การปฏิบัติสำหรับกรณีฉุกเฉิน

      1. ตั้งสติให้ได้ อย่าตกใจ

      2. ขอความช่วยเหลือ สายด่วนฮอทไลน์ ศูนย์สื่อสารสาธารณสุข "นเรนทร" 1669 หรือ 0-2951-0282 เหตุด่วนเหตุร้าย 191 หรือ 0-2246-1338-42 เพลิงไหม้ 199 หรือ 0-2246-0199 จส.100 0-2711-9150 หรือ 0-2711-9151-8 สวพ.91 1644 หรือ 0-2562-0033-5 หรือ 0-2941-0848 ร่วมด้วยช่วยกัน 1677 หรือ 0-2644-6996 กู้ภัยป่อเต๊กตึ๊ง 0-2226-4444-8 กู้ภัยร่วมกตัญญู 0-2751-0951-3 หน่วยแพทย์กู้ชีวิตวชิรพยาบาล 1554

      3. การปฐมพยาบาลเบื้องต้น

          ช่วยหายใจให้อากาศเข้าปอดสะดวก คลายเสื้อผ้าให้หลวม

          ห้ามเลือด

          นอนนิ่ง ๆ ห่มผ้า คอยสังเกตอาการ จับชีพจรเป็นระยะ

          ถ้ามีกระดูกหัก อย่าเคลื่อนย้าย

          ห้ามรับประทานสิ่งใด (ถ้าไฟลวกรุนแรงให้จิบน้ำคำเล็ก ๆ)

อุปกรณ์ปฐมพยาบาล

          สำลี

          ผ้ากอซแผ่นชนิดฆ่าเชื้อ ทำความสะอาด (แอลกอฮอล์)

          คีมสำหรับบ่งเสี้ยน

          ผ้าสามเหลี่ยม

          ผ้ากอซพันแผลขนาดต่าง ๆ เช่น 1 นิ้ว 2 นิ้ว 3 นิ้ว หรือ 4 นิ้ว

          กรรไกรขนาดกลาง

          เข็มกลัดซ่อนปลาย

          แก้วล้างตา

          พลาสเตอร์ม้วน หรือชิ้น

          ผ้ายืดพันแก้เคล็ด ขัดยอก (Elastic bandage)

          ผ้ากอซชุบพาราฟินสำหรับปิดแผลไฟไหม้

ยาที่ควรมีไว้ในตู้ยาประจำบ้าน

          ยาแก้ปวดลดไข้ เช่น ยาเม็ดพาราเซตามอล ขนาด 500 มิลลิกรัม

          ยาแก้แพ้ ลดน้ำมูก เช่น ยาเม็ดคลอเฟนนิรามีน 4 มิลลิกรัม และ 2 มิลลิกรัม

          ยาแก้ปวดท้อง ท้องอืด ท้องเฟ้อ เช่น ยาธาตุน้ำแดง ยาธาตุน้ำขาว โซดามิ้นท์ ขมิ้นชันแคปซูล

          ยาโรคกระเพาะ เช่น ยาเม็ดอลูมินาแมกนิเซีย ไตรซิลลิเคท ยาน้ำอัลมาเยล

          ยาแก้ท้องเสีย เช่น ยาน้ำเคาลินเปคติน ผงน้ำตาลเกลือแร่

          ยาใส่แผล เช่น ทิงเจอร์แผลสด ไอโปดีน

          ยาล้างตา โบริคโซลูชั่น

          ยาล้างแผล เช็ดแผล เช่น ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ แอลกอฮอล์เช็ดแผล

          ยาทาแก้แพ้ แก้คัน คาลาไมน์

          ยาทานวด เช่น ขี้ผึ้งปวดบวม ครีมระกำ GPO บาล์ม

          ยาแก้ไอผู้ใหญ่ เช่น ยาแก้ไอน้ำดำ ยาขับเสมหะ

          ยาแก้ไอเด็ก เช่น ยาแก้ไอขับเสมหะ ยาแก้ไอเด็กเล็ก

          ยาระบาย เช่น ยาระบายแมกนีเซีย ชามะขามแขก ยาเม็ดมะขามแขก

          ยาสูดดม เช่น เหล้าแอมโมเนีย

ความปลอดภัยสำหรับเด็ก

          อย่าปล่อยให้ทารก หรือเด็กอายุต่ำกว่า 5 ขวบ ไว้กับสิ่งใดที่อุดตันทางเดินหายใจได้ เช่น ถุงพลาสติก ให้เลือกของเล่นชิ้นใหญ่ ๆ ที่ใส่ปากไม่ได้

