ดร.สุรชัย ชาครียรัตน์
ภาควิชาสัตวบาล คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
บางเขน กท.10900 โทร.579-7998
E-Mail : surachaichak@yahoo.com,agrscc@ku.ac.th

ความเป็นมา

การคงสภาพของร่างกายมนุษย์ให้เป็นหนุ่มเป็นสาวอยู่เสมอ เป็นสิ่งที่ทุกคนเสาะแสวงหาด้วยวิธีการต่างๆ มาเป็นเวลานานนับพันปีมาแล้วนับตั้งแต่ยุคอียิปต์โบราณ ยุคจีนโบราณ สืบทอดจากอดีตและกาลเวลาที่เนิ่นนานด้วยการใช้สมุนไพร เช่น ยาจีนโบราณ มีการใช้เขากวางอ่อนมาบำรุงร่างกายให้มนุษย์มีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง ไม่เจ็บไข้ เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งความลับทางวิทยาศาสตร์เพิ่งจะถูกค้นพบ และได้มีการเปิดเผยถึงความเล้นลับของเขากวางอ่อนที่คนจีนโบราณทางซีกโลกตะวันออกใช้บำรุงร่างกายของมนุษย์ เป็นยาอายุวัฒนะในอดีต และความมหัศจรรย์ของน้ำสกัดจากผลโนนี่ที่ถือว่าเป็นผลไม้ศักดิ์สิทธิ์ของชาวโปลีนีเซี่ยน เพราะสามารถใช้บำรุงร่างกายและบำบัดรักษาความเจ็บป่วยได้สารพัดโรค ของคนในเผ่าตนมานานนับพันปี จากยาอายุวัฒนะของคนโบราณทางซีกโลกตะวันตก คือชาวโปลีนีเชี่ยน ซึ่งอยู่คนละทวีปและคนละมุมโลกเป็นที่มาของบทความที่ท่านจะได้ติดตามต่อไปตามลำดับ ดังนี้
การค้นพบการต้านความแก่ และคงความเป็นหนุ่มสาวของมนุษย์ด้วยฮอร์โมนจากเขากวางอ่อน และน้ำสกัดจากผลไม้โนนี่ด้วยตัวของผู้เขียนเองตามลำดับของกาลเวลา ดังนี้ ในปี ค.ศ.1990 Dr.Daniel Rudman ทำการศึกษาวิจัยเรื่อง Hormone โดยใช้โกรทฮอร์โมน (Human Growth Hormone) หรือ HGH ที่โรงงานอุตสากรรมผลิตยาในประเทศสหรัฐสังเคราะห์ขึ้น การวิจัยงานสำคัญเรื่องนี้กระทำขึ้น ณ. Medical College of Wisconsin เมือง Milwunkee ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยใช้อาสาสมัครจำนวน 26 คน อายุ ระหว่าง 61-81 ปี (พวกได้รับฮอร์โมน 12 คน และพวกไม่ได้รับฮอร์โมน 14 คน )โดยการฉีดฮอร์โมน HGH เพื่อศึกษาผลของ HGH ในการชะลอความชราในมนุษย์ ผลของการวิจัยดังกล่าวได้รับการตีพิมพ์ในนิตยสาร New England Journal of Medicine ในปี ค.ศ.1990 ผลการทดลองครั้งนั้นชี้ให้เห็นว่า ไม่เพียงฮอร์โมน HGH จะชะลอความแก่ได้ (retard aging) แต่ยังทำให้ร่างกาย ฟื้นคืนสภาพความเป็นหนุ่มเป็นสาวได้ ไม่ต่ำกว่า 10-20 ปี (reverses the aging process) ในขณะที่คนที่ไม่ได้รับฮอร์โมน จะแก่ชราลงไปตามอายุขัย หลังจากปี ค.ศ. 1990 งานวิจัยเกี่ยวกับเรื่องนี้นับพันเรื่องถูกนำมาวิจัยอย่างต่อเนื่อง และยืนยันตรงกันกับที่ Dr.Daniel Rudman ค้นพบ ซึ่งเป็นข่าวที่ฮือฮาสะท้านโลกมาครั้งหนึ่งแล้วในอดีต
ผู้เขียนจบการศึกษาทางด้านสรีรวิทยา เกี่ยวกับฮอร์โมนนี้มาโดยตรงจากมหาวิทยาลัยฟลอริดา ประเทศสหรัฐอเมริกา (ปริญญาเอก) ในปี ค.ศ.1975 จึงมีความสนใจและติดตามผลงานเหล่านี้มาโดยตลอด แต่เนื่องจากขาดงบประมาณวิจัยสนับสนุน จึงไม่มีโอกาสทำการวิจัยเรื่องดังกล่าวที่ประเทศไทยในขณะนั้นได้ จวบจนปี ค.ศ. 1997 ผู้เขียนได้เข้าร่วมประชุมสัมมนา เกี่ยวกับการส่งเสริมการเลี้ยงกวางเป็นการค้า ที่จัดขึ้นโดยภาควิชาสัตววิทยา และภาควิชาสัตวบาล คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ร่วมกับกรมปศุสัตว์ มีคำถามถามว่าฮอร์โมนหรือสารชีวะเคมีอะไรในเขากวางอ่อน ที่ช่วยให้มนุษย์มีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง และมีสมรรถภาพทางเพศสูง เป็นคำถามยอดฮิตที่หลายคนกำลังรอคำตอบอยู่ ผู้เขียนจึงได้เริ่มนำงานวิจัยชิ้นนี้ขึ้นมาทำนับแต่นั้นเป็นต้นมา โดยได้รับเงินสนับสนุนการวิจัยจากฟาร์มโชคชัย จำนวน 50,000 บาท ที่มอบให้สำหรับทำงานวิจัยทางด้านสัตวบาลตั้งแต่ปี ค.