดาห์ละ 2 ครั้ง
2. เมื่อพบว่าพืชแสดงอาการเป็นโรค ให้ทำการวินิจฉัยอาการขั้นต้น โดยการเปรียบเทียบอาการกับเอกสาร หนังสือ ที่ได้ศึกษาค้นคว้า การวินิจฉัยอาการขั้นต้นนี้ ถ้าเกษตรกรสามารถดำเนินการได้ทันท่วงที โดยรู้สาเหตุของเชื้อโรคที่แท้จริง จะทำให้สามารถเลือกการควบคุมโรค ที่มีประสิทธิภาพได้ดีและประหยัดที่สุด ในกรณีผู้ไม่มีประสบการณ์ในการปลูกพืชชนิดนั้นมาก่อน ให้สอบถามผู้รู้ หรือส่งให้หน่วยงานราชการช่วยตรวจสอบให้ ทั้งนี้ต้องแสดงข้อมูลให้เจ้าหน้าที่ประกอบการวินิจฉัยด้วย ซึ่งจะเป็นข้อมูลที่มีประโยชน์อย่างยิ่งต่อการวินิจฉัยหาสาเหตุโรคพืชที่แท้จริง

ข้อมูลการวินิจฉัยโรคพืช

1. แจ้งประวัติการปลูกพืชในบริเวณนั้น ๆ รวมทั้งพืชที่ปลูกในบริเวณใกล้เคียง
2. ข้อมูลทางการเขตกรรม เช่น การไถพรวน วิธีการปลูกพืช การให้น้ำ เป็นต้น
3. แจ้งสภาพแวดล้อมในการปลูกพืช เช่น สภาพดินเป็นกรด-ด่าง ดินเค็ม ความชื้น อุณหภูมิ เป็นต้น
4. ลักษณะการแพร่ระบาดของโรคที่พบ เช่น พืชตายขยายเป็นวงกว้าง หรือตายเป็นหย่อม ๆ หรือระบาดตายเป็นแถวหรือตายเป็นร่องตามแนวปลูกพืช รวมทั้งระยะเวลาที่พืชแสดงอาการเป็นโรคให้เห็น
5. ชนิดของสารเคมีที่ใช้ในการควบคุมกำจัดโรคพืช แมลงศัตรูพืช รวมทั้งวัชพืช ปุ๋ยและฮอร์โมนที่เร่งการเจริญเติบโตของพืช ตลอดจนอัตราการใช้ เพื่อเป็นข้อมูลในการพิจารณาว่าผู้ปลูกได้ใช้สารเคมีถูกต้องหรือไม่ หรือควรมีข้อระมัดระวังในการใช้สารเคมีเหล่านั้นอย่างไรบ้าง

พืชเป็นโรคได้อย่างไร

เมื่อปลูกพืชไปได้ระยะหนึ่ง เกษตรกรผู้ปลูกพืช มักประสบปัญหาพืชเป็นโรค ทั้งนี้ควรทำความเข้าใจถึงสาเหตุที่ทำให้พืชแสดงอาการเป็นโรคเสียก่อน ซึ่งเรียกว่าวงจรชีวิตของการเกิดโรค มีดังนี้คือ
1. พืชที่ปลูกมีความอ่อนแอไม่เจริญเติบโตแข็งแรง เนื่องจากเกิดปรากฎการณ์ธรรมชาติขึ้น เช่น การมีสภาวะฝนตกหนัก หรือฝนตกแดดออก สภาพน้ำท่วมขัง หรือสภาพแห้งแล้ง เป็นต้น หรือเกิดขึ้นจากมนุษย์เราเป็นผู้กระทำ เช่น การให้ปุ๋ยไนโตรเจนเร่งการเจริญเติบโตเร็วเกินไป ลักษณะเช่นนี้ทำให้ผนังเซลล์พืชอ่อนแอต่อการเข้าทำลายของเชื้อโรคสาเหตุโรค
2. เชื้อสาเหตุโรคพืชชนิดนั้นมีความแข็งแรงต่อการเข้าทำลายพืช
3. เกิดสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการเกิดโรค เช่น ในช่วงอุณหภูมิ ความชื้นเหมาะสมต่อการเจริญของเชื้อสาเหตุ
4. มีช่วงระยะเวลาที่เหมาะสมต่อการเข้าทำลายของเชื้อสาเหตุของโรค

การแพร่ระบาดของโรค

แบ่งออกได้ 2 กรณี ซึ่งขึ้นอยู่กับชนิดของเชื้อสาเหตุโรคพืช
1. เชื้อสาเหตุประเภทปลิวหรือฟุ้งกระจายไปกับลมและฝนได้โดยง่าย เชื้อชนิดนี้ส่วนใหญ่เข้าทำลายพืชได้ทางใบ ลำต้น กิ่ง ก้าน ดอก ผล และเมล็ด
2. เชื้อในดินสาเหตุโรคพืช ส่วนใหญ่เชื้อสาเหตุทำให้เกิดอาการรากเน่าโคนเน่าในพืช การแพร่ระบาดโดยทางดิน น้ำฝน และเศษซากพืชที่เป็นโรค
3. อาศัยแมลงพาหะดูดกินน้ำเลี้ยงจากพืชเป็นโรค ไปสู่ต้นปกติ

หลักการจัดการโรคพืช

การควบคุมโรคพืชให้ประสบความสำเร็จนั้น ควรคำนึงถึง
1. การใช้พันธุ์ต้านทาน เป็นวิธีการป้องกันโรคพืชที่ดีที่สุด แต่ไม่สามารถจะหาสายพันธุ์พืชที่ต้านทานโรคได้ทุกโรค เนื่องจากสภาพในแต่ละท้องที่ มีความสัมพันธ์ต่อการเกิดโรคระบาดแตกต่างกัน ดังนั้นควรหาสายพันธุ์ให้เหมาะสมกับปัญหาที่ประสบอยู่ในแต่ละท้องถิ่น
2. เลือกวิธีการและการจัดการปลูกพืชที่เหมาะสมที่สุด เพื่อให้พืชมีความแข็งแรงมากที่สุด
3. มีความร่วมมือกันต่อการควบคุมโรคและแมลงศัตรูพืช หากมีการแพร่ระบาดของโรคและแมลงจากเพื่อนบ้านข้างเคียง เนื่องจากโรคพืชบางชนิดแพร่ระบาดได้อย่างรวดเร็ว เช่นอาศัยแมลงพาหะในการถ่ายทอดโรค บ้างปลิวไปได้ในอากาศ ไปตามน้ำ และเมล็ดพันธุ์
4. การใช้สารเคมี ขอให้ใช้อย่างถูกต้องกับชนิดของสาเหตุโรคและแมลงศัตรูพืช และใช้ในช่วงเวลาที่เหมาะสม ตลอดจนปฏิบัติตามคำแนะนำที่ติดมากับสลากอย่างเคร่งครัด
นอกจากนี้แล้ว การควบคุมศัตรูพืชให้ประสบความสำเร็จ ควรคำนึงถึงการลงทุนในการควบคุมต่อการผลิต และการเสี่ยงจากปัจจัยอื่น ๆ อีกด้วย เพื่อให้คุ้มค่าในแง่เศรษฐกิจ
จัดทำโฮมเพจโดย : สำนักบริการคอมพิวเตอร์, 19 ธันวาคม 2544