| เทคโนโลยีระบบเปิด กรณีศึกษานนทรีเน็ตทุกวันนี้ได้ยินได้ฟังคำว่า "โลกาภิวัตน์" และ "เทคโนโลยีสารสนเทศ" กันจนคุ้นหู รัฐบาลได้กำหนดให้ปี พ.ศ. 2538 เป็นปีแห่งเทคโนโลยีสารสนเทศ มีการรณรงค์ให้หน่วยงานของรัฐบาลเร่งรัดปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงาน การ ใช้ข้อมูลข่าวสารเพื่องานบริการ โดยใช้คำขวัญว่า "สู่ความเสมอภาคและเท่าเทียม โดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ" รัฐบาลกำหนดมาตรการลดกำลังคนในภาครัฐบาล และให้กำลังคนในภาครัฐได้เรียนรู้เทคโนโลยีสารสนเทศ ถึงกับกำหนดให้ผู้ที่จะ เลื่อนระดับจากระดับ 5 ไปเป็นระดับ 6 (ผู้บริหารระดับกลาง) ได้ จะต้องผ่าน การทดสอบและเรียนรู้การใช้คอมพิวเตอร์มาตรการส่วนนี้ยังเน้นให้ผู้บริหารทุกระดับ ได้ตื่นตัวในการใช้ข้อมูลข่าวสาร พัฒนาการทางด้านการใช้คอมพิเตอร์ในมหาวิทยาลัยเปลี่ยนแปลงไปมาก นโยบายการเรียนการสอนของมหาวิทยาลัยมีความต้องการให้นิสิตทุกคนได้ผ่าน การเรียนรู้คอมพิวเตอร์อย่างน้อยในระดับพื้นฐาน นิสิตทุกคนคงใช้งานเวิร์ด โปรเซสเซอร์เพื่อพิมพ์รายงานพิมพ์เอกสารข้อความต่างๆ ได้ ใช้ตาราง คำนวณ (spread sheet) ในการคำนวณตัวเลขง่ายๆ ได้นอกจากนี้ควรมีความสามารถ ในการใช้ประโยชน์จากระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ในเรื่องการสื่อสารข้อมูล เช่น การใช้ Email เป็นต้น มหาวิทยาลัยจึงได้ลงทุนในการสร้างโครงสร้างพื้นฐานทางด้านคอมพิว เตอร์และเครือข่ายเพื่อสนับสนุนการเรียนการสอน แต่เนื่องจากหน่วยงานของ มหาวิทยาลัยเป็นองค์กรขนาดใหญ่ การดำเนินการในเรื่องการจัดซื้อคอมพิวเตอร์ จึงขึ้นอยู่กับหน่วยงานย่อย ทำให้การใช้คอมพิวเตอร์ในส่วนต่าง ๆ ขององค์กรมี ลักษณะหลากหลายยี่ห้อ หลากหลายแบบและรุ่น การใช้คอมพิวเตอร์ของ มหาวิทยาลัยจึงมีลักษณะกระจาย ครั้นเมื่อเทคโนโลยีเครือข่ายเจริญก้าวหน้า ความจำเป็นในการเพิ่มขีด ความสามารถต่างๆ ของระบบคอมพิวเตอร์แต่ละระบบที่เชื่อมโยงกันก็มีมากขึ้น การเชื่อมโยงระบบ LAN ภายในและการเชื่อมระหว่าง LAN มีความจำเป็น จนในที่ สุดผลที่ได้ก็จะเป็นระบบเครือข่ายขององค์กร เทคโนโลยีระบบเปิดเป็นสิ่งที่องค์กร ส่วนใหญ่ให้ความสำคัญ
กรณีศึกษาการประยุกต์ เทคโนโลยีระบบเปิดมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เป็นมหาวิทยาลัยขนาดใหญ่ ปัจจุบันมี 3 วิทยาเขตคือ วิทยาเขตบางเขน อยู่ที่กรุงเทพมหานคร วิทยาเขตกำแพงแสน อยู่ทาง ทิศตะวันตกของกรุงเทพ เป็นระยะทางประมาณ 86 กิโลเมตรและวิทยาเขตศรีราชา อยู่ทางทิศตะวันออกของกรุงเทพเป็นระยะทางประมาณ 120 กิโลเมตรปัจจุบันที่วิทยาเขตบางเขนมีนิสิตประมาณ 18,000 คน ส่วนกำแพงแสนมี ประมาณ 1,500 คน มีการแบ่งการเรียนการสอนเป็น 12 คณะ มีสถาบันที่เกี่ยวกับ การวิจัย 4 สถาบัน นอกจากนี้ยังมีสำนักที่ดำเนินการทางด้านบริการอีก 4 สำนัก พื้นที่ของวิทยาเขตบางเขนมี 880 ไร่ ที่กำแพงแสนมี 7,700 ไร่ สำหรับวิทยาเขตศรี ราชามีพื้นที่ประมาณ 150 ไร่ และจะเปิดรับนิสิตในปีการศึกษา 2538 มหาวิทยาลัยเริ่มก่อตั้งศูนย์คอมพิวเตอร์กลางตั้งแต่ปี พ.