กุ้ง กั้ง ปู

สมโภชน์ นิ้มสันติเจริญ จิตติมา อายุตตะกะ

กุ้ง (Shrimp) กั้ง (mantis shrimp) และปู (crab) เป็นสัตว์น้ำที่มีความสำคัญทั้งทางเศรษฐกิจและในระบบนิเวศชายฝั่ง กุ้ง กั้ง ปู เป็นสมาชิกใน subphylum Crustacea ใน phylum Arthropoda ซึ่งเป็นไฟลัมเดียวกับแมลง สัตว์กลุ่มนี้ถูกเรียกโดยทั่วไปว่า ครัสตาเซียน (crustacean) มีสมาชิกมากกว่า 40,000 ชนิด เกือบทั้งหมดอาศัยอยู่ในน้ำ

ลักษณะเด่นของครัสตาเซียนคือ มีหนวด 2 คู่ (antennae) รยางค์งอกเป็นคู่ (biramous) และมีรยางค์เปลี่ยนรูปคล้ายขากรรไกร (mandibles)

Penaeus merguiensis De man, 1888, กุ้งขาว, banana prawn, Penaeidae.
เป็นกุ้งทะเลขนาดใหญ่ ขนาด 10-25 เซนติเมตร พบทั่วไปตามชายฝั่งจนถึงทะเลลึก อาศัยและวางไข่ในทะเล ตัวอ่อนเข้ามาเจริญเติบโตบริเวณชายฝั่ง ลำตัวใส เปลือกบาง กรีแหลมมีฟันทั้งด้านบนและด้านล่าง เป็นกุ้งเศรษฐกิจที่มีรสชาติดี ราคาสูง นอกจากการจับจากธรรมชาติแล้ว ยังมีศักยภาพในการเพาะเลี้ยงเชิงพาณิชย์
Penaeus monodon Fabricius, 1798, กุ้งกุลาดำ, giant tiger prawn, Penaeidae.
เป็นกุ้งทะเลขนาดใหญ่ ขนาด 10-35 เซนติเมตร ลำตัวมีสีน้ำตาลอมแดง มีลายสีดำ และลายขาวพาดตามปล้องท้อง กรีแหลมมีฟันทั้งด้านบนและด้านล่าง มีรสชาติดี มีความอดทนต่อสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงได้ดี จึงเป็นที่นิยมเพาะเลี้ยงอย่างกว้างขวางทั่วโลก และกำลังเป็นปัญหาทางด้านสิ่งแวดล้อมชายฝั่ง ทั้งการทำลายพื้นที่ป่าชายเลนและคุณภาพน้ำชายฝั่ง
Macrobrachium sp., กุ้งกะต่อม, dwarf prawn, Pelaemonidae.
อาศัยในแหล่งน้ำกร่อยถึงน้ำจืดในคลองและป่าชายเลน ลักษณะคล้ายกุ้งก้ามกราม แต่มีขนาดเล็ก 5-10 เซนติเมตร หัวโต กรีแหลมหยักเป็นฟันเลื่อย ขาเดินคู่ที่ 2 เป็นก้ามใหญ่ ปลายมีสีเหลือง ลำตัวใส ไข่ติดบริเวณท้อง
Thalassina anomala (Jerbst, 1804), แม่หอบ, mud lobster, mangrove lobster, Thalassinidae.
ลำตัวมีสีแดงเข้ม อมน้ำตาล ส่วนหัวมีขนาดใหญ่ ขาเดิน 2 คู่แรกมีขนาดใหญ่ ทำหน้าที่ขุดรูและขนดินออกมากองคล้ายจอมปลวก ส่วนท้องมีขนาดเล็ก ยาวเรียว ไม่มีแพนหาง ลักษณะคล้ายแมงป่อง ขนาด 20-30 เซนติเมตร พบมากทางฝั่งอันดามัน เชื่อกันว่าใช้เป็นยาแก้โรคหืดหอบ
Panulirus polyphagus (Herbst, 1793), กุ้งมังกรเลน, mud spiny lobster, Palinuridae.
พบทั่วไปตามชายทะเล พื้นทรายปนเลน และตามแนวกองหินและแนวปะการัง ตัวมีสีน้ำตาลอมเขียว มีหนามระหว่างตา 1 คู่ โคนหนวดคู่ที่ 2 มีสีเขียว ปล้องท้องมีลายขาวพาดขวาง นิยมบริโภคและนำมาเป็นเครื่องประดับ
Panulirus versicolor (Latreiller, 1804), กุ้งมังกรเขียว, painted spiny lobster, Palinuridae.
