กมลพรรณ นามวงศ์พรหม

ตอนจบ

การขยายพันธุ์หญ้าแฝกหอม

หญ้าแฝกเมื่อเจริญเติบโตเต็มที่แต่ละกอจะมีต้นหรือหน่อเป็นจำนวนมากขึ้นอัดกันแน่น ดังนั้นการขยายพันธุ์จึงนิยมใช้วิธีการแยกกอ แล้วนำ หน่อไปปลูกลงดิน หรือเพาะชำในถุงพลาสติก หรือถ้าต้องการขยายพันธุ์อย่างรวดเร็วปัจจุบันนิยมการขยายพันธุ์โดยการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ รายละเอียดในการขยายพันธุ์โดยวิธีการต่าง ๆ มีดังต่อไปนี้

1. การขยายพันธุ์ด้วยหน่อในแปลง

กรมพัฒนาที่ดินแนะนำไว้ว่าในพื้นที่ที่มีการชลประทาน หรือพื้นที่ที่มีระบบการให้น้ำอย่างเพียงพอ สามารถใช้วิธีการขยายพันธุ์แบบนี้ได้ดี สามารถขยายได้คราวละจำนวนมาก ๆ ทำการขยายได้ตลอดทั้งปี แต่ถ้าเป็นพื้นที่ที่ไม่มีการชลประทานแนะนำให้ขยายพันธุ์ในช่วงกลางฤดูฝน หรือระหว่างกลางเดือนมิถุนายน ถึง กลางเดือนสิงหาคม

การเตรียมพื้นที่เพื่อการขยายพันธุ์ อาจทำได้โดยการยกแปลงขนาดแปลงกว้าง 1 เมตร ระยะห่างระหว่างแปลง 1 เมตร ปลูกเป็นแถวคู่ โดย ใช้ระยะห่างระหว่างต้น 50 เซนติเมตร และระยะระหว่างแถว 50 เซนติเมตร ขุดกอหญ้าแฝกออกมา ตัดใบให้เหลือความยาว 20 เซนติเมตร และ ตัดรากให้เหลือความยาว 5 เซนติเมตร แยกหน่อแต่ละหน่อออกจากกัน นำมามัดรวมกัน แช่รากทิ้งไว้ในน้ำนานประมาณ 4-5 วัน หรือจนกว่าจะมี รากแตกออกมาใหม่ จากนั้นจึงนำลงปลูกในแปลง หลังปลูกต้องให้ดินมีความชุ่มชื้นอยู่เสมอหลังปลูก 1 เดือน ใส่ปุ๋ยสูตร 15-15-15 1 ช้อนชา ต่อต้น เมื่ออายุ 4-5 เดือน จะได้ผลผลิต 40-50 หน่อต่อกอ หรือประมาณ 120,000-150,000 หน่อต่อไร่

ในพื้นที่ที่ไม่มีการชลประทาน หลังจากไถพรวนดินเป็นอย่างดีแล้ว ไม่ต้องยกร่อง นำหน่อพันธุ์หญ้าแฝกมาตัดให้เหลือใบยาว 20 เซนติเมตร และรากยาว 5 เซนติเมตร ปลูกลงแปลงเป็นแถว ใช้ระยะปลูกระหว่างแถว 50 เซนติเมตร และระยะระหว่างต้น 50 เซนติเมตร ใช้หน่อพันธุ์หลุมละ 2-3 หน่อ ดูแลรักษาเช่นเดียวกับวิธีการที่กล่าวมาแล้วข้างต้น การขยายพันธุ์วิธีนี้ เมื่อหญ้าแฝกอายุ 4-5 เดือน จะได้ผลผลิตเฉลี่ย 50 หน่อต่อกอ