ศ. 2518 และได้ ติดตั้งคอมพิวเตอร์เครื่องแรกคือ CYBER 18/80 ศูนย์คอมพิวเตอร์กลาง ของมหาวิทยาลัยได้พัฒนามาเป็นลำดับ จนปัจจุบันกลายเป็นสำนักบริการ คอมพิวเตอร์ (Office of University Computer Services) การใช้งานไมโครคอมพิเตอร์ในมหาวิทยาลัยเริ่มขึ้นในตอนต้นศตวรรษที่ 1980 และได้ขยายตัวอย่างรวดเร็ว คณะและหน่วยงานต่าง ๆ ได้จัดหาไมโคร คอมพิวเตอร์ไว้ใช้เพื่อการเรียนการสอนมีการใช้ไมโครคอมพิวเตอร์ในระดับต่าง ๆ มากขึ้น หลังจากนั้นเริ่มมีการใช้งาน PC LAN ตามหน่วยงานย่อยและส่วนที่ให้ บริการนิสิต พร้อมกับคณะทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีได้จัดหาสถานีงาน วิศวกรรมมาใช้งาน การใช้งานในลักษณะ LAN วงเล็ก ๆ และไฟล์เซอร์ฟเวอร์ได้เริ่ม กระจัดกระจายและแพร่หลายทั้งในระดับสถานียูนิกซ์และระดับ PC LAN เครือข่ายนนทรีเน็ตได้เริ่มดำเนินการในปี พ.ศ. 2534 และใช้งานอย่างเป็น ทางการในปี พ.ศ. 2535 เครือข่ายนนทรีเป็นเครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมโยง ทรัพยากรต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัย เป็นเครือข่ายแบบเปิดที่มีหลากหลายยี่ห้อ (Multivendor Connectivity) และมีการใชหลายโปรโตคอล (Multi Protocal) การขยายขอบเขตของเครือข่ายนนทรีเน็ตเป็นไปอย่างรวดเร็ว การดำเนิน การตามเป้าหมายต้องการเชื่อมโยงทุกหน่วยงานภายในมหาวิทยาลัยเข้าด้วยกัน และเชื่อมโยงกันหน่วยงานภายนอกการออกแบบและวางระบบเครือข่ายเน้นรูปแบบ การใช้เทคโนโลยีระบบเปิดที่ขยายได้อย่างไม่มีขอบเขตจำกัด
จุดมุ่งหมายของเครือข่ายนนทรีเน็ตการวางแผนและออกแบบระบบเครือข่ายนนทรีเน็ต ตลอดจนการดำเนิน การมีจุดมุ่งหมายดังนี้
การวางแผนและออกแบบระบบเครือข่ายการดำเนินงานของการสร้างเครือข่ายขนาดใหญ่เน้นการให้บริการภายใน องค์กรโดยจัดหาทรัพยากรคอมพิวเตอร์กลางให้ตอบสนองความต้องการแก่มวล ประชากรทั้งหมดของมหาวิทยาลัย ซึ่งมีหน้าที่บริการกลางหลายอย่าง ได้แก่
ทรัพยากรที่ใช้งานภายในวิทยาเขตบางเขนมีศูนย์การบริการคอมพิวเตอร์กลาง ซึ่งประกอบ ด้วยทรัพยากรที่เอื้ออำนวยด้านคอมพิวเตอร์ เช่น PRIME 9955 II, SUN server 2000E, SUN System 1000,SUN server 630 MP, IBM RISC 600/520 มีเวอร์กสเตชันกว่า 20 เครื่องและพีซีบนเครือข่ายจำนวนมาก ฯลฯ มีโปรแกรมสำเร็จ รูปให้ใช้งานหลายโปรแกรม เช่น SPSS-X, SAS, ORACLE, GIS ฯลฯ ตัวแปรภาษา ต่าง ๆ นอกจากนี้ตามคณะต่าง ๆ มีคอมพิวเตอร์หลักหลายระบบ เช่น คณะวิศวกรรมศาสตร์ มีเครื่องหลักเป็น SUN Server 670, IBM RISC 600/520 และสถานีวิศวกรรมอยู่เป็นจำนวนมาก คณะวิทยาศาสตร์มีระบบคอมพิวเตอร์ SUN Server 630 ห้องสมุดกลางมียูนิกซ์เซอร์ฟเวอร์ หน่วยงานในมหาวิทยาลัยใน ระดับคณะอีกหลายหน่วยงานมีเซอร์ฟเวอร์ขนาดใหญ่ที่ทำงานของตนเองอยู่ ฯลฯสำหรับการใช้ PC มีการสร้างระบบ LAN ที่ใช้เน็ตแวร์และใช้งานเฉพาะ การสร้างระบบเครือข่ายนนทรีเน็ตจึงต้องคำนึงถึงหลักการในการเชื่อมโยงเครือข่าย และทรัพยากรเหล่านี้เข้าด้วยกัน โดยพิจารณาจาก อุปกรณ์สถานีงานพีซี ภายในมหาวิทยาลัยมีการใช้ PC เป็นจำนวนมาก และแพร่หลายไปยังหน่วยงานย่อย ทุกหน่วยงานที่มี PC ใช้งานของเครือข่ายจึงมุ่ง ประเด็นไปให้ PC ที่ใช้งานอยู่สามารถต่อเข้ากับระบบเครือข่ายได้ การต่อเข้ากับ เครือข่ายทำได้ทั้งที่เป็นเทอร์มินัลต่อเข้ากับเครื่องหลัก หรือใช้ในลักษณะอิสระ ที่เป็นระบบงานของตนเอง การใช้เป็นเทอร์มินัลต่อกับเครื่องหลัก เนื่องจากหลายหน่วยงานต้องการ ใช้งานในระบบออนไลน์ เช่น งานบริหารของมหาวิทยาลัย งานระบบข้อมูลข่าวสาร ของนิสิต การเรียกใช้ข้อมูลข่าวสารผ่านเครือข่ายไปยังเครื่องหลักที่เก็บฐานข้อมูลใน ระยะไกลเป็นเรื่องจำเป็น การโอนย้ายข้อมูลระหว่างเครื่อง การที่หน่วยงานภายในมีเครื่องหลัก หลายตัว ทั้งระดับมินิคอมพิวเตอร์ เซอร์ฟเวอร์ พีซีเซอร์ฟเวอร์ การแลกเปลี่ยนโอน ย้ายแฟ้มข้อมูลเพื่อใช้งานระหว่างกันเป็นเรื่องจำเป็น นอกจากนี้การเชื่อมโยง ระหว่างมหาวิทยาลัย และในส่วน Internet Community ทำให้การแลกเปลี่ยนโอน ย้ายไฟล์เป็นไปอย่างกว้างขวาง การเชื่อมโยงระหว่างบุคคล งานของมหาวิทยาลัยประกอบด้วยงานทาง วิชาการและงานวิจัยที่จำเป็นต้องติดต่อระหว่างนักวิจัยด้วยกันทั้งภายในและภาย นอกมหาวิทยาลัย อีเมล์เป็นวิธีหนึ่งที่นักวิจัยและคณาจารย์ของมหาวิทยาลัยเห็น คุณค่าและเป็นประโยชน์ต่อการใช้งานอย่างมาก การเชื่อมโยงอีเมล์จึงต้องเป็นไป ตามมาตรฐานสากลเพื่อสื่อสารถึงกันได้ทั่วโลก
การใช้ประโยชน์จากเครือข่ายการใช้งานเครือข่ายนนทรีมีผู้ใช้หลายประเภท ประกอบด้วยสถารีวิจัยและหน่วยงานวิจัย นักวิจัยและคณาจารย์ตามห้องปฏิบัติการ วิจัยต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัยใช้ในการเชื่อมโยงข้อมูลข่าวสารใช้ในเรื่องการค้นหาข้อ มูล ใฃ้อีเมล์ ตลอดจนการใช้ทรัพยากรจากเครื่องต่าง ๆ งานประมวลผลทางวิทยาศาสตร์ งานด้านการผลิตเอกสาร โดยใช้ ทรัพยากรที่มีให้ในเครือข่าย การส่งเอกสารสิ่งพิมพ์ไปยังปลายทางที่ต้องการ งานบริการห้องสมุด เป็นงานบริการของห้องสมุด โดยสามารถค้นหาข้อ มูลรายชื่อหนังสือผ่านเครือข่าย งานบริหาร ผู้ใช้กลุ่มนี้ดำเนินการเกี่ยวกับข้อมูลข่าวสาร โดยตรง ของมหาวิทยาลัยข้อมูลทางด้านการดำเนินการต่าง ๆ ข้อมูลการเรียนการสอนของ นิสิต ข้อมูลการเงิน งานบริการวิชาการ เป็นงานบริการให้นิสิตมาใช้ทรัพยากรต่าง ๆที่ทาง ศูนย์คอมพิวเตอร์จัดให้ มีห้องจอภาพเพื่อให้บริการด้านการเรียนการสอน
แนวทางในการวางแผน เครือข่ายนนทรี ด้วยเทคโนโลยีระบบเปิดการวางแผนเครือข่ายได้ดำเนินการและพิจารณาให้เป็นเครือข่ายแบบการ เชื่อมโยงระบบเปิดแบบหลากหลายยี่ห้อ (Multivendor Connectivity) ทั้งนี้เพราะมี ทรัพยากรหลักของมหาวิทยาลัยและหน่วยงานต่าง ๆ ได้ดำเนินไปมากแล้ว และ ยากที่จะดำเนินการให้เป็นแบบเดียวกันได้ ประจวบกับความต้องการของหน่วยงาน ต่าง ๆ มีความหลากหลายแตกต่างกันข้อคำนึงถึงการเชื่อมโยงแบบเครือข่ายระบบเปิดในองค์กรประกอบด้วย โปรโตคอล มีแนวทางการวางแผนไปในแนวทางที่ใช้เทคโนโลยีระบบเปิด แต่ก็คำนึงถึงผู้ใช้และการเชื่อมโยงเข้ากับเครือข่ายอื่นๆ สำหรับเครือข่ายนนทรี เน็ตได้วางแผนให้เป็นเครือข่ายที่ใช้งานได้หลายโปรโตคอลในระยะแรกใช้ TCP/IP เป็นโปรโตคอลหลักและสามารถใช้ IPX หรือวินโดวส์เอ็นทีบนเครือข่ายเดียวกันนี้ได้ การเชื่อมโยงเครือข่ายพีซีแบบ IPX นี้เน้นการทำงานแบบเวอร์กกรุ๊ปและการทำงาน ในกลุ่มเล็กร่วมอยู่ได้ คอมพิวเตอร์ของผู้ใช้ เพื่อให้ตอบสนองผู้ใช้งานได้หลากหลายเครือข่ายที่ วางไว้ต้องสนับสนุนการใช้งานในหลายรูปแบบ เช่น
