ถ้าพูดถึง "กวาง" หลายท่านอาจจะนึกถึงสัตว์ที่มีเขาสวยงามที่หาดูได้ตามสวนสัตว์เท่านั้น แต่เราสามารถเลี้ยงกวางเป็นอาชีพได้ โดยใช้พื้นที่เพียงไม่กี่ตารางวาเท่านั้นเอง

      รศ.ดร.ชัยณรงค์ คันธพนิต รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม ผู้คร่ำหวอดในวงการการเลี้ยงกวางกว่าสองทศวรรษ ได้กล่าวถึงการเลี้ยงกวางในปัจจุบันว่า

      "ปัจจุบันการเลี้ยงกวางในประเทศไทยเริ่มมีแนวโน้มที่เพิ่มมากขึ้น เนื่องจากประชาชนหันมาบริโภคอาหารที่ปลอดภัย ซึ่งสนองต่อนโยบายของรัฐบาลในเรื่องของอาหารปลอดภัย ที่เกี่ยวข้องกับกวางคือ กวางเป็นสัตว์ที่โดนสารเคมีไม่ได้เลยคือ มันไวต่อสารเคมี ถ้าเจอปั๊บก็เป็นได้เรื่องทันที เพราะฉะนั้นการเลี้ยงกวางจึงถือว่าเป็นการผลิตอาหารปลอดภัยอย่างหนึ่งได้โดยธรรมชาติ"

      ปัจจุบันนี้ประเทศไทยมีเกษตรกรที่เลี้ยงกวางอยู่ประมาณ 100 ราย ซึ่งมีกวางอยู่ประมาณ 20,000 ตัว เป็นกวางชนิดต่าง ๆ ได้แก่ กวางม้า เนื้อทราย กวางดาว กวางแดง และอีกชนิดหนึ่งซึ่งมีการนำเข้าคือ กวางรูซ่า

      ที่ต้องนำกวางรูซ่าจากต่างประเทศเข้ามาเลี้ยงนั้น เพราะคนไทยมีความคุ้นเคยต่อการบริโภคเนื้อกวางมานานแล้ว โดยจะเห็นได้จากปริมาณกวางในป่าธรรมชาติที่เหลือน้อย เนื่องจากความนิยมในการบริโภคมีมาตั้งแต่บรรพบุรุษ

       รูปแบบการเลี้ยงกวางในประเทศไทยส่วนมากจะเลียนแบบมาจากการเลี้ยงกวางในประเทศนิวซีแลนด์ และออสเตรเลีย โดยทำเป็นฟาร์มขนาด 2-3 ไร่ ซึ่งมีกวางตั้งแต่ 50-100 ตัว หากต้องใช้พื้นที่มาก จะทำให้เกษตรกรหลายท่านเกิดปัญหาด้านการลงทุนในเรื่องพื้นที่สำหรับการเลี้ยง

      อาจารย์ชัยณรงค์ คันธพนิต ได้เสนอแนวคิดในการทำการวิจัยแก่สถาบันวิจัยและพัฒนาแห่ง มก. เพื่อให้ทำวิจัยด้านนี้ โดยเกษตรกรรายย่อยสามารถเลี้ยงกวางได้ในพื้นที่ครึ่งไร่ หรือ 1 ไร่ และสามารถผลิตเขากวางอ่อน และลูกพันธุ์กวางได้เท่าเทียมกับการใช้พื้นที่ขนาดใหญ่

      แนวคิดในการเลี้ยงกวางในคอกมาจากเกษตรกรมีพื้นที่น้อย มีทุนน้อย แต่จะสามารถผลิตกวางออกมาได้เหมือนกัน เพราะฉะนั้นจึงมีโจทย์ว่าจะทำอย่างไร จึงจะออกแบบให้สามารถเลี้ยงกวางได้ในพื้นที่ไม่กี่ตารางวา แต่สามารถให้ผลผลิตเหมือน ๆ กับฟาร์มที่มีขนาดใหญ่ได้ ซึ่งจะใช้ต้นทุนต่ำกว่าทั้งโรงเรือนและตัวกวางเอง โดยมีกวางเพียง 3-5 ตัวก็สามารถทำการเลี้ยงได้แล้ว