          อย่าใช้หมอนกับทารกอายุต่ำกว่า 1 ปี

          อย่าทิ้งทารกไว้กับขวดนม หรืออาหารตามลำพัง เพราะอาจสำลักได้

          ห้ามให้ถั่วลิสง น้อยหน่า มะขาม แก่เด็กอายุต่ำกว่า 3 ขวบ

          อย่าปล่อยให้เด็กทารกไว้บนเตียงกับคุณนาน ๆ เพราะอาจเผลอหลับทับเด็กได้

          อย่าปล่อยเด็กหรือทารกไว้บนที่ยกสูงตามลำพัง

          รถหัดเดินควรมีฐานและล้อที่แข็งแรง

          อย่าปล่อยเด็ก หรือทารกไว้บนเก้าอี้สูงโดยไม่มีเครื่องรัดตัว

          อย่าปล่อยให้เด็กสวมถุงหน้าเดินไป-มา

          อย่าวางแจกันแก้ว กาน้ำร้อนไว้บนโต๊ะเตี้ย หรือในระยะที่เด็กเอื้อมมือถึง

          หาที่ครอบปลั๊กไฟ และสอนไม่ให้เล่นปลั๊กไฟ พัดลม เมื่อเด็กเรียนรู้และสอนจุดอันตรายต่าง ๆ ให้เด็กทราบ

          ห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 5 ขวบ ข้ามถนนตามลำพัง ควรจูงมือเด็กที่อายุต่ำกว่า 5 ขวบ ข้ามถนนเสมอ

          อย่าถือของร้อน ถ้วยกาแฟร้อน ๆ เหนือศีรษะเด็ก

          บ้านที่มีเด็กในวัยหัดเดินเตาะแตะ ไม่ควรใช้ผ้าปูโต๊ะที่มีชายให้เด็กดึงได้

บาดเจ็บที่ตา

          หากกรดหรือด่างเข้าตา อย่าขยี้ตา ให้ล้างด้วยน้ำสะอาดมาก ๆ แล้วรีบพาไปพบแพทย์

          หากถูกของแหลมทิ่ม ให้นอนหลับตา ปิดตาด้วยผ้ากอซ หรือผ้าเช็ดหน้า อย่าขยับสายตาไปมา แล้วรีบพาไปพบแพทย์ทันที

          หากมีสิ่งแปลกปลอมเข้าตาขาว ขยี้ตาเบา ๆ กระพริบตา ล้างตา หรือเงยสายตาขึ้นด้านบน แล้วใช้มุมผ้าเช็ดหน้าเขี่ยผงออก ถ้าเขี่ยไม่ออกให้รีบพาไปพบแพทย์

          ถ้าถูกกระแทกที่ดวงตา ให้ประคบด้วยความเย็นทันที แล้วรีบพาไปพบแพทย์

กระดูกหัก

          ให้วางอวัยวะส่วนนั้น ๆ บนแผ่นไม้ หรือหนังสือหนา ๆ

          ใช้ผ้าพันยึดไม่ให้เคลื่อนไหว

          ถ้าเป็นปลายแขน หรือมือ ให้ใช้ผ้าคล้องคอ

เลือดออก

          ใช้นิ้วกดบาดแผลประมาณ 10 นาที หรือบีบเนื้อข้าง ๆ มาปิดแผล

          ใช้ผ้าหรือเน็คไทพันปิดบาดแผลไว้ อย่าให้แน่นจนชา

          แผลที่แขน หรือขา ให้ยกสูง ถ้าเลือดไหลไม่หยุดให้กดเส้นเลือดใหญ่ที่ไปเลี้ยงแขน หรือขา

ช็อค

          อาจมีสาเหตุมาจากโรคหัวใจกำเริบ เกิดการบาดเจ็บรุนแรง เลือดออกมาก ไฟไหม้น้ำร้อนลวก กระดูกหัก อาเจียน หรือท้องเสียรุนแรง

          จะมีอาการหนาวเย็น เหงื่อออก เวียนศีรษะ หายใจเร็วขึ้น ชีพจรเร็วแต่แผ่ว กลัวกระหาย

          การปฐมพยาบาลให้นอนราบ ถ้าเลือดออกห้ามเลือด ห่มผ้า คลายเสื้อผ้า อย่าเคลื่อนไหวผู้ป่วย ถ้าบาดเจ็บที่อก ท้อง ศีรษะ ให้หนุนศีรษะและบ่าให้สูงกว่าลำตัวเล็กน้อย คอยปลอบใจ ถ้ากระหายน้ำมาก ให้หยดน้ำที่ริมฝีปากนิด ๆ ห้ามรับประทานสิ่งใด ๆ

 

จัดทำโฮมเพจโดย : สำนักบริการคอมพิวเตอร์, 30 ธันวาคม 2548