การใช้หลายโปรโตคอลบนเครือข่ายการทำงานภายในองค์กรมีการใช้เครือข่ายหลากหลายรูปแบบ วิธีการที่จะ ทำให้การทำงานของระบบเอื้ออำนวยต่อผู้ใช้ในรูปแบบหลากหลายโปรโตคอล โดย เฉพาะผู้ใช้คอมพิวเตอร์อาจต้องการใช้พีซีเป็นเทอร์มินัล พีซีเป็น X เทอร์มินัล พีซีเป็นเวอร์กสเตชันของระบบแลน เน็ตแวร์ หรือจะใช้พีซีในลักษณะเชื่อมต่อให้ เป็นตัวอิเล็กทรอนิกส์บราวเซอร์เพื่ออ่าน WWW ด้วย Netscape บนวินโดวส์ การ วางหลายโปรโตคอลบนเครือข่ายทำได้อย่างดี
รูปที่ 1 แสดงการใช้เน็ตแวร์กับ TCP/IP ร่วมกันบนเครือข่ายระบบเปิดที่มี โปรโตคอล TCP/IP และIPX ทำงานร่วมกันอยู่บนตัวกลางเครือข่ายเดียวกัน การทำงานของผู้ใช้ส่วนใหญ่เมื่ออยู่บนพีซีมักใช้ PC DOS, MS DOS หรือวินโดวส์การทำงานบนดอสหรือวินโดวส์เรียกเข้าหาเซอร์ฟเวอร์ที่เป็นยูนิกซ์ มี โปรแกรมที่พัฒนาใช้บนอินเทอร์เน็ตอยู่มาก เช่น โปรแกรมกลุ่มของห้องปฏิบัติการ NCSA ของมหาวิทยาลัยอิลินอย โปรแกรมกลุ่มวินโดวส์อีกหลายโปรแกรมที่ใช้งาน บนเครือข่ายได้ดี องค์กรของมหาวิทยาลัยจึงได้ประโยชน์จากซอฟต์แวร์เหล่า นี้อย่างมากมาย การวางรูปแบบของซอฟต์แวร์ที่ใช้จะต้องมีการติดตั้ง TCP/IP ลงบน วินโดวส์หรือดอสเพื่อเรียกต่อไปยังเครือข่าย TCP/IP และทำงานร่วมกับเครื่อง ที่ทำงาน TCP/IP ได้ทั่วโลก
การเชื่อมเครือข่ายย่อย ๆ เข้าด้วยกันรูปที่ 2 แนวคิดกาคเชื่ยมโยงเครือข่ายหลายโปรโตคอล หลายเครือข่าย การใช้ LAN แพร่หลายมากขึ้นในองค์กรของหน่วยงานในมหาวิทยาลัยมี LAN ที่ทำงานด้วยโอเอส วินโดวส์เอ็นที และเน็ตแวร์อยู่กระจัดกระจายทั่วไป การ เชื่อมโยงเครือข่ายเข้าด้วยกันในรูปแบบหลากหลายโอเอสที่สำคัญคือ ยูนิกซ์ เช่น LINUX, SCO, SOLARIS ฯลฯ การสร้างเครือข่ายจึงต้องคำนึงถึงสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เป็นสำคัญ
การวางระบบรักษาความปลอดภัยระบบป้องกัน การรักษาความปลอดภัยในระบบเครือข่ายเป็นเรื่องสำคัญ การกำหนดระบบป้องกันในองค์กรจำเป็นต้องให้ความสำคัญ ในที่นี้มีการวาง restrict shell เพื่อให้ผู้ใช้แต่ละรายมีขอบเขตการใช้งานที่แตกต่างกัน นอก จากนี้จำเป็นต้องวางระดับเส้นทางให้ผู้ใช้แต่ละรายวิ่งเข้าหาเครือข่ายในเส้น ทางที่แตกต่างกันตามข้อตกลงที่วางไว้การบริหารระบบ เมื่อมีเครื่องจำนวนมาก ผู้ใช้จำนวนมาก การจัดการ ระบบ (System Administration) จะยุ่งยากตามมา การดำเนินการในเรื่อง นี้จะต้องให้ความสำคัญ เพื่อให้ผู้ใช้แต่ละรายมีบัญชีของตนเองเพียงที่เดียวแต่ สามารถตกลงกับผู้บริหารระบบเพื่อเข้าถึงทรัพยากรต่าง ๆ ตามที่กำหนดไว้ได้โดย ที่ไม่มีข้อยุ่งยากในเรื่องการใช้งาน การจัดการเครือข่าย เนื่องจากเครือข่ายในมหาวิทยาลัยเป็นเครือข่าย ขนาดใหญ่ มีเครือข่ายย่อยประกอบอยู่จำนวนมาก การจัดการเครือข่ายเพื่อเฝ้ามอง และตรวจสอบปัญหาจึงเป็นเรื่องสำคัญ เพื่อจะบริหารเครือข่ายให้ใช้งานได้เต็มที่ การลงทุน การสร้างเครือข่ายขนาดใหญ่จำเป็นจะต้องใช้เงินลงทุนสูง การพิจารณาเทคโนโลยีในแง่ค่าใช้จ่าย ผลตอบแทน และความเหมาะสมทางด้าน เทคโนโลยีเป็นเรื่องจำเป็น นอกจากนี้การดำเนินการเครือข่ายต้องใช้ระยะเวลา นาน