ศ.1986 จนทั้งผู้มอบ คือ คุณโชคชัย บุลกุล และผู้เขียนเกือบลืมไปว่าเหลือเงินก้อนนี้อยู่และทางมหาวิทยาลัยได้เก็บรักษาไว้ให้ ต่อมาเมื่อสนใจจะทำการวิจัยแต่ขาดเงินจึงมองหาแหล่งเงินสนับสนุน และพบว่าเงินสนับสนุนดังกล่าวยังเหลืออยู่ประมาณ 30,000 บาท ทำให้เริ่มงานวิจัยนี้ได้ทันที ประกอบกับความโชคดีที่ได้รับอนุมัติการจัดสรรงบประมาณวิจัยเรื่องผลตกค้างของฮอร์โมน rBST (เป็นโกรทฮอร์โมนชนิดหนึ่งที่คล้ายกับ HGH มาก) ในการเพิ่มผลผลิตน้ำนมโครีดนมในประเทศไทยจากสถาบันวิจัยและพัฒนาของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จึงได้มีโอกาสทำการวิจัยในเรื่องดังกล่าวในปีต่อๆ มาจนถึงปัจจุบันได้อย่างลึกซึ้งมากขึ้น จนกระทั่งได้พบว่าฮอร์โมนที่ใช้ชะลอความชรา และสามารถพลิกฟื้นคืนสภาพความเป็นหนุ่มสาวให้แก่มนุษย์เรา ที่ Dr.Daniel Rudman เป็นผู้ค้นพบโดยการฉีด HGH ให้แก่มนุษย์ทำให้มนุษย์ไม่แก่นั้นเป็นผลสืบเนื่องมาจากการที่ร่างกายตอบสนองต่อ HGH ด้วยการผลิตฮอร์โมน IGF-1 ออกมาหมุนเวียนในกระแสเลือด โดยมีกลไกการทำงานดังนี้ เมื่อฉีด HGH เข้าไปในร่างกายมนุษย์ HGH จะไปกระตุ้นให้ตับและเซลล์อื่น เช่น เซลล์กระดูกอ่อน ผลิตฮอร์โมน IGF-1 ออกมาหมุนเวียนในกระแสโลหิต เช่นเดียวกับโคนม เมื่อฉีด rBST เข้าไป rBST จะไปกระตุ้นให้ตับและเซลล์อื่นๆ ของแม่โค เช่น เซลล์กระดูกอ่อนผลิตฮอร์โมน IGF-1 ออกมาหมุนเวียนในกระแสโลหิตของแม่โค ทำให้แม่โคสามารถผลิตน้ำนมได้เพิ่มขึ้นจากเดิมถึง 20-40% ส่วนฮอร์โมน IGF-1 ในมนุษย์ มีผลในด้านชะลอความชราและพลิกฟื้นให้ร่างกายคืนความเป็นหนุ่มสาวกลับมาได้ประมาณ 10-20 ปี คำถามจึงมีอยู่ว่าสารพวกนี้เกิดขึ้นได้อย่างไรและจะมีอยู่ที่ไหนบ้าง จากข้อมูลที่ได้ทำวิจัยด้วยตนเองและข้อมูลที่สืบค้นได้จากการวิจัยในต่างประเทศซึ่งส่วนใหญ่จากประเทศสหรัฐอเมริกา ทำให้ทราบว่า ฮอร์โมนที่ทรงคุณค่ามหาศาลต่อมวลมนุษย์ชาติ ที่จะช่วยเสริมสร้างสุขภาพและทำให้มนุษย์มีชีวิตยืนยาวขึ้นเป็นฮอร์โมนที่มีอยู่ในเขากวางอ่อน คือ ฮอร์โมน IGF-1 (Insulin Growth Factor 1) ฮอร์โมน IGF-1 มิใช่ฮอร์โมนเพศ Testosterone อย่างที่เคยเข้าใจกันมาในอดีต ส่วนสมรรถภาพทางเพศที่มนุษย์อาจมีเพิ่มขึ้นนั้น เป็นผลพลอยได้จากการมีสุขภาพดีขึ้นและได้รับแร่ธาตุที่เป็นประโยชน์ เช่น แคลเซี่ยม ฟอสฟอรัส เหล็ก และแร่ธาตุปลีกย่อยบางชนิดที่มีอยู่ในเขากวางอ่อน ฮอร์โมน IGF-1 (somatomedin c) เป็นฮอร์โมนที่พบในร่างกายมนุษย์และสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม อวัยวะที่ผลิตฮอร์โมนตัวนี้คือ ตับ และเซลล์ของกระดูกอ่อน (cartilage) ร่างกายจะทำหน้าที่ผลิตเมื่ออวัยวะดังกล่าวถูกกระตุ้นด้วย Growth Hormone (GH) ที่ต่อมใต้สมองส่วนหน้า (anterior pituitary) ผลิตออกมา (นักวิทยาศาสตร์ได้ค้นพบว่า mRNAs ที่เซลล์ของร่างกายจะใช้สร้างฮอร์โมน IGF-1 และ IGF-2 จะพบได้เฉพาะที่เซลล์ของตับและกระดูกอ่อนเท่านั้น (จึงเป็นที่ยืนยันว่าเซลล์ของตับและกระดูกอ่อนคือแหล่งผลิตฮอร์โมนดังกล่าว) ฮอร์โมน IGF-1 เป็นฮอร์โมนที่เป็นโปรตีน มีกรดอะมิโนเป็นองค์ประกอบรวม 70 ตัว เราจะพบฮอร์โมน IGF-1 ในระดับความเข้มข้นสูงในเขากวางอ่อนซึ่งเป็น cartilage ชนิดหนึ่ง แต่ในการบริโภคเขากวางอ่อนเพื่อใช้ชะลอความแก่นั้นเราต้องคำนึงถึงปัจจัยอื่นๆ ที่อาจทำให้ผลเปลี่ยนแปรไปบ้าง ปัจจัยต่างๆ เหล่านั้นเป็นต้นว่า การที่ฮอร์โมนจะสูญสลายไปอย่างรวดเร็วเมื่อได้รับความร้อน หรือการที่ปริมาณความเข้มข้นของฮอร์โมนที่พบในส่วนต่างๆ ของเขากวางไม่เท่ากัน เช่น ความเข้มข้นของฮอร์โมนที่ปลายเขาจะมีมากกว่าที่ฐานเขา และยังต้องคำนึงถึงความสมบูรณ์ของกวาง และอาหารที่กวางกินเข้าไปด้วย โดยปกติปลายเขาอ่อนแห้งของกวางที่สมบูรณ์ที่เก็บรักษาเป็นอย่างดีหนัก 1 กรัม จะมีฮอร์โมนนี้ประมาณ 611 ng/g (1ng=1/10-9 gm) การรับประทานเขากวางอ่อนเพื่อให้ได้ฮอร์โมน IGF-1 ตามที่ต้องการเพื่อชะลอความแก่ ให้ผลผันแปร มากน้อยไปตามปัจจัยที่กล่าวแล้ว (1ng=1/10-9 gm)

