ทรงกรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ของราชบัณฑิต

     ใน พ.ศ. ๒๕๓๘ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชทรงมีพระราชดำริว่า สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา ซึ่งเป็นพระโสทรเชษฐภคินีเธอพระองค์เดียวของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ๒ พระองค์ ด้วยทรงรับราชการสนองพระเดชพระคุณพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
เป็นคุณประโยชน์แก่ประเทศชาติอย่างอเนกอนันต์มาโดยลำดับ ทรงเป็นที่รักเทิดทูนของปวงประชาชนชาวไทยทั่วไป จึงทรงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ สถาปนาพระอิสริยศักดิ์ขึ้นเป็น สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยานิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เมื่อวันที่ ๖ พฤษภาคม
พ.ศ. ๒๕๓๘ ในวโรกาศทรงเจริญพระชนมายุครบ ๖ รอบ เป็นการเฉลิมพระเกียรติยศอย่างสูง

     การสถาปนาพระอิสริยศักดิ์ เฉลิมพระเกียรติยศพระบรมวงศ์ผู้ทรงทำคุณประโยชน์ต่อแผ่นดินและต่อพระราชวงศ์ให้ “ ทรงกรม” เป็นธรรมเนียม ราชประเพณีที่มีมาแต่โบราณเมื่อพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชเสด็จผ่านไอศูรย์ราชสมบัติปราบดาภิเษกเป็นปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี ได้ทรงสถาปนาพระอิสริยยศเจ้านายในพระราชวงศ์ ทรงตั้งเป็นต่างกรมตามชั้นซึ่งบัญญัติมาแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยา มีผิดกันบ้างเพียงเล็กน้อย อาทิ ได้ทรงสถาปนาพระเจ้าพี่นางเธอสองพระองค์ คือ สมเด็จพระยาสุดาวดี และสมเด็จกรมพระศรีสุดารักษ์ ในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าวไลยอลงกรณ์ ทรงได้รับการเฉลิมพระเกียรติยศเป็น สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอเจ้าฟ้าวไลยอลงกรณ์ กรมหลวงเพชรบุรีราชสิรินธร ซึ่งต่อมาในรัชกาลที่ ๘ ทรงได้รับการสถาปนาเป็น สมเด็จพระราชปิตุจฉา เจ้าฟ้าวไลอลงกรณ์กรมหลวงเพชรบุรีราชสิรินธร

 ( พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเจิมที่พระนลาฏ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร ์ )

     ตามพระราชประเพณีเฉลิมพระอิสริยยศเจ้านายแต่เดิมจะต้องประกอบพิธี ๒ ครั้ง คือ พิธีอภิเษก หมายถึงพิธีรดน้ำบนศีรษะ และพิธีรับกรม หมายถึงพิธีรับพระสุพรรณบัฏต่อพระหัตถ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระสุพรรณบัฏนั้นเป็นทองคำจารึกพระนามเจ้านายพระองค์นั้นและมีใบกำกับพระสุพรรณบัฏเป็นอำนาจในการตั้งเจ้ากรมปลัดกรมและสมุห์บัญชี
แต่เดิมพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะเสด็จพระราชดำเนินไปทรงประกอบพระราชพิธีตามวังของเจ้านายที่ได้รับพระราชทานอิสริยยศนั้น เป็นเช่นนั้น จนกระทั่งถึงรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงมีพระราชดำริว่าประเพณีการเสด็จฯไปพระราชทานพระสุพรรณบัฏถึงวังเจ้านายดูกลับจะทำให้เจ้านายที่ได้กรมเดือดร้อนสิ้นเปลืองโดยไม่จำเป็น จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้แก้ไขประเพณีการตั้งกรมเจ้านาย ในบางอย่าง คือ
     ๑. โปรดเกล้าฯ ให้มีการตั้งกรมเนื่องในเวลามีงานมงคลราชพิธี เช่น เฉลิมพระชันษา เป็นต้น ตั้งพระสุพรรณบัฏเจ้านายในมณฑลพระราชพิธีนั้น ไม่ต้องมีงานสวดมนต์เลี้ยงพระอย่างแต่ก่อน
     ๒. ให้เจ้านายเสด็จเข้ามารับพระราชทานพระสุพรรณบัฏและให้อาลักษณ์อ่านประกาศในท้องพระโรง และเสด็จออกเป็นการเต็มยศในงานนั้น
     ๓. เมื่อเสด็จการพระราชพิธีแล้วจึงให้พนักงานเชิญพระสุพรรณบัฏไปส่งมอบถวายที่วัง ในวันฤกษ์ตามที่เจ้านายพระองค์นั้นจะทรงกำหนด

( พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทาน พระสุพรรณบัฏ แก่ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ )

     เมื่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ออกพระราชบัญญัติลักษณะเกณฑ์ทหารปล่อยพลเมืองจากสังกัดกรมต่างๆ ไปอยู่ในปกครองของเทศาภิบาลตามท้องที่ และให้บรรดาชายฉกรรจ์ทุกคนต้องรับราชการทหารชั่วคราวแทนขึ้นทะเบียนเป็นเลกสังกัดอยู่ในกรมอย่างแต่ก่อนพระราชบัญญัตินี้เลิกกรมของเจ้านายหมด แต่นั้นมาคำกรมเป็นแต่ติดอยู่กับพระนา เจ้านาย อย่างไรก็ดีการเฉลิมพระอิสริยยศเจ้านายก็มิได้เลิกล้มไป ยังคงมีการเฉลิมพระนาม และสถาปนา ตามพระราชประเพณีตลอดมาทุกรัชกาลจนถึงรัชกาลปัจจุบัน

( พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชปฏิสันถารกับสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ )

ที่มา : หนังสือเฉลิมพระเกียรติ ๘๐ พรรษา สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวง นราธวาสราชนครินทร์ คณะกรรมการ “กองทุนหมอเจ้าฟ้า” คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่