การแบ่งเป็นระยะการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีมีอยู่ตลอดเวลา แนวคิดใน เรื่องการใช้เทคโนโลยีกับการลงทุนจึงเป็นตัวประกอบสำคัญ การทำการปรับเปลี่ยน ของแผนการหรือการเชื่อมต่อเครือข่ายระยะยาวย่อมต้องเกิดขึ้นเสมอ การประยุกต์ใช้งาน การวางแผนเครือข่ายขึ้นกับการประยุกต์ใช้งาน งานหลักที่ใช้กัน เช่น การทำ remote login ไปยังเครื่องต่าง ๆ การโอน ย้ายไฟล์ การส่งรับอีเมล์ การเรียกเข้าหาไปยังฐานข้อมูล การใช้ทรัพยากร ร่วมกัน ฯลฯ งานระดับการประยุกต์ใช้งานมีความแตกต่างกันตามลักษณะของผู้ใช้
การวางแผนงานเป็นขั้นตอนการวางแผนเครือข่ายนนทรีเน็ต แบ่งงานออกเป็นระยะตามปีงบประมาณ โดยแบ่งเป็น 4 ระยะดังนี้
เทคโนโลยีระบบเปิด : โครงข่ายหลักโครงข่ายแบคโบนที่ดำเนินการเป็นเส้นใยแก้วนำแสง การเขื่อมต่อระหว่าง หน่วยงานหลักที่เป็นวงรอบใช้แบบ 12 ลำแสง ส่วนแบคโบนในลักษณะกระจายเป็น แบบ 6 ลำแสง คุณลักษณะของไฟเบอร์ออปติกเป็นแบบเดินสายภายนอก มี แถบกว้างที่ 1300nM 200-500 Mhz.km แบบมัลติโหมดเกรดอินเด็กซ์ ในเครือข่ายนี้ ใช้โทโปโลยีแบบจุดไปยังจุด โดยสามารถเปลี่ยนเป็นแบบ FDDI ได้โดยไม่ต้อง เปลี่ยนสายไฟเบอร์ออปติกใหม่ แบคโบนที่วางไปหาหน่วยงานที่มีเครื่องหลักจะใช้ สายเส้นใยแก้วนำแสงเป็นหลักแบคโบนสายทองแดง เป็นการวางสายตัวนำทองแดงขนาด 25 คู่เพื่อต่อ เชื่อมอุปกรณ์ Asyn Router ไปยังเครือข่ายย่อยของหน่วยงานที่เป็นหน่วยงานระดับ ผู้ใช้ที่ต้องการเรียกเข้าไปยังเครื่องต่าง ๆ บนเครือข่าย และวางเป็นเครือข่ายสำรอง ขนานกับเส้นใยแก้วนำแสงด้วยความเร็ว 64 Kbps เพื่อเพิ่มความเชื่อถือให้ระบบ
เครือข่ายแบคโบนที่วิทยาเขตบางเขนรูปที่ 3 เครือข่ายแบคโบนเส้นใยแก้วนำแสง เครือข่ายแบคโบนใช้เส้นใยแก้วนำแสง โดยวางเราเตอร์กระจายตามจุด ต่าง ๆ เราเตอร์ที่ใช้ส่วนใหญ่เป็นเราเตอร์ AGST (Cisco) โครงสร้างการเชื่อมโยงมี ลักษณะโทโปโลยีเป็นแบบตาข่าย โดยใช้โปรโตคอล OSPF-Open Shortest Path First หรือกล่าวได้ว่า เราเตอร์เลือกเส้นทางในระดับ 3 โดยการหาเส้นทางที่สั้นและ มีปัญหาน้อยก่อน หากไปไม่ได้จะเลือกเส้นทางอื่นต่อ การใช้ OSPF ทำให้เครือข่ายที่ วางมีความน่าเชื่อถือสูงมากเพราะหากเกิดปัญหาที่จุดใดจุดหนึ่งจะไม่ทำให้ระบบล้ม ผู้ใช้ยังคงใช้งานได้
เครือข่ายแบคโบนที่วิทยาเขตกำแพงแสน
รูปที่ 4 เครือข่ายนนทรีวิทยาเขตกำแพงแสน เนื่องจากประชากรที่กำแพงแสนเบาบางกว่าที่บางเขน การดำเนินงานที่ วิทยาเขตกำแพงแสนจึงเริ่มขึ้นในปี พ.ศ. 2538 โดยได้วางโครงข่ายเป็นเส้นใยแก้ว นำแสงขนาด 6 ลำแสง มีลักษณะแตกกระจายเป็นรูปดาวเพื่อเชื่อมโยงกับคณะต่าง ๆ แต่ละคณะจะมีฮับแบบ 10 BASE T จำนวน 16 พอร์ต รองรับเพื่อขยายเครือข่าย ต่อ การจัดแนวเซกเมนต์กำหนดให้แต่ละคณะมีเครือข่ายได้หนึ่งเซกเมนต์ แต่ เนื่องจากข้อจำกัดในเรื่องการ์ดของเราเตอร์ที่ต้องลงทุนเพิ่มภายหลังจึงใช้เพียง 2 เซกเมนต์ที่ขยายร่วมกันในเครือข่าย และจะปรับเปลี่ยนเป็น 6 เซกเมนต์ขึ้นภายหลัง การเชื่อมโยงสองวิทยาเขตใช้ช่องสื่อสารขนาด 2 Mbps (E1) จำนวน 2 ช่อง แต่มีการจัดแบ่งโหลดออกเป็นช่องสำหรับงานประยุกต์ โดยใช้โทรศัพท์ 30 ช่อง เสียง แต่ละช่องเสียงใช้แถบกว้าง 32 กิโลบิต (ตามมาตรฐาน ADPCM) ซึ่งใช้แถบ กว้างรวม 1 Mbps และใช้เชื่อมโยงวิดีโอคอนเฟอเรนซ์อีกหนึ่งช่อง วิดีโอคอน เฟอเรนซ์ใช้แถบกว้างขั้นต่ำ 384 กิโลบิต และขยายได้ถึง 2 Mbps นั่นหมายถึงการ เหลือช่องสำหรับข้อมูลประมาณ 1 Mbps เป็นอย่างต่ำ โครงสร้างการเชื่อมโยงด้วยไมโครเวฟเป็นดังรูปที่ 5