      กวางเป็นสัตว์ป่า ซึ่งมีนิสัยขี้ตื่นตกใจง่าย จึงจำเป็นต้องออกแบบสิ่งก่อสร้างที่ทำให้กวางสบายใจ จนในที่สุดก็คุ้นเคยกับสิ่งที่เราปลูกสร้างไว้ ซึ่งกวางจะอยู่ได้และให้ผลผลิตได้ตามที่เราต้องการ

      ผลการวิจัยพบว่า จะต้องทำการฝึกกวางให้มีความคุ้นเคยกับสภาพคอกที่แคบลง ทั้งนี้เพราะสัตว์เหล่านี้ถ้าได้รับการฝึกแล้ว จะมีความคุ้นเคยและสามารถปรับตัวได้ อีกกรณีหนึ่งคือ วิธีการทำคอกโดยต้องใช้แป๊บน้ำเหล็กแล้วต่อเชื่อมกันในแนวขวาง เพื่อให้กวางรู้สึกว่ามีสิ่งกีดขวาง โดยไม่ให้สามารถมองทะลุออกด้านนอกได้ และไม่รู้สึกอยากจะกระโจนออก ในทางตรงข้าม ถ้าเราทำตามแนวตั้ง กวางจะสามารถมองเห็นได้ทะลุตลอดแนว และสามารถเห็นได้ไกล กวางจึงกระโจนออกโดยคิดว่าไม่มีอะไรขวางอยู่ด้านหน้า

      ขนาดของคอกที่เลี้ยงกวางมีขนาดตั้งแต่กว้าง 3 เมตร ยาว 5 เมตร หรือถ้ามีพื้นที่มากกว่านี้ อาจจะทำคอกให้ใหญ่ขึ้นเป็นกว้าง 5 เมตร ยาว 10 เมตรก็ได้ โดยมีหลังคาและมีที่สำหรับใส่หญ้าและน้ำให้กวางกิน

      สำหรับวิธีการที่ไม่ทำให้กวางตื่นตกใจ ทำได้โดยเมื่อเราสร้างคอกเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก่อนที่จะเอากวางเข้ามาลงในคอก ให้เอาแสลนมาล้อมรอบคอกทั้งหมดเสียก่อนเพื่อพลางสายตา แล้วจึงนำกวางไปปล่อยไว้ จากนั้นประมาณ 2 อาทิตย์ ถึง 1 เดือน กวางจะคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อม เสียงและแสง จากนั้นจึงเริ่มเอาแสลนออกทีละด้าน จนในที่สุดก็เอาออกหมดทุกด้าน

      ส่วนการให้อาหารนั้นไม่มีอะไรมากคือ ทำเป็นกระบะสำหรับใส่หญ้า ซึ่งผู้เลี้ยงจำเป็นจะต้องทำการปลูกเอง เพราะการปลูกหญ้าจะทำให้รู้อายุการตัด รู้คุณค่าทางโภชนาการของหญ้าคือ ถ้าเราไปตัดหญ้าที่ขึ้นตามธรรมชาติ ส่วนมากจะเป็นหญ้าที่แก่ ไฟเบอร์สูง ประสิทธิภาพการย่อยหญ้าของกวางก็ลดลง ถ้าปลูกหญ้าเอง บำรุงดูแลอย่างดี ก็จะรู้ระยะเวลาในการตัดที่เหมาะสม ซึ่งจะมีประโยชน์กับตัวกวางมาก โดยหญ้าที่ปลูกจะเป็นหญ้าอะไรก็ได้ ยกเว้นหญ้าซิกเนล เพราะหญ้าชนิดนี้จะมีพยาธิบางตัว ซึ่งสามารถเข้าไปอยู่ในสายเลือดของกวาง และทำให้กวางเป็นโรคผิวหนังได้

      ในการเลี้ยงกวาง 1 คอก อาจมีตัวผู้ 1 ตัว ตัวเมีย 4 ตัว พออายุครบ 2 ปี ก็สามารถตัดเขากวางอ่อนได้ ส่วนตัวเมียเมื่อตกลูกมาจะแยกเลี้ยงให้โตขึ้น 1 ปี ก็สามารถขายเป็นพันธุ์กวางได้ นอกจากนี้ยังมีเรื่องของเนื้อกวาง ซึ่งจำเป็นจะต้องมีกวางจำนวนมาก ๆ ซึ่งจะต้องใช้เวลาในการพัฒนาและลงทุนมากกว่านี้

