ลินิน พืชที่มีอนาคตไกล

      ลินิน (Linum usitatissimum L.) เป็นพืชใหม่สำหรับประเทศไทย แต่ผลิตภัณฑ์ที่คนไทยคุ้นเคยซึ่งได้มาจากลินินได้แก่ น้ำมันลินสีดที่ใช้ผสมสี และทำหมึกพิมพ์ เพราะมีคุณสมบัติระเหยแห้ง ปัจจุบันนี้น้ำมันสามารถนำไปทำอาหารเสริม เพื่อลดโคเลสเตอรอล เพราะมีโอเมก้า -3 ในปริมาณสูงมาก นอกจากนี้ยังใช้ทำกระดาษคุณภาพดีอีกด้วย จึงมีการนำเข้าผลิตภัณฑ์ลินินหลายชนิด นับเป็นมูลค่าหลายร้อยล้านบาท

      มูลนิธิโครงการหลวงได้นำลินินเข้ามาทดลองปลูกทางภาคเหนือ พบว่า มีหลายพันธุ์สามารถเจริญเติบโตและให้ผลผลิตเป็นที่น่าพอใจ กับทั้งช่วงเวลาที่ปลูกได้ดีเป็นเวลาเดียวกับที่ชาวเขาปลูกฝิ่น จึงสามารถใช้ปลูกทดแทนฝิ่นเป็นการสนองนโยบายของมูลนิธิโครงการหลวงเป็นอย่างดี

      ลินินเป็นพืชที่ปลูกง่าย ไม่ต้องพิถีพิถันในการดูแลรักษา ให้ผลผลิตต้นแห้ง ซึ่งใช้ประโยชน์ของเส้นใยได้เฉลี่ย 1 ตันต่อไร่ และผลผลิตเมล็ดซึ่งใช้หีบน้ำมันได้ เฉลี่ย 100 กิโลกรัมต่อไร่ ซึ่งสามารถทำให้ชาวเขามีรายได้ประมาณ 3,000 บาทต่อไร่ โดยมีต้นทุนต่ำเนื่องจากไม่ต้องใช้สารเคมีป้องกันกำจัดแมลง

      ขณะนี้ทางมูลนิธิโครงการหลวงได้ทำการส่งเสริมให้ชาวเขาปลูก และรับซื้อผลิตผลทั้งเมล็ดและต้นแห้งเพื่อนำมาทดสอบกับเครื่องตีเส้นใย ซึ่งได้รับความช่วยเหลือจากรัฐบาลอังกฤษเป็นมูลค่าราว 2.5 ล้านบาท เส้นใยที่ดีได้นำไปให้โรงงานทอผ้าอินโด-ไทย ปั่นผสมกับเส้นใยสังเคราะห์และทอเป็นผ้าลินินผสมมีคุณภาพดี ขณะนี้ได้ใช้เส้นใยไปทำกระดาษ ซึ่งทางโรงงานต้องการเส้นใยลินินเป็นจำนวนมาก

      ส่วนเมล็ดได้นำไปสกัดน้ำมันโดยร่วมมือกับกรมวิชาการเกษตรนำน้ำมันลินสีดที่ได้ไปผ่านขบวนการแล้วผสมทำเป็นหมึกพิมพ์ สีน้ำมัน และหมึกพิมพ์ธนบัตร ได้ผลพอใช้ ซึ่งจะได้ทำการวิจัยพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีคุณภาพดียิ่งขึ้น

      ขณะนี้มีการนำน้ำมันไปทำอาหารเสริมสุขภาพ เพราะมีสารสำคัญหลายชนิด โดยเฉพาะโอเมก้า -3 ในปริมาณสูงมากกว่าน้ำมันปลาถึง 3 เท่า นอกจากนี้เส้นใยลินินยังใช้ทอผ้าในหมู่ชาวเขา เช่น พวกกะเหรี่ยง และปะหล่อง ซึ่งกำลังอยู่ในขั้นฝึกอบรม คาดว่าจะได้ผ้าลินินทอมือที่มีราคาสูง เสริมรายได้ให้แก่ชาวเขาอีกชั้นหนึ่ง จึงนับว่าลินินเป็นพืชที่มีอนาคตไกล ทั้งในด้านอุตสาหกรรมและหัตถกรรมในครัวเรือน