คุณสมบัติ

คุณสมบัติของฮอร์โมนตัวนี้ต่อร่างกายมนุษย์มีอเนกอนันต์ดังนี้
1. ทำให้เซลล์ประสาทที่เสื่อมและตายไป สามารถถูกสร้างขึ้นมาทดแทนใหม่ได้
2. ทำหน้าที่แทนฮอร์โมนอินซูลิน (Insulin) ได้ในระดับหนึ่ง เช่น เมื่อเซลล์บีของตับอ่อนที่ทำหน้าที่ผลิตฮอร์โมนอินซูลินถูกทำลายไปบางส่วน หรือตับอ่อนถูกตัดออกทั้งหมด (เมื่อร่างกายขาดฮอร์โมนอินซูลิน มนุษย์จะป่วยเป็นโรคเบาหวาน) และผู้ป่วยเป็นโรคเบาหวานเรื้อรังที่ไม่ได้ทำการบำบัด ฮอร์โมนนี้จะลดระดับลงอย่างรวดเร็ว
3. ทำให้เซลล์ต่างๆ ของร่างกายที่เสื่อมและตายไป เช่น เซลล์กระดูก กระดูกอ่อน และเซลล์กล้ามเนื้อ ถูกสร้างขึ้นมาทดแทนได้
4. ทำให้ร่างกายมีภูมิต้านทานเพิ่มขึ้นโดยการสร้างเม็ดเลือดขาว B-cell และ T-cell lympocyteเพิ่มขึ้น
5. ลดระดับ LDL- Cholesterol ในกระแสโลหิตของมนุษย์ ด้วยกระบวนการ Macrophages
6. ทำให้กล้ามเนื้อแข็งแรงขึ้นไม่เสื่อมสลายได้ง่าย โดยขับธาตุโซเดียมออกจากเซลล์กล้ามเนื้ออย่างมีประสิทธิภาพ
7. ทำให้เซลล์กระดูกแข็งแรงขึ้น โดยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของต่อม Parathyroid และไวตามินดี
8. ทำให้เซลล์กล้ามเนื้อเพิ่มขึ้นทั้งขนาดและจำนวน
9. ทำให้เซลล์กล้ามเนื้อดูดซึมกรดอะมิโน น้ำตาลกลูโคส เข้าไปใช้ประโยชน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
10. ช่วยเผาผลาญไขมันส่วนเกินเป็นพลังงานให้ร่างกายใช้ในการดำรงชีพ ทำให้ไม่เป็นโรคอ้วน
จากคุณประโยชน์ของฮอร์โมนนี้ จะทำให้ร่างกายมนุษย์แข็งแรง มีภูมิต้านทานต่อโรค ไม่เป็นโรคอ้วน และท้ายสุดสามารถต้านความชราภาพได้