เขากวางอ่อนอบแห้ง

      รัฐบาลโดยท่านรองนายกรัฐมนตรี นายจาตุรนต์ ฉายแสง ได้เคยพูดคุยกับอาจารย์ นักวิชาการ พร้อมทั้งเกษตรกรผู้เลี้ยงกวาง ถึงแนวโน้มของการเลี้ยงกวางในประเทศไทย ซึ่งท่านอยากจะปฏิรูปผลิตผลทางการเกษตร และกวางก็เป็นสัตว์เศรษฐกิจชนิดหนึ่งที่ท่านอยากให้ทำ โดยต้องมีการนำเข้ากวางจำนวนมาก และกระจายออกสู่เกษตรกรได้เลี้ยงต่อไป ซึ่งหากปฏิบัติได้จริงเป้าหมายที่ตั้งไว้ว่าจะมีกวาง 100,000 ตัว ในประเทศไทยก็สามารถที่จะเป็นไปได้เช่นกัน และถ้าหากเป็นไปได้เช่นนี้แล้ว การพัฒนาเรื่องเนื้อกวาง เขากวาง และพันธุ์กวาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเป็นศูนย์กลางของการผลิตกวางในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จะเป็นไปได้อย่างแน่นอน เพราะความนิยมในการบริโภคเนื้อกวางที่แทบจะไม่มีไขมันเลย และมีรสชาติอร่อย เนื้อกวางที่มาจากฟาร์มทำให้ควบคุมอายุและคุณภาพได้ นอกจากนี้ยังได้เขากวางอ่อนที่มีคุณภาพ โดยมีประโยชน์ต่อผู้ที่เครียด และผู้มีอายุมาก ซึ่งจะได้รับแคลเซียมและฮอร์โมนเพิ่มขึ้น และช่วยให้สุขภาพแข็งแรงขึ้นด้วย

      อาจารย์ชัยณรงค์ คันธพนิต ได้เล่าประวัติความเป็นมาของการบริโภคเขากวางอ่อนไว้อย่างน่าสนใจว่า "เขากวางอ่อนเป็นสมุนไพรชนิดหนึ่ง ซึ่งคนจีนใช้กันมาเป็นพันปีมาแล้ว จะเห็นจากการที่ฮ่องเต้มีสนมเยอะ ก็มีความจำเป็นต้องบำรุงร่างกาย การบำรุงก็ต้องหาสิ่งที่ดีที่สุดในแผ่นดินมาให้ ในสมัยนั้นสิ่งที่ว่านี้ก็คือ เขากวางอ่อน"

      นั่นคือประวัติศาสตร์ที่เล่าสืบทอดกันมา แต่ปัจจุบันนี้ก็สามารถใช้เขากวางอ่อนเพื่อรักษาสุขภาพ และบำรุงร่างกายให้แข็งแรงได้เช่นกัน เมื่อกวางอายุ 2 ปี จะสามารถตัดเขากวางอ่อนมาใช้ได้ ซึ่งวิธีการตัด ก็สามารถตัดในคอก แต่ผู้เลี้ยงต้องทำการฝึกเหวี่ยงบ่วงบาศ เอาเข้าไปคล้องที่ขากวาง แล้วดึงให้กวางล้ม หลังจากนั้นจะใช้อุปกรณ์สำหรับเอาหน้ากวางใส่ลงไปและตัดเขาได้ ส่วนราคาเขากวางอ่อน 30 แคปซูล ประมาณ 800 บาท

      เลี้ยงไก่ก็มีปัญหาไข้หวัดนก เลี้ยงหมูก็มีสารเร่งเนื้อแดง เพราะฉะนั้น การเลี้ยงกวาง จึงเป็นอีกทางเลือกที่ดีในปัจจุบันสำหรับเกษตรกรไทย สามารถติดต่อกับอาจารย์ชัยณรงค์ ได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 0-34-282-306    

 

จัดทำโฮมเพจโดย : สำนักบริการคอมพิวเตอร์, 31 สิงหาคม 2548