      ลินินเป็นพืชน้ำมันและพืชเส้นใย สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้มากมาย เช่น เมล็ดสามารถสกัดน้ำมัน เพื่อใช้ทำอาหารเสริมสุขภาพ สีน้ำมัน น้ำมันขัดเงา เคลือบไม้ หมึกพิมพ์ ฯลฯ

      กากลินินที่สกัดน้ำมันออกแล้วทำเป็นอาหารสัตว์ที่มีคุณค่าทางอาหารสูง และเส้นใยจากต้นใช้ผลิตผ้าลินิน กระดาษ ที่ผ่านมาประเทศไทยนำเข้าน้ำมันลินสีดและสิ่งทอลินินจำนวนมาก หากเราสามารถผลิตได้เองก็จะเป็นการประหยัดเงินตราต่างประเทศ

      นอกจากนั้น ลินินยังสามารถปลูกทดแทนฝิ่นได้ เนื่องจากต้นทุนการดูแลรักษาต่ำ และอาจปลูกแซมระหว่างแถวไม้ผลเมืองหนาว ขณะที่ต้นไม้ผลยังเล็กอยู่ได้

พื้นที่ปลูกและสภาพอากาศ

      ลินินแบ่งเป็น 2 ชนิดคือ

      1. ชนิดเมล็ดเล็ก ใช้ปลูกเพื่อสกัดน้ำมัน

      2. ชนิดเมล็ดใหญ่ ได้เส้นใยจากต้น

      ประเทศที่มีการปลูกเพื่อเก็บเมล็ด ได้แก่ อินเดีย รัสเซีย อาร์เจนติน่า และประเทศที่ปลูกเพื่อผลิตเส้นใย ได้แก่ รัสเซีย รูมาเนีย จีนแดง โปแลนด์ ฯลฯ

      ลินินแต่ละชนิดชอบอากาศแตกต่างกัน ชนิดต้นสูงมักชอบอากาศอบอุ่น อุณหภูมิที่เหมาะสมต่อการผลิตเมล็ดคือ 16-18 องศาเซลเซียส และที่อุณหภูมิ 16-19 องศาเซลเซียส เหมาะสำหรับการผลิตต้นเพื่อใช้เส้นใย สำหรับชนิดต้นเตี้ย อุณหภูมิที่เหมาะสมคือ 19.5-24 องศาเซลเซียส

ระดับความสูง

      ลินินสามารถปรับตัวได้กว้างขวาง สามารถขึ้นได้ดีในพื้นที่ที่มีระดับความสูงจากน้ำทะเลตั้งแต่ 500 หรือ 700 เมตรขึ้นไป ในช่วงการเจริญเติบดตทางลำต้นไม่ควรมีฝนตกหนักเกินไป ปริมาณน้ำฝนที่เหมาะสมควรอยู่ระหว่าง 450-750 มิลลิเมตรต่อปี และควรมีฝนตกกระจายตลอดฤดู ยกเว้นในช่วงระยะก่อนการเก็บเกี่ยวอากาศควรแห้ง

พันธุ์

      พันธุ์ลินินที่ปลูกในโครงการหลวงส่วนใหญ่เป็นพันธุ์จากประเทศแคนาดา ซึ่งให้ผลผลิตสูงและต้นทานต่อโรคเหี่ยวและราสนิม พันธุ์ที่ได้คัดเลือกเพื่อแนะนำให้ปลูกทั่วไป พันธุ์เบาได้แก่ Wishek Culbert Linott พันธุ์กลางได้แก่ Norster และพันธุ์หนักได้แก่ Dufferin

 

จัดทำโฮมเพจโดย : สำนักบริการคอมพิวเตอร์, 11 กุมภาพันธ์ 2548