รูปที่ 5 การเชื่อมโยงสัญญาณด้วยไมโครเวฟ และประยุกต์งานหลายอย่าง
การกำหนดแอดเดรสหมายเลข IPการสร้างเครือข่ายของ LAN เชื่อมกับ LAN จำนวนมากจำเป็นต้องกำหนด แอดเดรสเพื่อการอ้างอิงถึงกันอย่างเป็นระบบ เครือข่ายที่ใช้ TCP/IP มีการกำหนด หมายเลข IP ให้กับเครื่องคอมพิวเตอร์หลักที่อยู่บนเครือข่ายทุกเครื่อง หมายเลข IP จะต้องไม่ซ้ำกัน ดังนั้นเมื่อนำเครือข่ายขององค์กรที่ออกแบบเชื่อมต่อกับเครือข่าย อินเทอร์เน็ตที่ใช้ TCP/IP หมายเลขที่กำหนดต้องไม่ซ้ำกันเลย ดังนั้นจึงต้องกำหนด มาตรฐาน IP โดยองค์กรกลางบริหารเครือข่ายอินเทอร์เน็ต คือ INTERNIC แห่งสหรัฐ อเมริกา โดยได้รับการสนับสนุนจาก rcience foundation เป็นผู้ออกหมายเลข IP ให้โดยออกให้กับองค์กรทุกองค์กรที่ขอ ซึ่งกำหนดกลุ่มเป็นกลุ่ม A, B, C,และDสำหรับเครือข่ายนนทรีได้วางแผนการขอหมายเลข IP ตั้งแต่ก่อนการ ดำเนินการ และได้หมายเลขในกลุ่ม B มีหมายเลข 158.108.xx หมายความว่าภาย ในองค์กรสามารถกำหนดเลขในตำแหน่ง x สองฟิลด์นี้ได้โดยใช้ตัวเลขจาก 1 ถึง 255 นั่นหมายความว่าบนเครือข่ายนนทรีจะมีเครื่องหลักได้มากกว่า 6 หมื่นเครื่อง ซึ่งมีจำนวนพอเพียงกับการขยายตัวในอนาคต ปกติบนเครือข่ายมีการส่งผ่านและหาเส้นทางเดินของแพคเก็ตข้อมูลตาม หมายเลข IP ที่กำหนดเพื่อให้เราเตอร์ทำงานแบบมีประสิทธิภาพและทำงานได้เร็ว ยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการกำหนดให้หาเส้นทางที่ดีในการส่งข้อมูลตามโปรโตคอล OSPF จึงจำเป็นต้องกำหนดหมายเลขเครือข่ายย่อยเป็นโซนเพื่อให้เราเตอร์แบ่งค่าพื้นที่ได้ ชัดเจนขึ้น การบริหารตำแหน่งในฐานข้อมูลของเราเตอร์จะทำได้สั้นและรวดเร็ว เครือข่ายนนทรีจึงแบ่งการบริหารหมายเลข IP กระจายเป็นพื้นที่ตามโครง สร้างของการวางเราเตอร์ หมายเลข IP ของแต่ละหน่วยงานจะได้รับการกำหนดให้ เป็นกลุ่มกลุ่มหนึ่งเป็นของหน่วยระดับคณะ ซึ่งจะได้หลายคลาส C เช่น คณะ วิศวกรรมศาสตร์ได้หมายเลข IP 158.108.32.0ถึง 158.108.48.0 คือได้คลาสซี ถึง 16 กลุ่ม สามารถทำการกำหนดเครือข่ายย่อยภายในได้อย่างเต็มที่ พื้นที่และเราเตอร์ที่ดูแลกำหนดเส้นทางของเครือข่ายนนทรีแสดงได้ดังรูปที่ 6
รูปที่ 6 การจัดโครงสร้าง IPเพื่อแบ่งพื้นที่บนเครือข่าย
การตั้งสถานีบริการอินเทอร์เน็ตกลาง
รูปที่ 7 สถานีบริการกลางอินเทอร์เน็ต เมื่อเชื่อมเครือข่ายเข้ากับเครือข่ายอินเทอร์เน็ต และมีผู้ใช้บริการจำ นวนมาก การบริหารเครือข่ายเพื่อบริการอินเทอร์เน็ตให้กับสมาชิกซึ่งมีนิสิตและ อาจารย์จำนวนกว่า 20,000 คนจำเป็นต้องมีเซอร์ฟเวอร์กลางทำงานเฉพาะ เป็นสถานีบริการ โดยตั้งสถานีบริการแยกประเภทตามการให้บริการ มีโครงสร้าง ดังรูปที่ 7 เครื่องที่ทำหน้าที่บริการแต่ละเครื่องเป็นเครื่องยูนิกซ์เซอร์ฟเวอร์ ขนาดเล็ก
กรณีของ DNS เซอร์ฟเวอร์นั้นทำหน้าที่เป็นตัวจัดการ DNS แบบปฐมภูมิแลได้ ตั้งตัวทุติยภูมิไว้ที่ cc2.cpc.ku.ac.th ซึ่งเป็นเครื่องที่ตั้งที่คณะวิศวกรรม
