ลักษณะดินและสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม

     ควรเป็นดินเหนียวกึ่งดินร่วนเหนียว เป็นที่ราบลุ่ม และสามารถอุ้มน้ำได้ดี ระดับหน้าดินลึกไม่น้อยกว่า 15 เซนติเมตร มีค่าความเป็นกรดเป็นด่างระหว่าง 5.0-6.5 มีปริมาณธาตุอาหาร ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโพแทสเซียม เฉลี่ย 3.55 0.22 และ 1.8 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ

การเลือกพันธุ์ข้าว

     พันธุ์ข้าวไม่ไวแสงได้แก่ ปทุมธานี 1 สุพรรณบุรี สุพรรณบุรี 90 ข้าวเจ้าหอม คลองหลวง 1 ชัยนาท 1 พิษณุโลก 2 กข 10 แพร่ 1 สกลนคร และสันป่าตอง 1 สำหรับพันธุ์ข้าวไวแสง ได้แก่ กข 6 และขาวดอกมะลิ 105

การเตรียมดิน

     1. ช่วงการไถเตรียมดินเพื่อปลูกพืชปุ่ยสดก่อนทำการปลูกข้าว 50 วัน
        1.1 ทำการไถพรวนดินด้วยไถผานสาม 2 ครั้ง พร้อมฉีดพ่นปุ๋ยอินทรีย์น้ำที่ผลิตจากสารเร่ง พด.2 อัตรา 5 ลิตรต่อไร่ โดยเจือจาง 1:500 แล้วปล่อยให้ตอซังเกิดการย่อยสลายประมาณ 2 สัปดาห์ เพื่อไถกลบตอซังและเป็นการกำจัดวัชพืชด้วย จากนั้นทำการไถพรวนดินด้วยผานเจ็ด 1 ครั้ง ทำการปรับระดับผิวดินให้สม่ำเสมอ เพื่อความสะดวกในการควบคุมระดับน้ำ ทำให้สามารถใช้ระดับน้ำช่วยในการควบคุมวัชพืชได้
        1.2 ปลูกพืชปุ่ยสดบำรุงดินก่อนปลูกข้าว โดยหว่านเมล็ดพืชปุ๋ยสดหลังจากตอซังย่อยสลายแล้ว 2 สัปดาห์ เช่น ปลูกโสนอัฟริกัน ใช้อัตราเมล็ดพันธุ์ 5 กิโลกรัมต่อไร่ ในช่วงระหว่างมีการปลูกพืชปุ๋ยสดนั้น ทำการฉีดพ่นหรือรดลงดินด้วยปุ๋ยอินทรีย์น้ำอัตรา 5 ลิตรต่อไร่ โดยนำมาเจือจางอัตราส่วน 1:500 ทำการฉีดพ่นทุก 10 วัน เมื่อพืชปุ๋ยสดออกดอกหรือมีอายุ 50 วัน จึงทำการไถกลบและปล่อยให้วัสดุพืชปุ๋ยสดย่อยสลายเป็นเวลา 7-15 วัน จึงทำการปลูกข้าว

      2. ช่วงการเตรียมดินปลูกข้าว หลังจากไถกลบพืชปุ๋ยสดแล้ว ทำการไถดะทิ้งไว้ 7-10 วัน ไถแปร นำน้ำเข้าแช่ขี้ไถให้พอเหมาะกับการคราด คราดปรับระดับผิวดินแล้วทำเทือก

วิธีการปลูก

      การเตรียมพันธุ์ข้าวก่อนทำการตกกล้าหรือหว่านในนาข้าว ให้ทำการแช่เมล็ดพันธุ์ข้าวในปุ๋ยอินทรีย์น้ำ โดยเจือจาง 1:500 (1 ฝา ต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ 1 ปี๊บ) เป็นเวลา 12 ชั่วโมง แล้วนำขึ้นพักไว้ 1 วัน จึงนำไปตกกล้าหรือหว่านลงพื้นที่ปลูก