2. การขยายพันธุ์ในถุงพลาสติก

การขยายพันธุ์ในถุงพลาสติกตามวิธีการที่แนะนำโดยกรมพัฒนาที่ดินมีดังนี้

ขนาดของถุงพลาสติกนิยมใช้ 2 ขนาด คือ ขนาดถุงใหญ่ และถุงเล็ก ถุงใหญ่ทั่ว ๆ ไปจะใช้ถุงพลาสติกสีดำชนิดพับข้าง ขนาดตั้งแต่กว้าง 4 นิ้ว ยาว 9 นิ้ว ขึ้นไป เมื่อกรอกดินผสมลงถุงแล้วจะได้ขนาดถุงที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางตั้งแต่ 15 ถึง 20 เซนติเมตร ขนาดถุงเล็กก็จะใช้ถุงที่มีขนาด ความกว้าง 2 นิ้ว ยาว 6 นิ้ว ถึง กว้าง 2 นิ้วครึ่ง ยาว 8 นิ้ว หรือเมื่อกรอกดินผสมลงถุงแล้ว จะได้เส้นผ่าศูนย์กลางของถุง 5 ถึง 10 เซนติเมตร การขยายลงถุงขนาดใหญ่จะได้ปริมาณหน่อมากเก็บรักษาไว้ได้เป็นเวลานานเหมาะสำหรับไปขยายพันธุ์ต่ออีกครั้ง ซึ่งส่วนใหญ่จะนำไปแยกกอ เพื่อปลูกขยายพันธุ์ลงดินเป็นแปลงขนาดใหญ่ ส่วนถุงเล็กเหมาะสำหรับนำไปปลูกลงดิน หรือปลูกเพื่อใช้ประโยชน์ต่าง ๆ หญ้าแฝกที่ได้จาก การขยายพันธุ์ในถุงเล็กจะมีอัตราการรอดตายสูงและตั้งตัวได้เร็ว

นำหญ้าแฝกมาแยกเป็นหน่อเดี่ยว ๆ ตัดยอดให้เหลือความยาวประมาณ 20 เซนติเมตร ตัดรากให้สั้น ลอกกาบใบแก่ออกให้หมด ล้างน้ำให้ สะอาด นำไปแช่น้ำหรือน้ำผสมฮอร์โมนเร่งรากเป็นเวลา 3-5 วัน หรือจนมีรากแตกออกมานำไปชำลงถุงพลาสติกต่อไป

วัสดุเพาะชำนิยมใช้ผสมระหว่างดินร่วน ทรายและขี้เถ้าแกลบเป็นสัดส่วน 1 : 2 : 1 หรือทรายและขี้เถ้าแกลบเป็นสัดส่วน 2 : 1 ก็ได้ถึงเพาะชำ ทั้งหมดวางไว้ในที่ร่มเงาที่มีตาข่ายพรางแสง ให้แสงรอดได้ประมาณ 70 เปอร์เซ็นต์ ในที่ที่มีความชุ่มชื้นสูงอาจวางถุงไว้กลางแจ้งได้ การดูแลรักษา หลังปักชำ ควรให้น้ำแบบพ่นฝอยอย่างสม่ำเสมอ หลังปักชำประมาณ 1 เดือนให้หน่อชำได้รับแสงเต็มที่ เปิดตาข่ายพรางแสงออกให้หมด เมื่ออายุ 2 เดือน กล้าหญ้าแฝกที่ได้จะมีความแข็งแรงสมบูรณ์ พอที่จะนำไปใช้งานได้

3. การขยายพันธุ์ด้วยเทคนิคเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ

ถึงแม้ว่าแฝกหอมสามารถขยายพันธุ์ได้ง่ายโดยวิธีแตกหน่อ แต่ก็ขยายได้ช้ามากและปริมาณการขยายก็น้อยมาก คือประมาณ 80-100 หน่อ จากการขยายแฝก 1 กอ ที่ประกอบด้วย 5 หน่อย่อยในระยะเวลา 6 เดือน ดังนั้นการนำเอาเทคนิคการขยายพันธุ์โดยวิธีเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อมาใช้จะ สามารถแก้ปัญหาการขาดแคลนหน่อพันธู์ได้ วิธีการขยายพันธุ์ด้วยเทคนิคเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อมีขั้นตอนดังต่อไปนี้

