หอย ทากทะเลและลิ่นทะเล

วัทนา อยู่สุข

หอย (Sea shells) ทากทะเล (nudi-branchs) และลิ่นทะเล (chitons) เป็นสัตว์ที่พบเห็นได้ง่ายตามแหล่งอาศัยชายฝั่งทั่วไป เนื่องจากสมาชิกส่วนใหญ่มีขนาดมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า สัตว์ทั้ง 3 กลุ่มเป็นสมาชิกในไฟล้มมอลลัสกา (phylum Mollusca) โดย หอยสองฝาหรือหอยกาบคู่ (bivalves) อยู่ใน class Bivalvia หอยฝาเดี่ยวหรือหอยกาบเดี่ยว (gastropods) และทากทะเลอยู่ใน class Gastropoda และลิ่นทะเลหรือที่เรียกว่า หอยแปดเกล็ด อยู่ใน class Polyplacophora
ในบรรดาสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง ในบริเวณอุทยานทรัพยากรชายฝั่งอันดามันเฉลิมพระเกียรติ กล่าวได้ว่าหอยและสัตว์จำพวกหอย เป็นกลุ่มสัตว์ที่พบเห็นได้ง่าย เนื่องจากมีขนาดใหญ่และมีความสามารถในการปรับตัวให้ดำรงชีพอยู่ได้ในทุกระบบนิเวศ
ฝั่งทะเลอันดามันของจังหวัดระนองมีลักษณะเว้าแหว่งมีชายหาดแคบและลาดชัน มีผลให้ทะเลลึกอยู่ไม่ห่างจากฝั่งมากนัก ในท้องทะเล บริเวณนี้มีหอยหลายชนิดที่อาศัยอยู่ตั้งแต่ชายฝั่งลงไปถึงท้องทะเลลึก หอยเต้าปูนอมาดิส Conus amadis (Gmelin, 1791) ซึ่งเป็นที่นิยมของนักสะสมเปลือกหอยเป็นชนิดหนึ่งที่ได้พบในการศึกษาครั้งนี้ นอกจากนี้เมื่อปี พ.ศ. 2521 A.J. da Motta ได้รายงานการพบหอยเต้าปูนที่ติดมากับอวนลากที่ลากบริเวณนอกฝั่งจังหวัดระนองที่ระดับความลึก 40-80 ฟาทอม ได้วิเคราะห์ ว่าเป็นชนิดใหม่และตั้งชื่อว่าหอยเต้าปูนระนอง Conus ranonganus da Motta. 1978 ตัวอย่างที่ใช้ในการตั้งชื่อเก็บรักษาอยู่ที่ พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา ประเทศฝรั่งเศส
ชายหาดส่วนที่ติดกับแผ่นดิน ลักษณะเป็นทรายละเอียดปนโคลน เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของหอยที่ซ่อนตัวอยู่ใต้พื้นและกินพวกอินทรีย์สาร พบหอยงาช้าง 2 ชนิดในสกุล Dentalium หอยเจดีย์หรือหอยหลักไก่ (ชื่อท้องถิ่น) Turritella terebra (Linne, 1758) ในช่วง น้ำลงมีผู้มาขุดไปประกอบอาหาร นอกจากนี้พบหอยเวียนหรือหอยขวัญ Architectonica perspectiva (Linne, 1758)
ป่าชายเลนเขตต่อระหว่างแผ่นดินและทะเล เป็นบริเวณที่มีพันธุ์ไม้หลายชนิด และระดับน้ำทะเลท่วมถึงในช่วงที่น้ำทะเลขึ้นสูงสุด สภาพพื้นเป็นโคนหรือเลน หอยที่อาศัยในบริเวณนี้บางชนิดอยู่ตามพื้น เช่น หอยขี้กา Telescopium telescopium Linne, 1758 หอยหลายชนิดอยู่ตามราก ลำต้น กิ่ง ก้าน และใบของต้นไม้ พวกหอยกาบเดี่ยว ได้แก่ Littoraria scabra (Linne, 1758) หอยจุ๊บแจง Cerithidea obtusa Lamarck, 1822 และหอยชนิด Cassidula aurisfelis Bruguiere, 1789
ทากที่พบเสมอในป่าชายเลนเป็นสกุล Onchidium หอยกาบคู่หลายชนิดมักจะยึดติดกับราก หรือลำต้นของต้นไม้ เช่น หอยนางรม Saccostrea forskalii (Chemnitz, 1758) และ Striostrea (Parastriostrea) mytiloides (Lamarck, 1819) และหอยชนิด Enigmonia aenigmatica (Holten, 1803) พบติดแน่นตามลำต้น
95- Cryptoplax Iarvaeformis (Quoy & Gaimard, 1835) ลิ่นทะเล slender chiton Acanthochitonidae
ลิ่นทะเลจัดเป็นสัตว์จำพวกหอยมีหลายชนิด ชนิดนี้เป็นชนิดที่มีลำตัวยาว แผ่นเกล็ดหรือเปลือกมีขนาดเล็ก ติดอยู่กลางหลังของตัว พบที่เกาะกำนุ้ย