องค์ความรู้ใหม่ที่เกิดขึ้นจากผลการศึกษาวิจัย

จากการที่ผู้เขียนศึกษาเกี่ยวกับฮอร์โมน IGF-1 จากเขากวางอ่อนนี้พบองค์ความรู้ใหม่ที่น่าสนใจและเป็นประโยชน์ต่อมวลมนุษย์ชาติอย่างมหาศาล คือ การผลิตฮอร์โมน IGF-1 เพื่อประโยชน์ของมนุษย์คือ นอกจากจะใช้ชะลอความแก่และพลิกฟื้นให้ร่างกายคงความเป็นหนุ่มเป็นสาวไว้ได้แล้ว ในความเห็นส่วนตัวของผู้เขียนในฐานะนักวิทยาศาสตร์และนักวิชาการคนหนึ่งเห็นว่า จากคุณสมบัติอันดีเยี่ยมของฮอร์โมนตัวนี้น่าจะนำมาทดลองใช้รักษาโรคบางชนิด เช่น โรคอัมพฤกษ์ อัมพาต ในมนุษย์ได้ เพราะพบว่าเซลล์ประสาทที่เสื่อมและตายไปแล้วสามารถถูกสร้างขึ้นมาทดแทนใหม่ได้ จึงน่าจะเป็นผลดีต่อผู้ป่วยอย่างแน่นอน ที่จริงแล้วการใช้ HGH กับเด็กที่ขาดฮอร์โมนนี้และไม่มีการพัฒนาการของร่างกายตามปกติ แพทย์จะทำการรักษาเด็กเหล่านั้นให้เจริญเติบโตตามวัยด้วยการฉีดโกรทฮอร์โมนให้เด็กเหล่านั้นตามปริมาณ ขนาด และระยะเวลาที่เหมาะสม เพื่อให้เด็กเหล่านั้นเจริญเติบโตและมีพัฒนาการของร่างกายให้เป็นปกติเป็นเวลานานมาแล้วก่อนปี ค.ศ.1985

ฮอร์โมน IGF-1 ได้มาจากแหล่งใดในธรรมชาติ นอกจากในเขากวางอ่อนบ้าง

เนื่องจากฮอร์โมน IGF-1 มีคุณค่าอย่างมหาศาลดังที่กล่าวมาแล้ว และเราทราบว่าฮอร์โมนนี้สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมสามารถผลิตขึ้นจากส่วนของกระดูกอ่อน นอกจากในเขากวางอ่อนแล้ว คาดว่าในสัตว์ชนิดอื่นๆ ใน Genus Cervus ที่มีอยู่มากมายหลายสิบชนิด ที่ตามธรรมชาติจะสลัดเขาแข็งออกทุกปี และแตกเขาอ่อนขึ้นมาแทนที่ เช่น ละอง ละมั่ง (Eld' Deer) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Cervus Eldi จะพบฮอร์โมน IGF-1 อยู่ด้วยอย่างแน่นอนทุกชนิด สัตว์ประเภทนี้จะเป็นสัตว์ที่ต้องอนุรักษ์และส่งเสริมให้มีการเลี้ยงเป็นการค้า เนื่องจากมีคุณค่าต่อมวลมนุษย์ชาติอย่างมหาศาล ทั้งด้านสุขภาพและทางด้านเศรษฐกิจ ทำให้เกิดการจ้างงานและอุตสาหกรรมอาหารและยาอย่างต่อเนื่อง

ประสิทธิภาพของฮอร์โมน IGF-1 และน้ำสกัดจากผลโนนี่ในการต้านความแก่และคงความเป็นหนุ่มสาวของมนุษย์

