คำแนะนำเกษตรกรประมงเกี่ยวกับการเกิดอุทกภัย (น้ำท่วม)

ก่อนเกิด

1. ติดตามการพยากรณ์อากาศและข่าวสารจากส่วนราชการ
2. ปรับปรุงคันบ่อ/เสริมคันบ่อให้สูงพอกันน้ำท่วม
3. เตรียมอุปกรณ์ที่จำเป็น เช่น อวน กระชัง เครื่องสูบน้ำ
4. เตรียมปูนขาวสำหรับพื้นที่ดินกรด (ดินเปรี้ยว) เพื่อปรับสภาพน้ำในบ่อหลังน้ำท่วมจำนวน 50-60 กิโลกรัม/ไร่
5. วางแผนการเลี้ยงสัตว์น้ำให้สามารถจับได้ก่อนฤดูน้ำหลาก

ขณะเกิด

1. ติดตามการพยากรณ์อากาศและข่าวสารจากส่วนราชการ
2. เฝ้าระวังและเตรียมมาตรการในการป้องกันให้ดีที่สุด
3. หากป้องกันไม่ได้พยายามรวบรวมสัตว์น้ำที่หนีจากบ่อขังไว้ในอุปกรณ์ที่เตรียมไว้เพื่อขายหรือเลี้ยงต่อไป

หลังเกิด

1. ตรวจสอบความเสียหายและรายงานอำเภอ/เจ้าหน้าที่ประมง
2. ปรึกษา/ขอคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่ประมงเพื่อวางแผนการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในช่วงต่อไป
3. หากสัตว์น้ำเกิดอาการผิดปกติ ควรรีบปรึกษาเจ้าหน้าที่ประมงโดยด่วน เช่น
   3.1 ลอยหัว
   3.2 เป็นแผล
   3.3 ไม่กินอาหาร
   3.4 ตาย

คำแนะนำเกษตรกรประมงเกี่ยวกับการเกิดภาวะฝนแล้ง

ก่อนเกิด

1. ติดตามการพยากรณ์อากาศและข่าวสารจากส่วนราชการ
2. ปรับปรุงบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำให้สามารถเก็บกักน้ำได้มากขึ้น
3. ปล่อยสัตว์น้ำในปริมาณน้อยลงกว่าปกติ
4. จับสัตว์น้ำที่ได้ขนาดออกกินหรือขาย
5. ควบคุมการใช้น้ำอย่างประหยัดและมีประสิทธิภาพ
6. เตรียมแหล่งน้ำสำรอง
   - เจาะบ่อบาดาล
   - ขุดบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำบ่อใดบ่อหนึ่ง
7. ป้องกันการรั่วซึมของน้ำในบ่อ
8. วางแผนการเลี้ยงสัตว์น้ำให้สามารถจับขายได้ก่อนฤดูแล้ง
9. กรณีน้ำในบ่อมีสภาพขุ่นหรือใสผิดปกติให้ใส่ปุ๋ยคอกแห้ง 100 ก../ไร่
10. ในเขตชลประทานให้ติดต่อขอทราบปริมาณและแผนการใช้น้ำจากเจ้าหน้าที่ชลประทาน
11. ปรึกษาและขอคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่ประมง

ขณะเกิด

1. ลดปริมาณอาหารในบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำ
2. จับขาย/กิน
3. ทำร่มเงา
   - สัตว์น้ำได้พักอาศัย
   - ป้องกันการระเหยของน้ำ
4. รายงานความเสียหายต่ออำเภอหรือเจ้าหน้าที่ประมง
5. หากมีแหล่งน้ำสำรองให้สูบน้ำเพิ่มบ่อย ๆ โดยรักษาระดับน้ำในบ่อเลี้ยงปลาให้เป็นปกติ

หลังเกิด

ปรึกษา/ขอคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่ประมง เพื่อเตรียมแผนการเลี้ยงสัตว์น้ำในช่วงต่อไป