พบตามแนวกองหินและปะการัง มีสีสันสวยงาม โคนหนวดคู่ที่ 2 มีสีชมพู ส่วนหัวมีลายสีดำพื้นเหลือง ปล้องท้องสีเขียว มีลายขาวส่วนท้อง มีหนามระหว่างตา 2 คู่ นิยมนำมาบริโภคและนำเปลือกมาทำเครื่องประดับบ้าน มีราคาสูง
Panulirus ornatus (Fabricius, 1798), กุ้งมังกรเจ็ดสี, ornate spiny lobster, Palinuridae.
พบตามแนวกองหินและปะการัง มีสีสันสวยงาม โคนหนวดคู่ที่ 2 มีสีม่วง หนวดมีสีชมพู ส่วนหัวมีสีเขียวลายเหลือง หนามที่เปลือกมีสีเหลืองเข้ม ลำตัวมีสีเขียวอ่อนปนเหลือง มีลายสีน้ำเงินอมม่วงจุดขาว มีหนามระหว่างตา 2 คู่ นิยมนำมาบริโภค และใช้เปลือกทำเป็นเครื่องประดับบ้าน มีราคาสูง
Scyllarus sp., กั้งกระดาน, flathead lobster, Scyllaridae.
พบทั่วไปตามชายฝั่งบริเวณพื้นทรายปนเลน มีขนาด 10-20 เซนติเมตร ตัวกว้างแบน มีเปลือกแข็งหนาผิวขรุขระ สีน้ำตาลปนเทา คล้ายแผ่นกระดาน ส่วนหัวและอกแผ่กว้าง มีขาเดิน 5 คู่ ไม่มีก้าม ลำตัวค่อย ๆ เรียวแคบลงในส่วนท้อง มีขาว่ายน้ำ 5 คู่ แพนหางเป็นแผ่นกว้าง
Clibanarius padavensis De Man, 1888, ปูเสฉวนกระบองม่วง, hermit crab, Diogenidae.
อาศัยอยู่ในเปลือกหอย พบทั่วไปตามหาดทรายและป่าชายเลน มีขนาดใหญ่ ตัวและก้ามมีสีม่วง ก้านตามีขนาดใหญ่คล้ายกระบอง กินซากพืชซากสัตว์และสัตว์ขนาดเล็กเป็นอาหาร
Porcellanella sp., ปูดอกไม้ทะเล, porcelian crab, Porcellanidae.
เป็นปูขนาดเล็ก 2-3 เซนติเมตร พบอาศัยอยู่ร่วมกับดอกไม้ทะเล หรือปากกาทะเล ก้ามทั้งสองข้างมีขนาดใหญ่ ตัวสีขาว หนวดยาว มีวงสีน้ำตาลอ่อนกระจายทั่วตัวทั้งตัวกระดองและก้ามเป็นปูที่น่ารักและสวยงาม
Eriphia sebana, ปูใบตาดำ, smooth redeyed crab, Eriphiidae.
เป็นปูที่มีเปลือกแข็งหนา กระดองรูปหกเหลี่ยม ขนาดกระดองกว้าง 10-15 เซนติเมตร ก้ามทั้ง 2 ข้างมีขนาดใหญ่ ปลายก้ามและตามีสีดำ ไม่มีขาว่ายน้ำ อาศัยตามซอกหินและแนวปะการัง
Dorippe sp., ปูชะนี ปูแมงมุม, Dorippidae.
เป็นปูขนาดเล็ก ยาวประมาณ 5-6 เซนติเมตร กระดองยาวกว่าส่วนกว้าง ตัวแบน ก้ามเล็ก ขายาวคล้ายแมงมุม ลำตัวสีน้ำตาล ชอบเกาะตามใบไม้ที่จมตามพื้นคลองในป่าชายเลน
Portunus pelagicus (Linnaeus, 1758), ปูม้า, blue swimming crab, flower crab, Portunidae.
พบทั่วไปตามชายฝั่งตามพื้นทรายปนเลน มีขนาดประมาณ 15-20 เซนติเมตร กระดองหลังสีฟ้าอ่อนมีลายสีขาว ผิวหนังเป็นตุ่มเล็ก ๆ หนามข้างกระดอง 9 อัน อันสุดท้ายยาวที่สุด ขา 5 คู่ คู่แรกเป็นก้ามยาวเรียว ขาเดิน 3 คู่ คู่สุดท้ายเป็นขาว่ายน้ำ เป็นปูเศรษฐกิจที่นิยมบริโภค
Scylla serrata (Forsskal, 1775), ปูทะเล, giant mud crab, Portunidae.