ผู้เขียนเริ่มจับงานวิจัยชิ้นนี้มาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1997 และต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน ผู้เขียนได้รับเกียรติอย่างสูงจากอาสาสมัครท่านหนึ่งคือ ศ.ดร.วัฒนา เสถียรสวัสดิ์ อาจารย์ภาควิชาพืชสวน คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ท่านได้อุทิศเวลาและเงินส่วนตัวในการทำวิจัยชิ้นนี้ร่วมกับผู้เขียนด้วย เนื่องจากงบประมาณวิจัยที่ได้รับมิได้ครอบคลุมถึงการวิจัยในส่วนที่มีการทดลองใช้เกี่ยวกับมนุษย์ (มีเงินงบประมาณสนับสนุนเฉพาะการวิจัยที่ทดลองใช้กับแม่โครีดนมเท่านั้น) ถ้าปราศจากผู้เสียสละและกล้าหาญอย่างท่านแล้ว ทฤษฎีนี้ก็จะยังไม่ได้รับการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์และทางการแพทย์ให้เห็นผลดังที่ทุกท่านได้ทราบกันเช่นนี้ได้ ผู้เขียนขอยืนยันว่า ทฤษฎีที่ตั้งไว้ถูกต้องทุกประการ และสามารถพิสูจน์ให้เห็นได้ว่าสามารถชะลอความแก่ และพลิกฟื้นความเป็นหนุ่มสาวได้จริง ในรายละเอียดของผลการทดลองใช้ขอให้ท่านอ่านบทสัมภาษณ์ของท่าน ศ.ดร.วัฒนา เสถียรสวัสดิ์ ที่ให้สัมภาษณ์ทางโทรทัศน์เกือบทุกช่องและในหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ฉบับประจำวันที่ 16 มกราคม 2544 ได้

ทฤษฎีแห่งการต้านความแก่และคงความเป็นหนุ่มสาวของมนุษย์อย่างสมบูรณ์

ทฤษฎีนี้ขออธิบายสั้นๆ ดังนี้ คือ การที่คนเราจะมีอายุขัยอยู่ได้ถึง 100 ปี อย่างมีความสุข และสุขภาพแข็งแรงนั้น นอกจากจะต้องมีการรับประทานอาหารให้ครบทุกหมู่อย่างได้สัดส่วนตามที่ร่างกายต้องการ ต้องออกกำลังกายแบบแอโรบิค (วิ่ง,เดินเร็ว,ขี่จักรยาน) ให้ได้อย่างน้อยวันละ 30 นาที รักษาสุขภาพทั้งร่างกายและจิตใจให้สะอาด ป้องกันโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นอันเนื่องมาจากความเสื่อมของร่างกาย เพราะผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป มักจะป่วยด้วยโรค 3 โรค ด้วยกัน คือ เบาหวาน ความดันโลหิต และมะเร็ง ดังนั้นก่อนอื่นต้องป้องกันตนเองจากโรคร้ายต่าง ๆ ดังกล่าวที่จะเข้ามาเบียดเบียนให้ได้เสียก่อน ด้วยการดื่มน้ำสกัดจากผลโนนี่ ที่สามารถป้องกันร่างกายของเราจากโรคร้ายทั้งสามนี้อย่างได้ผล (รายละเอียดหาอ่านได้จากหนังสือชื่อ โนนี่ พืชมหัศจรรย์แห่งยุค 2001) มีคนเป็นจำนวนมากที่เข้าใจว่าต้นโนนี่ที่ว่านี้คือต้นยอในบ้านเรา ผู้เขียนขอเรียนว่าเป็นพันธุ์ไม้ต่างสายพันธุ์กัน เพียงแต่มีชื่อทางวิทยาศาสตร์เหมือนกันเท่านั้น เพราะต้นโนนี่มีลักษณะทางพฤกษศาสตร์ที่แตกต่างจากต้นยอหลายอย่าง ซึ่งขณะนี้ทางภาควิชาพืชสวน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดย ศ.ดร.วัฒนา เสถียรสวัสดิ์ กำลังตรวจพิสูจน์ ดี เอ็น เอ อยู่ คาดว่าจะหาข้อสรุปได้ภายในปี พ.ศ. 2544 นี้ หลังจากที่เราป้องกันมิให้เกิดโรคภัยกับตัวเองแล้ว จึงใช้ฮอร์โมน IGF-1 มาชะลอความแก่และพลิกฟื้นให้ร่างกายกลับมาสู่วัยหนุ่มสาวอีกครั้งหนึ่งจึงจะได้ผล มีอายุยืนยาวเป็น 100 ปี อย่างมีความสุข และสุขภาพแข็งแรงได้