โปรโตคอลเครือข่ายนนทรีใช้อุปกรณ์เชื่อมโยงระหว่างเครือข่าย เพื่อให้ทำงานในการ กำหนดหาเส้นทางในการส่งผ่านโปรโตคองเหล่านี้ได้คือ
การเชื่อมโยงระหว่าง LAN ย่อยในองค์กรการเชื่อมต่อกับเครือข่ายแบคโบนเข้าสู่เครือข่ายย่อยใช้อุปกรณ์เราเตอร์ และอะซิงโครนัสเราเตอร์ เราเตอร์ ได้ดำเนินการวางเราเตอร์ไปแล้ว โดยมีคุณ สมบัติของเราเตอร์รองรับตามมาตรฐานอีเธอร์เน็ตแบบ IEEE 802.3FDDI (Dual ring), IEEE 802.5/Token ring และ X.25 ได้ แต่ในการดำเนินการขั้นต้นนี้เลือกใช้เฉพาะ IEEE 802.3/Ethemet FDDI โดยตัวเราเตอร์มีพอร์ต หลายพอร์ตที่ใช้ต่อให้เป็นเซก เมนต์ แต่ละพอร์ตกำหนดให้มีรหัส IP โดยส่วนของเราเตอร์สามารถใช้กับเซกเมนต์ที่ เป็นเส้นใยแก้วนำแสง อีเธอร์เนตแบบทิน หรือเชื่อมต่อโมเด็มความเร็วสูงแบบ V.35 64 Kbps ได้อะซิงโครนัสเราเตอร์ เป็นอุปกรณ์ที่มีไว้เพื่อเอื้ออำนวยต่อการทำงานใน ลักษณะเรียกเข้าแบบออนไลน์ในระบบ อะซิงโครนัสเราเตอร์เป็นอุปกรณ์ที่สนับ สนุนในลักษณะเพิ่มจำนวนพอร์ตอะซิงโคนัส โดยกำหนดให้มีการทำงานเป็นเราเตอร์ เทอร์มินัลเซอร์ฟเวอร์และเซอร์ฟเวอร์สื่อสารได้ แต่ละพอร์ตมีความเร็ว 38.4 กิโลบิตต่อวินาที สามารถเลือกกำหนดแอดเดรส IP และมีความสามารถในการส่ง ผ่านโปรโตคอลแบบ SLIP, CSLIP ได้
เครือข่ายในสำนักบริการคอมพิวเตอร์ภายในอาคารสำนักบริการคอมพิวเตอร์มีเครื่องหลักหลายระบบที่ให้ บริการการใช้ เช่น มินิคอมพิวเตอร์ PRIME 9955II, SUN เซอร์ฟเวอร์ 2000E, IBM RISC 6000/520, SUN Server 630 MP, SUN Server 1000,SCO UNIX PC และยังมีเน็ตแวร์ PC Server ที่ให้บริการ ลักษณะงาน การให้บริการและระบบคอมพิวเตอร์เชื่อมโยงเป็นเครือข่าย ดังรูปที่ 8
รูปที่ 8 เครือข่ายบริการที่ศูนย์คอมพิวเตอร์กลาง ชั้นที่ 1 เป็นศูนย์การศึกษาคอมพิวเตอร์เกษตรศาสตร์-คอมแพค ซึ่ง ประกอบด้วยห้องอบรมคอมพิเตอร์สามห้อง แต่ละห้องจะมีพีซีเซอร์ฟเวอร์และ SCO UNIX เซอร์ฟเวอร์และต่อเชื่อมเป็นเครือข่ายเพื่อใช้ในการฝึกอบรมเครือข่ายที่ต่อ ใช้เคเบิลแบบ UTP เชื่อมโยงเข้าสู่แผงแพตช์ และมีฮับที่เป็น 10 BASET เชื่อม โยงตามมาตรฐาน 802.3 และเชื่อมโยงเข้าสู่เราเตอร์ ชั้นที่ 2 เป็นส่วนบริการการเรียนการสอนของมหาวิทยลัย ประกอบด้วย เครื่องหลักหลายตัวและสถานีงาน (Engineering Workstation) จำนวน 20 เครื่อง PC ที่เป็นเทอร์มินัลอีกประมาณ 150 เครื่อง สำหรับ PC ส่วนหนึ่งต่อกับ พอร์ต RS232C เข้าสู่เทอร์มินัลเซอร์ฟเวอร์ สำหรับอีกส่วนหนึ่งต่อในรูปแบบ 10 BASET เข้าสู่ฮับกลางที่เชื่อมโยงกับไฟล์เซอร์ฟเวอร์เพื่อต่อกับเราเตอร์ ผู้ใช้ PC สามารถเลือกใช้ Telnet ผ่านเข้าสู่เครื่องด้วยโปรโตคอล TCP/IP หรือ logon Netware Host หรือจะใช้เป็น PC ของตัวเองก็ได้ สำหรับสถานีงานวิศวกรรมจำนวน 20 เครื่องต่อเชื่อมโยงเข้ากับ Server 1000 ทาง UTP เข้าสู่เราเตอร์ดังรูปที่ 9
รูปที่ 9 การต่อเวอร์กสเตชันในส่วนให้บริการตามมาตรฐาน 10 BASE T เข้าสู่เราเตอร์