พบทั่วไปในป่าชายเลน มีขนาด 15-20 เซนติเมตร กระดองแข็ง ผิวเรียบมัน มีสีเขียวปนดำ มีหนามข้างกระดอง 8-9 อัน ก้ามแข็งมีขนาดใหญ่ เป็นปูเศรษฐกิจที่นิยมบริโภคหลายแบบ ทั้งปูเนื้อ ปูไข่ และปูนิ่ม จึงมีความต้องการบริโภคทุกขนาดตั้งแต่ตัวขนาด 5-7 เซนติเมตร ประกอบกับพื้นที่ป่าชายเลนถูกทำลายไปมาก ทำให้มีปริมาณลดน้อยลง
Parasesarma plicatum (Latreille, 1806), ปูแสมก้ามส้ม, orange-claw marsh crab, Grapsidae.
พบอาศัยอยู่ในป่าชายเลน พื้นดิน และดินปนทราย ขุดรูตามริมตลิ่งน้ำท่วมไม่ถึงลักษณะคล้ายแฟลต มีขนาดเล็ก 4-5 เซนติเมตร กระดองสี่เหลี่ยม ลำตัวสีน้ำตาล ก้ามสีส้ม พบทั่วไปในพื้นที่ป่าชายเลน ช่วงเวลาน้ำลง
Metopograpsus latifrons (White, 1847), ปูแสมหินหน้ากว้าง ปูแสมก้ามม่วง, wide-faced grapsoid crab, Grapsidae.
พบบริเวณป่าชายเลนตามโคนไม้และรากแสมโกงกาง กระดองสี่เหลี่ยม ลำตัวและก้ามมีสีม่วง ขนาดประมาณ 6-8 เซนติเมตร นิยมนำมาทำปูเค็มและในธรรมชาติมีปริมาณน้อยลง
Uca sp., ปูก้ามดาบ, fiddler crab, Ocypodidae.
เป็นปูขนาดเล็ก 4-5 เซนติเมตร ตัวผู้จะมีก้ามขนาดใหญ่สีขาวข้างหนึ่ง ก้ามเล็กจะใช้หาอาหาร ส่วนก้ามใหญ่จะใช้ป้องกันตัวและใช้โบกเรียกตัวเมียในช่วงฤดูผสมพันธุ์ ลำตัวมีสีดำ มีลวดลายบนกระดอง ส่วนตัวเมียมีก้ามขนาดเล็ก 2 ข้าง ปูชนิดนี้พบทั่วไปในป่าชายเลนบริเวณทรายปนเลน เป็นปูที่มีบทบาทสำคัญในระบบนิเวศป่าชายเลน
Uca spinata Crane, ปูเปี้ยวก้ามยาว, long-finger fiddler crab, Ocypodidae.
เป็นปูที่มีขนาดใหญ่ 8-10 เซนติเมตร ตัวผู้มีก้ามสีเหลือง ลำตัวมีสีดำลายน้ำเงิน อาศัยอยู่บริเวณพื้นดินเลนอ่อนตามริมคลอง
Ocypode ceratophthalma (Pallas, 1872), ปูลมใหญ่, horned ghost crab, Ocypodidae.
ขุดรูอาศัยบริเวณชายหาดตอนบน น้ำท่วมไม่ถึง มีขนาดใหญ่ 7-10 เซนติเมตร ส่วนของตามีก้านยื่นยาว วิ่งได้เร็ว กินซากพืชซากสัตว์ และสัตว์ขนาดเล็กบริเวณชายหาดเป็นอาหาร ส่วนใหญ่จะออกหากินเวลากลางคืน
Ocypode sp., ปูลม, ghost crab, Ocypodidae.
ลักษณะคล้ายปูบก ขุดรูอาศัยในบริเวณป่าชายหาด ตาไม่มีก้านตายื่นยาว มีขนาดเล็ก 5-6 เซนติเมตร กระดองสี่เหลี่ยม มีสีเหลืองอ่อนและลายสีม่วงเข้ม ออกหากินในเวลากลางคืน
Miyakea nepa (Latreille, 1828), กั้งตั๊กแตนเขียว กั้งตั๊กแตนสามแถบ, three banded mantis shrimp, Squillidae.
อยู่ใน order Stomatopoda ลักษณะทั่วไปมีส่วนหัวเล็ก ขาคู่ที่สองมีขนาดใหญ่ ลักษณะคล้ายตั๊กแตนตำข้าว ส่วนท้องมีขนาดใหญ่ มีขาว่ายน้ำ เปลือกใสค่อนข้างแข็ง ส่วนหางตรงกลางเป็นแผ่นใหญ่ มีหนามแหลม แพนหางแยกเป็น 2 คู่ อาศัยตามปากแม่น้ำ ลำคลอง และริมชายทะเลที่มีพื้นทรายปนเลน เนื้อมีรสชาติดี มีราคาแพง เป็นสัตว์เศรษฐกิจอีกกลุ่มหนึ่ง


จัดทำโฮมเพจโดย : สำนักบริการคอมพิวเตอร์, 29 พฤศจิกายน 2543