บทบาทของน้ำสกัดจากผลโนนี่ในการต้านความแก่และคงความเป็นหนุ่มสาวของมนุษย์

ต้นโนนี่ เป็นพืชสมุนไพรที่มีอยู่ในรัฐฮาวาย สหรัฐอเมริกา และในหมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิคตอนใต้ เช่น เกาะตาฮิติ เกาะคุค มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Morinda citrifolia เป็นพืชที่อยู่ในวงศ์ (family) Rubiaceae (กาแฟ) สำหรับพืชที่มีชื่อทางวิทยาศาสตร์และอยู่ในวงศ์เดียวกันกับต้นโนนี่ในประเทศอินเดีย นักพฤกษศาสตร์ เรียกชื่อสามัญว่า อินเดียนมัลเบอร์รี่ (Indian mulberry) สำหรับในไทยมีชื่อสามัญว่า ยอ (Yoah) อย่างไรก็ดี แม้ว่า ยอ และอินเดียนมัลเบอร์รี่ จะมีชื่อทางวิทยาศาสตร์เหมือนกันกับต้นโนนี่ แต่ความจริงที่ได้พบระหว่างยอไทยและโนนี่มีความแตกต่างทางพฤกษศาสตร์หลายประการ
คุณสมบัติของน้ำสกัดจากผลโนนี่ จากข้อมูลที่ได้รับการเปิดเผยจากคณะวิจัยในมหาวิทยาลัยหลายแห่งในสหรัฐอเมริกา และยุโรปร่วมกับการทำงานร่วมกันของแพทย์ในโรงพยาบาลหลายแห่งในสหรัฐอเมริกา จำนวน 40 คน และผู้ป่วยจำนวนกว่า 8,000 คน ที่ใช้น้ำสกัดจากผลโนนี่รักษาและบำรุงสุขภาพตั้งแต่หลังปี ค.ศ.1993 จนถึงปี ค.ศ.1998 สามารถสรุป คุณสมบัติอันน่ามหัศจรรย์จากน้ำโนนี่ได้ถึง 7 ประการ ดังนี้
1. ลดความดันโลหิตในกรณีผู้ป่วยความดันโลหิตสูง
2. ทำงานร่วมกับฮอร์โมน Melatonin และ Serotonin ช่วยควบคุมการนอนหลับ พักผ่อน ทำให้อารมณ์รื่นเริงแจ่มใสในยามตื่น และควบคุมอุณหภูมิภายในร่างกายมนุษย์
3. ช่วยเพิ่มพลังงานในร่างกาย
4. ลดและบรรเทาอาการอักเสบของเซลล์ ลดและบรรเทาโรคภูมิแพ้
5. ช่วยบรรเทาความเจ็บปวด
6. ลดและระงับการติดเชื้อแบคทีเรีย ที่อาจทำความเสียหายให้แก่ระบบทางเดินอาหารและหัวใจ
7. ระงับการผิดปกติของเซลล์ที่อาจลุกลามต่อไปเป็นเซลล์มะเร็ง และระงับการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งได้
จึงสรุปได้ว่า น้ำสกัดจากผลโนนี่ ช่วยป้องกันมิให้ร่างกายของมนุษย์เกิดโรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวานและมะเร็ง ซึ่งโรคเหล่านี้จะพบมากในผู้ที่มีอายุมากกว่า 30 ปีขึ้นไป

อาการข้างเคียงที่อาจมีผลกระทบต่อสุขภาพ จากการได้รับฮอร์โมน IGF-1

จากงานวิจัยของ Dr.Daniel Rudman และงานของท่านอื่นๆ อีกนับพันเรื่อง จากปี ค.ศ. 1990เรื่อยมาถึงปัจจุบันยังไม่พบรายงานเรื่องผลข้างเคียง ที่อาจส่งผลร้ายต่อมนุษย์ผู้ใช้ฮอร์โมน HGH ซึ่งจะไปกระตุ้นให้ตับและกระดูกอ่อนของมนุษย์เองผลิตฮอร์โมน IGF-1 ออกมาหมุนเวียนในร่างกายแม้ว่าIGF-1 จะเพิ่งถูกค้นพบและผลิตออกมาเป็นการค้าแล้วในประเทศสหรัฐอเมริกา ประเทศไทยน่าจะเป็นประเทศที่สองที่สามารถผลิตฮอร์โมนตัวนี้ออกมาทำเป็นการค้าได้ ถ้าได้รับการสนับสนุนทางด้านการเงินจากภาครัฐบาลหรือภาคเอกชนที่สนใจจะเข้ามาร่วมทำการวิจัย เนื่องจากเรามีนักวิทยาศาสตร์ที่มีความรู้ความสามารถอยู่มากพอสมควร แต่ที่ขาดก็คือเงินงบประมาณสนับสนุนและโอกาสที่จะให้เขาเหล่านั้นแสดงความสามารถ ฮอร์โมนตัวนี้ก็พบอยู่แล้วตามธรรมชาติในร่างกายของคนเราอยู่แล้ว การใช้ในความเข้มข้นต่ำตามทฤษฎีที่ตั้งไว้จะไม่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของระดับ IGF-1ที่หมุนเวียนอยู่ในกระแสโลหิตตามปกติของมนุษย์จึงไม่น่าส่งผลข้างเคียงให้เกิดขึ้นแต่อย่างใด นอกจากนี้คนจีนตามตำรับยาจีนโบราณก็ใช้เขากวางอ่อน (ซึ่งก็คือฮอร์โมน IGF-1 นี่เอง) บำรุงสุขภาพมานับพันปีแล้ว ขณะนี้เท่าที่ทราบ องค์การอาหารและยาของประเทศสหรัฐอเมริกา ได้ยอมรับให้ทั้ง HGH และ IGF-1 ที่ถูกสกัดจากเขากวางอ่อนสามารถนำมาใช้ได้อย่างปลอดภัยกับมนุษย์ จึงสรุปได้ว่าผลข้างเคียงที่อาจเป็นผลร้ายต่อสุขภาพโดยรวมของมนุษย์จากฮอร์โมน IGF-1 ไม่น่าจะเกิดขึ้นแต่อย่างใด