การเดินสายระบบเปิดในอาคารการเดินสายในอาคาร เดินในระบบที่เรียกว่า การเดินสายระบบเปิด (Open Wiring) โดยเดินตามมาตรฐาน EIA/TLA 568 มีการเดินในแนวราบแต่ละ ชั้นด้วยสาย UTP ปลายสายเชื่อมต่อด้วยหัว RJ45 ส่วนต้นสายเข้าสู่ Patch Panel เพื่อเลือกต่อเข้ากับฮับตามมาตรฐาน 10 BASET หรือเข้าสู่พอร์ต RS232C ของเทอร์มินัลเซอร์ฟเวอร์จากแผงแพตช์ของแต่ละชั้นเชื่อมโยงกันด้วยสาย UTP สำหรับเครือข่าย หลักตามมาตรฐาน 802.3 เป็นแบบอีเธอร์เน็ต ใช้สายโคแอกเชียลเดินจากเราเตอร์ กระจายไปยังเครื่องต่าง ๆ ตามที่กำหนดไว้
การเชื่อมเครือข่ายนนทรีเน็นกับเครือข่ายภายนอก
รูปที่ 10 โครงสร้างการเดินสายในอาคาร เครือข่ายนนทรีเน็ตเป็นเครือข่ายที่มีข้อมูลวิ่งหลายโปรโตคอล แต่การใช้ งานส่วนใหญ่ใช้ TCP/IP หรือ IPX การกำหนดหมายเลขของเครือข่ายนนทรีตามมาตรฐานแอดเดรสเป็นไป ตามมาตรฐานกลุ่ม B มีหมายเลข IP 158.108.0.0 และใช้ชื่อ domain name ของเครือข่ายว่า ku.ac.th สำหรับเครื่องที่รับเมล์หรือทำหน้าที่เป็นเมล์เซอร์ฟ เวอร์มีชื่อว่า nontri.ku.ac.th การเชื่อมต่อกับ internet เชื่อมผ่านทางเครือข่าย datanet ไปยัง NECTEC สำหรับผู้ใช้ภายนอกสามารถหมุนโทรศัพท์เรียกเข้ามาผ่านโมเด็มไปยัง เครือข่ายได้ ปัจจุบันมีโมเด็มรับการติดต่อทางโทรศัพท์ตลอดเวลาจำนวน 12 เครื่อง ส่วนนี้มีไว้สำหรับนิสิตติดต่อเข้าใช้งานเครือข่ายจากที่บ้าน เพื่อเป็นการบริการหน่วยงานอื่นที่ต้องการเชื่อมต่อเข้าสู่อินเทอร์เน็ต เครือข่ายนนทรีจึงมีการขยายเชื่อมโยงไปยังหน่วยงานภายนอกผ่านทางอะซิง- เราเตอร์ CSS10 หน่วยงานที่เชื่อมแล้วมี สถาบันราชมงคล วิทยาลัยเซนต์จอห์น สภาวิจัย เป็นต้น
การจัดการเครือข่าย (Network Management)เครือข่ายนนทรี (NontriNet) ประกอบด้วยเครือข่ายแบคโบนที่มีสายตัว กลางที่เป็นทั้งไฟเบอร์ออปติก สายทองแดงความเร็วสูง เชื่อมโยงโดยอุปกรณ์หา เส้นทาง (router) และรีพีตเตอร์ไปยังเครือข่ายย่อยต่าง ๆ ส่วนของเครือข่ายย่อย ประกอบด้วยเครือข่ายตามมาตรฐาน 802.3 ที่เป็น 10 BASE T และ 10 BASE 2 ความสลับซับซ้อนของเครือข่ายจึงมีมาก จำเป็นต้องมีอุปกรณ์ที่ใช้ในการจัด การเครือข่ายการจัดการเครือข่ายนนทรีใช้ซอฟต์แวร์จัดการเครือข่ายชื่อ "Spectrum" เป็นชุดโปรแกรมที่วิ่งอยู่บน SUN SPARC 10 Model 41 โดยมีคุณสมบัติที่สำคัญดัง ต่อไปนี้ คุณสมบัติที่เป็นมาตรฐานตาม ISO 5 ฟังก์ชัน
การขยายเครือข่ายในอนาคต
รูปที่ 11 แสดงการสนับสนุนการเชื่อมโยงเครือข่ายกับ หน่วนงานอื่นของเครือข่ายนนทรี การขยายตัวของเครือข่ายคอมพิวเตอร์มีจุดมุ่งหมายที่จะกระจายไปให้ถึง ตัวผู้ใช้ให้มากที่สุด การกระจายเริ่มจากแบคโบน จากนั้นจะให้แต่ละคณะหรือหน่วย งานเชื่อมเครือข่ายของตนเองที่มีอยู่แล้ว หรือจะสร้างขึ้นใหม่เชื่อมเข้าสู่แบคโบน ด้วยวิธีนี้จะทำให้การขยายตัวของเครือข่ายจะกระจายออกไปได้มาก จนถึงปัจจุบัน มีหน่วยงานระดับคณะเกือบทุกคณะตื่นตัวสร้างเครือข่ายของตนเข้าสู่เครือข่ายกลาง เมื่อปริมาณการใช้งานเพิ่มขึ้น ช่องทางสื่อสารที่มีแถบกว้างสัญญาณไม่ มากจะมีปัญหา ช่องทางที่เป็นแบคโบนหลักบางเส้นจะได้รับการขยายให้รองรับสัญ ญาณขนาด 100 Mbps ด้วยFDDI เทคโนโลยี การลงทุนเพียงแต่ซื้อการ์ดมาเพิ่ม ที่เราเตอร์เท่านั้น เครือข่ายนนทรีจึงเป็นเครือข่ายที่ใช้เทคโนโลยีระบบเปิดที่รองรับการขยาย ตัวในอนาคตได้มาก
|