คำแนะนำเกษตรกรประมงเกี่ยวกับโรคระบาด

ก่อนเกิด

1. ปรึกษาเจ้าหน้าที่ประมงเพื่อวางแผนการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ
2. ควรเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชนิดที่ทนต่อการเกิดโรคระบาด เช่น ปลานิล ปลาดุก ปลาสวาย ไม่ควรเลี้ยงปลาช่อน ปลาตะเพียน
3. ในช่วงฤดูกาลที่เกิดโรคระบาดเป็นประจำ ให้เฝ้าระวัง ติดตามสถานการณ์โดยใกล้ชิด หากพบว่าแหล่งน้ำใกล้เคียงเกิดโรคระบาดให้ปฏิบัติดังนี้
   3.1 งดการสูบน้ำเข้าบ่อ
   3.2 ใส่ปูนขาว (ชนิดที่ใช้ในงานก่อสร้าง) จำนวน 50-60 กิโลกรัม/ไร่ ทุก ๆ 2-3 วัน จนกว่าเหตุการณ์จะปกติ
   3.3 กรณีพื้นก้นบ่อเน่าเสียให้ใส่เกลือ จำนวน 100-200 กิโลกรัม/ไร่ ทุก ๆ 2-3 วัน หว่านทั่วบ่อโดยเฉพาะบริเวณที่ให้อาหาร ต้องหว่านให้มากเป็นพิเศษ
   3.4 รายงานการเกิดโรค ให้อำเภอ/เจ้าหน้าที่ประมง

ขณะเกิด

1. เมื่อพบสัตว์น้ำในบ่อตายหรือเป็นแผล ให้รีบนำสัตว์น้ำไปฝังหรือเผาทันที
2. ลดปริมาณการให้อาหารลงในกรณีสัตว์น้ำตายมากให้งดการให้อาหาร
3. ใส่ปูนขาวและเกลือในจำนวนทีแนะนำข้างต้น
4. งดการระบายน้ำเข้า-ออก จากบ่อโดยเด็ดขาด
5. รายงานความเสียหายและขอคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่ประมง

หลังเกิด

1. เมือการระบาดของโรคหายเป็นปกติ ให้ทยอยเติมน้ำเข้าบ่อได้
2. ทุกครั้งที่เติมน้ำให้ใส่เกลือและปูนขาวตามจำนวนที่แนะนำไว้ข้างต้น

คำแนะนำเกษตรกรประมงเกี่ยวกับภัยธรรมชาติ
ด้วยปรากฏว่าในระยะ 4-5 ปี ที่ผ่านมา การเกิดภัยธรรมชาติในรูปแบบต่าง ๆ มีขึ้นเป็นประจำทุกปี และมีแนวโน้มว่าจะเกิดขึ้นเป็นประจำในอนาคต ดังนั้นคำแนะนำในการเตรียมพร้อมของเกษตรกร การแก้ไขขณะเกิดภัยธรรมชาติ อาทิ ภาวะฝนแล้ง อุทกภัย และโรคระบาด ฯลฯ จึงนับว่ามีความจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อลดความเสียหายและอันตรายต่อชีวิต ทรัพย์สินของท่าน

วัตถุประสงค์ในการจัดทำคำแนะนำเกษตรกรเกี่ยวกับภัยธรรมชาติ
1. เพื่อให้เกษตรกรผู้ทำการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเตรียมตัวรับสถานการณ์ การแก้ไขปัญหาและอุปสรรคที่เกิดขึ้นอันเนื่องมาจากภัยธรรมชาติ
2. เพื่อให้เกษตรกรผู้ทำการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำตระหนักถึงความห่วงใยของกรมประมง และแนวทางการขอรับความช่วยเหลือจากหน่วยราชการ

การช่วยเหลือจากกรมประมง
กรมประมงจะพิจารณาให้ความช่วยเหลือ ผู้ประสบภัยธรรมชาติเมื่อ
1. มีรายชื่ออยู่ในทะเบียนผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ
2. ได้รายงานความเสียหายต่อเจ้าหน้าที่ประมง

เพื่อประโยชน์ของท่าน
1. แจ้งชื่อเพื่อขึ้นทะเบียนผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำต่อประมงอำเภอ/ประมงจังหวัด
2. หากมีการเปลี่ยนแปลงพื้นที่/ประเภทการเลี้ยง ให้ หรือ ต้อง รายงานต่อประมงอำเภอ ประมงจังหวัด
3. ให้ หรือ ต้อง รายงานความเสียหายเมื่อประสบภัยธรรมชาติ
จัดทำโฮมเพจโดย : สำนักบริการคอมพิวเตอร์, 3 ธันวาคม 2546