การค้นพบฮอร์โมน IGF-1 และผลกระทบต่อสัตว์ประเภทกวาง

เมื่อมีข่าวเรื่องฮอร์โมน IGF-1 สำหรับต้านความแก่แพร่สะพัดออกไป คนจำนวนมากเริ่มเสาะแสวงหาซื้อเขากวางอ่อน ผู้เขียนต้องขอทำความเข้าใจว่า โดยธรรมชาติของกวาง จะต้องสลัดเขาของมันทิ้งอยู่แล้วทุกปี กวางที่ถูกนำมาตัดเขากวางอ่อนเป็นกวางตัวผู้เท่านั้น (เขากวางอ่อนจะถูกตัดในวันที่ 60 นับจากวันที่เขากวางอ่อนเริ่มงอก) กวางจะเจ็บเล็กน้อยเหมือนกับมนุษย์ถูกถอนฟัน เราไม่ได้ทำทารุณสัตว์ และไม่เป็นอันตรายต่อกวางแต่อย่างไร หลังจากถูกตัดเขาและห้ามเลือดแล้ว กวางก็จะมีอาการระบมเล็กน้อยประมาณ 1-2 วัน ก็จะหายเป็นปกติและเขากวางที่เหลืออยู่คล้ายตอไม้จะพัฒนาเป็นเขาแข็งเพื่อรอการหลุดในปีต่อไป จึงมิใช่เป็นการทรมานสัตว์แน่นอน และกวางที่ถูกตัดเขาเป็นกวางที่ได้รับการเลี้ยงดูในฟาร์มมิใช่กวางป่า จึงไม่เป็นผลร้ายต่อกวางแน่นอน
ในส่วนตัวของผู้เขียน คิดว่าฮอร์โมน IGF-1 เป็นฮอร์โมนที่ดีมีประโยชน์มาก ไม่มีผลเสียเลยถ้าได้มีการควบคุมการเลี้ยงกวางให้ปลอดโรคจากสัตว์สู่มนุษย์จากหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง ควบคุมการตัดเขาอ่อน การแปรรูป รวมทั้งการสกัดฮอร์โมน ให้ปลอดภัยจากเชื้อโรค สารพิษและสิ่งแปลกปลอม ที่อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพของมนุษย์ ด้วยความถูกต้องและมีประสิทธิภาพ เมื่อฮอร์โมน IGF-1 ถูกผลิตออกสู่ตลาดโลกจะสามารถนำเงินตราต่างประเทศเข้าสู่ประเทศไทยของเราได้อย่างมหาศาล ทำให้คนมีงานทำ มีรายได้และท้ายสุด ก่อให้เกิดผลดีต่อผู้บริโภค ผู้ใช้ฮอร์โมน IGF-1 จะมีสุขภาพดี แข็งแรง มีความสุขกาย สบายใจ ไม่เป็นภาระต่อลูกหลานที่ต้องมาดูแลผู้สูงอายุตามแบบเก่าๆ เนื่องจากผู้สูงอายุในยุคใหม่นี้จะแข็งแรง ช่วยเหลือตัวเองได้ ไม่ป่วยเป็นโรคอัลไซเมอร์ หรืออัมพฤกษ์ อัมพาต ที่ต้องเป็นภาระต่อลูกหลาน และสังคมโดยรวมอีกต่อไป