95- Cryptoplax Iarvaeformis
ลิ่นทะเล slender chiton
96- Architectonica perspectiva Linne, 1758 หอยขวัญ clear sundial Architectonicidae
หอยที่มีเปลือกสวยงาม อยู่ในเขตน้ำตื้นที่พื้นทะเลเป็นทราย หรือทรายปนโคลน พบที่หาดประพาส

96- Architectonica perspectiva
หอยขวัญ clear sundial
97- Conus amadis Gmelin 1791 หอยเต้าปูนอมาดิส amadis cone Conidae
เปลือกเป็นสีน้ำตาล มีแต้มสีขาว เป็นที่นิยมของนักสะสมเปลือกหอย พบในทะเลอันดามันนอกฝั่งทะเลจังหวัดระนองและภูเก็ต

97- Conus amadis หอยเต้าปูนอมาดิส
amadis cone Conidae
98- Conus ranonganus da Motta, 1978
- หอยเต้าปูนระนอง Ranong cone
- Conidae
หอยเต้าปูนที่หายากชนิดหนึ่ง พบในทะเลอันดามัน ชื่อชนิดตั้งตามสถานที่ ๆ พบหอยชนิดนี้เป็นตัวแรก คือนอกฝั่งทะเลจังหวัดระนอง

98- Conus ranonganus
หอยเต้าปูนระนอง Ranong cone
99- Littoraria scabra (Linne, 1758) หอยเพอริวิงเคิล periwinkle Littorinidae
หอยขนาดเล็ก พบตามต้นไม้ในป่าชายเลนสองฝั่งคลองกำพวน มีความสำคัญในระบบนิเวศป่าชายเลน

99- Littoraria scabra
หอยเพอริวิงเคิล periwinkle
100- Pugilina cochlidium (Linne, 1758)
หอยโมฬี spiral melongena Melonginidae
เปลือกสีน้ำตาลเข้ม ตีนหอนมีสีแดง อาศัยในเขตน้ำตื้น พื้นทะเลเป็นทรายปนโคลน พบที่อ่าวเขาควาย เกาะกำตก

100- Pugilina cochlidium
หอยโมฬี spiral melongena
101- Cerithidea obtusa (Lamarck, 1819) หอยจุ๊บแจง horn snail Potamididae
หอยอีกชนิดหนึ่งในป่าชายเลน พบตามรากและลำต้นของไม้ป่าชายเลน เปลือกมีสีเทาตีสีแดงนำไปประกอบอาหารได้หลายประเภท

101- Cerithidea obtusa
หอยจุ๊บแจง horn snail
102- Telescopium telescopium Linne, 1758 หอยขี้กา telescope snail Potamididae
หอยขนาดใหญ่ เปลือกเป็นรูปกรวยคว่ำ ฐานแบน ส่วนปลายแหลม มีวงเกลียวหลายวงสีน้ำตาลเข้มหรือสีดำ ตีนหอยมีสีแดง อยู่ตามพื้น ทะเลที่เป็นโคลน