3.1 การชักนำให้เกิดหน่อใหม่จากตาข้างและปลายยอด

นำตาข้างและปลายยอดของหญ้าแฝกหอมมาฟอกฆ่าเชื้อ โดยตัดหน่อหญ้าแฝกอายุ 1-3 เดือน จากหญ้าที่ปลูกบำรุงไว้ในเรือนเพาะชำ นำมาล้างด้วยน้ำให้สะอาด ลอกกาบใบ 2-3 ชั้น ตัดปลายใบให้เหลือหน่อขนาดยาว 5 เซนติเมตร ส่วนนี้จะประกอบด้วยข้อ ซึ่งมีตาข้างอยู่จำนวน 4-5 ตาพร้อมปลายยอด นกมาแช่แอลกอฮอล์ 70% นาน 1 นาที เผาไฟอย่างรวดเร็ว แล้วนำไปฟอกฆ่าเชื้อต่อด้วยสารละลายคลอร็อกซ์ 15% ที่หยด triton-x2-3 หยดเขย่านาน 20 นาที นำมาล้างด้วยน้ำกลั่นนึ่งฆ่าเชื้อ 3 ครั้ง จากนั้นฟอกซ้ำด้วยสารละลาย mercurin chloride 0.1% นาน 2 นาที ล้างด้วยน้ำกลั่นนึ่งฆ่าเชื้อ 5 ครั้ง ตัดแต่งเนื้อเยื่อที่โดนสารฟอกฆ่าเชื้อทำลายออกแล้วตัดแบ่งเป็นท่อน ๆ ให้แต่ละท่อนมีตาติดอยู่ 1 ตา

นำตาข้างและปลายยอดที่ผ่านการฆ่าเชื้อดังกล่าวข้างต้นแล้วมาเลี้ยงบนอาหารแข็งที่เติมสารเร่งการเจริญเติบโต นำไปเลี้ยงไว้ที่อุณหภูมิ 25+2 องศาเซลเซียส ความเข้มแสง 2,000 ลักซ์ ช่วงรับแสง 16 ชั่วโมงสลับกับมืด 8 ชั่วโมง

เมื่อเลี้ยงตาข้างและปลายยอดในอาหารสูตร MS (1962) เติม BAP 50 ไมโครโมลต่อลิตร ให้จำนวนหน่อใหม่ต่อการเลี้ยงตาหนึ่งตา จำนวนสูงที่สุด คือ 30 หน่อ อย่างไรก็ตามหน่อที่ได้จากการเลี้ยงในอาหารเติม BAP 50 ไมโครโมล ต่อลิตรจะมีขนาดของหน่อสั้นมาก และมี ลักษณะฉ่ำน้ำ ไม่แข็งแรง เหมือนหน่อที่เลี้ยงในอาหารที่เติม BAP 5 หรือ 10 ไมโครโมลต่อลิตร ดังนั้นแม้ว่าจะได้จำนวนหน่อต่ำกว่าก็ควรเลือก ใช้อาหารที่เติม BAP 10 ไมโครโมลต่อลิตร เพราะจะได้หน่อที่มีคุณภาพดี เจริญเติบโตได้เร็วกว่า ปริมาณการขยายประมาณ 20 หน่อต่อการเลี้ยง ตาหนึ่งตาในระยะเวลา 1 เดือน ดังนั้นในระยะเวลา 1 ปี สามารถขยายหน่อได้ประมาณ 8.19 x 1016 หน่อ

3.2 การเพิ่มปริมาณหน่อ
เมื่อนำแฝกหอมจากการเลี้ยงในอาหารที่มี BAP 10 ไมโครโมลต่อลิตร แต่ละกอไปตัดแยกเป็นหน่อเดี่ยว นำแต่ละหน่อไปเลี้ยงในอาหาร แข็งสูตรเดิม พบว่าเมื่อลดปริมาณ BAP ลงจากเดิมเป็น 5 ไมโครโมลต่อลิตร สามารถเพิ่มจำนวนหน่อได้ถึง 7 หน่อในระยะเวลา 2 สัปดาห์

3.3 การชักนำให้หน่อใหม่สร้างราก
หน่อของแฝกหอมสามารถกระตุ้นให้แตกรากได้ในทุกสูตรอาหาร แม้ว่าจะไม่ให้สารเร่งการเจริญเติบโตเลยก็ตาม แต่จำนวนจะแตกต่างกัน ถ้าได้รับ IBA 0.5 ไมโครโมลต่อลิตร ให้จำนวนมากมากที่สุดคือ 8 รากในระยะเวลา 2 สัปดาห์

3.4 การย้ายปลูก

เมื่อหน่อมีรากสมบูรณ์แข็งแรงย้ายลงปลูกในกระบะที่มีดินผสม ให้น้ำแบบพ่นฝอยเป็นเวลา 1 สัปดาห์ หลังจากนี้จึงย้ายปลูกลงถุงชำ ออกตั้งกลางแจ้งต่อไป


จัดทำโฮมเพจโดย : สำนักบริการคอมพิวเตอร์, 10 ธันวาคม 2545