ปริมาณและขนาดของการใช้เขากวางอ่อนให้ได้ผลในการต้านความแก่

แม้ว่าเราจะพบฮอร์โมน IGF-1 ในความเข้มข้นสูงในเขากวางอ่อนซึ่งเป็น cartilage ชนิดหนึ่งแต่ในการบริโภคเขากวางอ่อนเพื่อใช้ชะลอความชรานั้น เราต้องคำนึงถึงปัจจัยอื่นๆ ที่อาจทำให้ผลเปลี่ยนแปรไปบ้าง ปัจจัยต่างๆ เหล่านั้นเป็นต้นว่า การที่ฮอร์โมนจะสูญสลายไปอย่างรวดเร็วเมื่อได้รับความร้อน หรือการที่ปริมาณความเข้มข้นของฮอร์โมนที่พบในส่วนต่างๆ ของเขากวางไม่เท่ากัน เช่น ความเข้มข้นของฮอร์โมนที่ปลายเขาจะมีมากกว่าที่ฐานเขา และยังต้องคำนึงถึงความสมบูรณ์ของกวาง อาหารที่กวางกินเข้าไปด้วย โดยปกติปลายเขาอ่อนแห้งของกวางที่สมบูรณ์ที่เก็บรักษาเป็นอย่างดีหนัก 1 กรัม จะมีฮอร์โมนนี้ประมาณ 611 ng/g (1ng=1/10-9) การรับประทานเขากวางอ่อนเพื่อให้ได้ฮอร์โมน IGF-1 ตามที่ต้องการเพื่อชะลอความแก่ให้ผลผันแปรมากน้อยไปบ้างตามปัจจัยที่กล่าวแล้ว 1ng=1/10-9 ดังนั้นในด้านปริมาณการใช้และลักษณะการใช้เขากวางอ่อนต้านความชรานั้น ผู้ใช้ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญทางสรีรวิทยาด้าน endocrine หรือแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านเสียก่อน ซึ่งในปัจจุบันผู้เชี่ยวชาญดังกล่าวยังมีจำนวนน้อยมาก เช่น สมาคม Anti-Aging ของสหรัฐอเมริกา ส่วนในประเทศไทยมีเพียงท่านเดียวคือ ศ.ดร.วัฒนา เสถียรสวัสดิ์ อาจารย์ภาควิชาพืชสวน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตบางเขน กรุงเทพฯ10900 ศ.ดร.วัฒนา เสถียรสวัสดิ์ (อายุ 74 ปี) ใช้ purified extracted ของฮอร์โมน IGF-1(ฮอร์โมน IGF-1 สกัดบริสุทธิ์) โดยการฉีดพ่นเข้าใต้ลิ้น ใช้ปริมาณ 2,500 ng/22 วัน เฉลี่ยวันละ 114 ng (1ng=1/10-9 gm) ปกติเขากวางอ่อนแห้งที่ปราศจากความชื้น 1 กรัม จะมีฮอร์โมน IGF-1 เข้มข้นประมาณ 600 ng (1ng=1/10-9 gm) คนหนึ่งคนจะต้องใช้เขากวางอ่อนแห้งประมาณ 114x30/600 = 5.7 กรัม ซึ่งเท่ากับเป็นเขากวางสด 5.7 x 3 = 17-20 กรัม / 1 เดือน ดังนั้น 1 ปี ในคนหนึ่งจะต้องการเขากวางอ่อนสดประมาณ 20 x 12=240 กรัม ซึ่งจะเท่ากับเขากวางอ่อนพันธุ์รูซ่าเพศผู้ที่สมบูรณ์เมื่อถูกตัดเขาอ่อนครั้งแรกภายหลังเขาเทียนหลุดแล้วพอดี น้ำหนักเขาสดเฉลี่ย 250-300 กรัม/ตัว

ผลของงานวิจัย ต่อภาวะสังคม เศรษฐกิจ และประเทศชาติโดยรวม

จากผลของงานวิจัยชิ้นนี้จะทำให้ คนมีงานทำทุกระดับ และก่อให้เกิดรายได้ประชาชาติโดยรวมอย่างมหาศาลต่อประเทศไทย เริ่มตั้งแต่คนเลี้ยงกวาง คนจำหน่ายเขากวางสดและแห้ง ก่อให้เกิดอุตสาหกรรมอาหารและยาอย่างต่อเนื่อง เพิ่มการตั้งฟาร์มกวางผลิตเขากวางอ่อนเพื่อป้อนโรงงานผลิตฮอร์โมน IGF-1 เป็นอุตสาหกรรมนำออกสู่ตลาดโลกที่มีความต้องการสูงมาก ราคาจำหน่ายเขากวางอ่อนสด เฉลี่ยกิโลกรัมละประมาณ 5,000 บาท ในปี ค.ศ. 2001 เขาอ่อนของกวางตัวผู้ 1 ตัว ที่ทำการสกัดแล้วจะดูแลผู้สูงอายุที่มีกำลังทรัพย์ซื้อฮอร์โมนตัวนี้ เพียง 1-3 คนเท่านั้น กวางมีชีวิต 1 ตัว ราคาซื้อขายตัวละ 15,000-30,000 บาท ขึ้นอยู่กับขนาดและสายพันธุ์ ถ้าลองคำนวณคร่าวๆ ก็จะทราบว่าอาชีพนี้ทำรายได้ต่อปีเป็นจำนวนมาก ส่วนต้นโนนี่ 1 ต้น จะให้ผลผลิตประมาณ 100 กิโลกรัม/ต้น/ปี การสกัดเอาน้ำจากผลจะได้น้ำสกัดเพียง 30 กิโลกรัม ซึ่งเพียงพอต่อการบริโภคของผู้สูงอายุเพียง 2-3 คน/ปีเท่านั้น เฉพาะการบริโภคภายในประเทศเพียงอย่างเดียว จะต้องปลูกต้นโนนี่ไม่ต่ำกว่าหนึ่งแสนไร่ ในอนาคตอันใกล้นี้ราคาของน้ำสกัดจากผลโนนี่ในตลาดโลกจะมีราคาสูงขึ้นประมาณลิตรละ 2,000 บาท เป็นผลให้เกิดภาวะการจ้างแรงงานและอุตสาหกรรมต่อเนื่อง เริ่มจากการปลูกและดูแลรักษา การเก็บเกี่ยว การสกัดน้ำจากผล การบรรจุภัณฑ์ การตลาด ซึ่งจะทำให้มีเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจที่ได้จากการปลูกต้นโนนี่และเลื้ยงกวางเพื่อผลิตฮอร์โมน IGF-1 เป็นเงินรวมทั้งสิ้นหลายหมื่นล้านบาทในอนาคตอันใกล้นี้อย่างแน่นอน
จัดทำโฮมเพจโดย : สำนักบริการคอมพิวเตอร์, 30 พฤศจิกายน 2544