      1. วิธีปักดำ ใช้อัตราเมล็ดพันธุ์ 8-10 กิโลกรัมต่อไร่ สำหรับตกกล้าในอัตรา 50 กรัมต่อตารางเมตร เมื่อกล้าอายุ 30 วัน ปักดำ 3-4 ต้นต่อจับ ระยะปักดำ 20x20 เซนติเมตร

      2. วิธีหว่านน้ำตม หรือหว่านข้าวแห้ง ใช้อัตราเมล็ดพันธุ์ 15-20 กิโลกรัมต่อไร่ หลังจากข้าวออกรวง 80 เปอร์เซ็นต์แล้วประมาณ 20 วัน ให้ระบายน้ำออก

การดูแลรักษา

      1. การใช้ปุ๋ยอินทรีย์น้ำในช่วงปลูกข้าว ใช้ปุ๋ยอินทรีย์น้ำ 5 ลิตรต่อไร่ นำมาเจือจาง 1:500 ปฏิบัติดังนี้
         1.1 เมื่อข้าวมีอายุได้เพียง 30 วัน ฉีดพ่นปุ๋ยอินทรีย์น้ำที่ใบให้ทั่วถึง หรือใส่ลงในน้ำของแปลงนาในช่วงเช้าหรือมีแดดอ่อน หรือเวลาเย็นจะเหมาะสมที่สุด เพื่อให้ต้นข้าวมีการแตกใบมากขึ้น แข็งแรง ทนทานต่อการรบกวนของแมลงและทนต่อโรค
         1.2 ใช้ปุ๋ยอินทรีย์น้ำเมื่อข้าวมีอายุได้ 50 วัน เพื่อให้ต้นข้าวมีลำต้นโตและแข็งแรง รากกระจายหนาแน่นมาก ใบตั้งแข็ง แมลงไม่กวน และใบมีสีเขียวนวล
         1.3 ใช้ปุ๋ยอินทรีย์น้ำเมื่อข้าวมีอายุได้ 60 วัน จะทำให้รวงข้าวเจริญสมบูรณ์สม่ำเสมอกัน

      2. การป้องกันโรคแมลงศัตรูพืช ทำการฉีดพ่นด้วยปุ๋ยอินทรีย์น้ำ โดยนำมาเจือจางอัตราส่วน 1:500 ก่อนช่วงที่จะมีการแพร่ระบาดของศัตรูพืช

การจัดการดินหลังเก็บเกี่ยว

      ให้ทำการไถกลบตอซัง แล้วจึงปลูกพืชตระกูลถั่วบำรุงดิน เช่น ปลูกถั่วพร้า ใช้อัตราเมล็ด 10 กิโลกรัมต่อไร่ หรือปลูกถั่วพุ่ม โดยอาศัยบ่อน้ำในไร่นา ใช้อัตราเมล็ดถั่วพุ่ม 8 กิโลกรัมต่อไร่ ในระหว่างปลูกพืชตระกูลถั่วทำการฉีดพ่นหรือรดลงดินด้วยปุ๋ยอินทรีย์น้ำเจือจางอัตราส่วน 1:500 ทุก 10 วัน ก่อนพืชออกดอกเพื่อเร่งการเจริญเติบโตของพืช

      การจัดการดินเพื่อปลูกข้าวโดยใช้ปุ๋ยอินทรีย์ดังกล่าวนี้ จะสามารถลดอัตราการใช้ปุ๋ยเคมีลงได้ประมาณ 50 เปอร์เซ็นต์ และสามารถเพิ่มผลผลิตข้าวเพิ่มขึ้นได้ประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเปรียบเทียบกับวิธีการเดิมของเกษตรกร

จัดทำโฮมเพจโดย : สำนักบริการคอมพิวเตอร์, 11 กุมภาพันธ์ 2548