102- Telescopium telescopium
หอยขี้กา telescope snail
103- Elysia ornata (Swainson, 1840) ทากปีกเขียว Elysiidae
ทากทะเลปีกเขียว อาศัยกับสาหร่ายสีเขียวสกุล Bryopsis ในเขตน้ำตื้น 5-10 เมตร กินสาหร่ายเป็นอาหาร เก็บคลอโรฟิลล์ ไว้ที่ปีกด้านบน เพื่อใช้คลอโรฟิลล์ในการสังเคราะห์แสง เพื่อให้พลังงานแก่ทากนอกเหนือไปจากอาหารที่ได้รับจากสาหร่าย พบเพียง 1 ตัวอย่าง ที่เกาะไข่ใหญ่เป็นรายงานแรกของประเทศไทย

103- Elysia ornata ทากปีกเขียว
104- Glossodoris atromarginata ทากเปลือยขอบย่นขาว black-margined glossodoris Chromodorididae
ทากเปลือกขอบย่นที่พบในทะเลไทยมีอยู่ 4-5 ชนิด ชนิดนี้จัดว่าพบได้บ่อยทางฝั่งอันดามันไม่มีรายงานในอ่าวไทย มักอยู่ตามปะการัง ตายที่ระดับความลึก 15-20 เมตร อาศัยเป็นกลุ่ม 3-4 ตัว ลักษณะเด่นคือเนื้อเยื่อข้างลำตัวเป็นรอยย่น มีสีขาวขุ่น ภาพถ่ายจากเกาะร่ม เป็นทากเปลือยขอบย่นกำลังจับกลุ่มเพื่อผสมพันธุ์

104- Glossodoris atromarginata
ทากเปลือยขอบย่นขาว
black-margined glossodoris
105- Risbecia pulchella ทากเปลือยขาวจุดส้ม Chromodorididae
ทากเปลือยขาวจุดส้มพบได้ทั่วทะเลไทยฝั่งอันดามัน มักพบอยู่ 2 ตัวขึ้นไป มีสีสันสะดุดตา เพื่อแสดงให้เห็นว่ามีสารพิษในเนื้อเยื่อ สำรวจพบทากชนิดนี้ที่เกาะร่ม ที่ระดับความลึก 15 เมตร

105- Risbecia pulchella
ทากเปลือยขาวจุดส้ม
106- Flabellina rubrolineata (O Donoghue, 1929)
ทากหนามชมพู red-lined flabellina Flabellinidae
ทากหนามชมพูเป็นทากหนามพบได้บ่อยที่สุด ชนิดหนึ่งของทะเลไทย ลักษณะเด่นของทากทะเลกลุ่มนี้อยู่ที่หนามที่ชี้ขึ้นตรงกลางหลัง ภายในหนามจะมีเข็มพิษ nematocyst ทากหนามได้เข็มพิษเหล่านี้จากอาหารที่กินเข้าไป เช่น ดอกไม้ทะเล ไฮดรอยด์ ทากหนาม จะนำมาเก็บไว้กลางหลัง เพื่อใช้ป้องกันตัว

106- Flabellina rubrolineata
ทากหนามชมพู red-lined flabellina
107- Striostrea (Parastiostrea) mytiloides (Lamarck, 1819) หอยนางรม oyster Ostreidae
หอยนางรมชนิดนี้พบเฉพาะในบริเวณน้ำกร่อยและป่าชายเลน ยึดติดกับรากและลำต้นของไม้ในป่าชายเลน

107- Striostrea (Parastiostrea) mytiloides หอยนางรม oyster
108- Bactronophorus thoracites (Gould, 1786) เพรียงเรือ shipworm Teredinidae
หอยกาบคู่ที่มีลำตัวกลมยาว คล้ายหนอนมีเปลือกคลุมเฉพาะส่วนหัว เจาะไชเข้าไปอาศัยอยู่ในไม้ที่แช่น้ำ ทำให้ไม้มีอายุการใช้งาน น้อยลง

108- Bactronophorus thoracites
เพรียงเรือ shipworm

จัดทำโฮมเพจโดย : สำนักบริการคอมพิวเตอร์, 2 เมษายน 2544